ทดสอบวิ่ง HONDA CITY Facelift MY2026 ในบราซิล เสริมกล้อง 360 / เน้นตกแต่งใหม่เล็กน้อย

ทดสอบวิ่ง HONDA CITY Facelift MY2026 ในบราซิล เสริมกล้อง 360 / เน้นตกแต่งใหม่เล็กน้อย
Spread the love
Advertisement Advertisement

เจาะลึกรายละเอียด 2026 Honda City Facelift: การอัปเกรดครั้งสุดท้ายก่อนก้าวสู่ Next-Gen

ในขณะที่ตลาดรถยนต์ซีดาน (Executive Sedan) ในปี 2026 กำลังระอุด้วยการปรับโฉมของคู่แข่งอย่าง Hyundai Verna, Skoda Slavia และ VW Virtus ทาง Honda City ก็เตรียมส่งรุ่น Facelift ออกมาสู้ศึกเช่นกัน โดยการปรับโฉมครั้งนี้ถือเป็นการ “ทิ้งทวน” ก่อนที่จะเข้าสู่การเปลี่ยนโฉมใหม่หมดทั้งคัน (All-New) ในปี 2028 ครับ

1. การออกแบบภายนอก: รหัสดีไซน์ใหม่สไตล์ Civic

จากภาพแอบถ่ายรถทดสอบในบราซิล แสดงให้เห็นว่า Honda พยายามปรับลุคของ City ให้มีความสปอร์ตและพรีเมียมมากขึ้น โดยได้รับอิทธิพลจากพี่ใหญ่อย่าง Honda Civic เจนเนอเรชันปัจจุบัน:

  • กระจังหน้าใหม่ (Revised Grille): ปรับให้มีมิติมากขึ้น ลดความหนาของแถบโครเมียมลงเพื่อให้ดูทันสมัย
  • กันชนหน้า-หลัง (Sportier Bumpers): ออกแบบใหม่ให้มีเส้นสายที่คมชัดขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ตัวรถมีความยาวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
  • ระบบไฟส่องสว่าง: อัปเกรดรายละเอียดภายในโคมไฟหน้า LED ให้มีความโฉบเฉี่ยวมากขึ้น
  • ล้ออัลลอย: มาพร้อมลายใหม่ที่มีการปัดเงา (Dual-tone) เพื่อยกระดับความหรูหรา

2. ภายในห้องโดยสารและออปชันที่เพิ่มเข้ามา

แม้โครงสร้างหลักของห้องโดยสารจะยังคงเดิม แต่มีการอัปเกรดฟีเจอร์ที่ลูกค้าเรียกร้องเข้ามาในรุ่นปี 2026 ดังนี้:

  • เบาะนั่งระบายอากาศ (Ventilated Seats): คาดว่าจะกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่นสูง (ในเวอร์ชันอินเดีย) เพื่อตอบโจทย์อากาศร้อน
  • กล้อง 360 องศา (360° Camera): อัปเกรดจากเดิมที่มีเพียง LaneWatch ให้สามารถมองเห็นรอบคันได้แบบความละเอียดสูง
  • วัสดุตกแต่ง: มีการเปลี่ยนชุดหนังหุ้มเบาะและวัสดุบุนุ่มตามจุดต่าง ๆ ให้มีผิวสัมผัสดีขึ้น
  • ระบบกรองอากาศ: มาพร้อมแผ่นกรองอากาศมาตรฐาน PM 2.5 และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ

3. ขุมพลังและสมรรถนะ: เปรียบเทียบเวอร์ชันอินเดียและบราซิล

เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร i-VTEC ยังคงเป็นหัวใจหลัก แต่มีการปรับจูนที่แตกต่างกันตามตลาดแต่ละประเทศ:

Advertisement Advertisement
ข้อมูลทางเทคนิค เวอร์ชันอินเดีย (E20) เวอร์ชันบราซิล (Flex Fuel)
เครื่องยนต์ 1.5L i-VTEC DOHC 1.5L i-VTEC DOHC
พละกำลังสูงสุด 121 PS 126 PS
แรงบิดสูงสุด 145 Nm 155 Nm (Ethanol) / 152 Nm (Gas)
ระบบส่งกำลัง 6-speed MT / CVT 7-speed CVT

4. ระบบความปลอดภัยระดับ Advance: Honda SENSING

หัวใจสำคัญของ Honda City คือระบบความปลอดภัยอัจฉริยะที่ยังคงให้มาอย่างครบครัน (Level 2 ADAS):

  • ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (CMBS)
  • ระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ (ACC)
  • ระบบรักษาเลน (LKAS)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกเลน (RDM with LDW)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)

บทวิเคราะห์: ทำไมต้องรอปี 2026?

แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จะเกิดขึ้นในปี 2028 แต่รุ่น Facelift 2026 นี้ถูกออกแบบมาเพื่อดึงฐานลูกค้าที่ยังต้องการความมั่นใจในเครื่องยนต์สันดาปที่มีความทนทาน และต้องการออปชันที่ทัดเทียมกับคู่แข่งในตลาดปัจจุบัน

กำหนดการเปิดตัว: คาดว่าจะมีการเผยโฉมจริงครั้งแรกที่งาน Interlagos Festival ในประเทศบราซิล ช่วงเดือนสิงหาคม 2026 และจะทยอยเปิดตัวในตลาดสำคัญอื่น ๆ หลังจากนั้นครับ

rushlane

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้