วิกฤต Li Auto! กำไรวูบ 99% ใน Q4 2025 จากเจ้าตลาดหรู สู่สงครามราคา เกิดอะไรขึ้นกับ “Ideal Car”

วิกฤต Li Auto! กำไรวูบ 99% จากเจ้าตลาดหรู สู่สงครามราคา เกิดอะไรขึ้นกับ “Ideal Car” ในไตรมาสที่ 4 ปี 2025
จากค่ายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เคยถูกยกย่องว่าเป็น “ม้าตีนปลาย” และ “เครื่องจักรทำกำไร” แห่งวงการรถยนต์พลังงานใหม่ของจีน วันนี้ Li Auto (理想汽车) กำลังเผชิญกับพายุลูกใหญ่ที่ทำเอาเหล่านักลงทุนต้องปาดเหงื่อ เมื่อผลประกอบการล่าสุดระบุว่ากำไรสุทธิหายไปถึง 99% ภายในเวลาเพียงปีเดียว!
ตัวเลขที่น่าตกใจ: เมื่อ “ความรวย” กลายเป็น “ความทรงตัว”
รายงานจาก Autohome เผยให้เห็นว่าในไตรมาสที่ 4 ที่ผ่านมา Li Auto ทำรายได้ไปประมาณ 2.88 หมื่นล้านหยวน ซึ่งหากมองเผินๆ อาจดูเยอะ แต่เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน มันคือการลดลงถึง 35%
| หัวข้อ | ยอดเงิน (หยวน) | ยอดเงิน (บาท) * |
|---|---|---|
| รายได้รวม (Revenue) | 28,800 ล้านหยวน | 136,684 ล้านบาท |
| กำไรสุทธิ (Net Profit) | 20.2 ล้านหยวน | 95.8 ล้านบาท |
* คำนวณที่อัตราแลกเปลี่ยน 1 CNY = 4.746 THB
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) จริงๆ นั้น “ติดลบ” ไปแล้วกว่า 440 ล้านหยวน (2,088 ล้านบาท) แต่ที่ยังเห็นตัวเลขเป็นบวกได้ 20 ล้านหยวนนั้น เป็นเพราะมีรายได้จากการลงทุนอื่นๆ เข้ามาช่วยพยุงไว้เท่านั้นเอง
สัญญาณอันตราย: การดิ่งลงสู่ “Red Ocean”
ทำไมรายได้ถึงลดลงฮวบฮาบ ทั้งที่รถก็ยังวิ่งกันเต็มถนน? คำตอบอยู่ใน “โครงสร้างผลิตภัณฑ์” ครับ
- อดีต (High-Margin): Li Auto เคยทำกำไรมหาศาลจากตระกูล L Series (L7, L8, L9) ซึ่งขายในราคา 300,000 หยวนขึ้นไป (ประมาณ 1.4 ล้านบาท+)
- ปัจจุบัน (Low-Margin): ในช่วงต้นปี 2026 รุ่น Li Auto i6 กลายเป็นหัวหอกหลัก โดยกินส่วนแบ่งยอดขายไปถึง 61% ซึ่งรถรุ่นนี้สู้กันอยู่ในตลาดระดับ 200,000 หยวน (ประมาณ 9.5 แสนบาท)
“การที่รายได้ลดลงเร็วกว่ายอดส่งมอบรถ หมายความว่าราคาเฉลี่ยต่อคัน (ASP) กำลังลดลงอย่างน่ากลัว Li Auto กำลังกระโดดออกจากพื้นที่พรีเมียม ลงมาคลุกฝุ่นในสงครามราคาที่กำไรต่อคันเหลือเพียงน้อยนิด”
Advertisement Advertisement
ทางออกหรือทางตัน? จาก “บริษัทรถยนต์” สู่ “บริษัทหุ่นยนต์”
หลี่ เซียง (Li Xiang) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ไม่ได้นิ่งนอนใจ เขาประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ในที่ประชุมทันทีว่าจะพาบริษัทมุ่งหน้าสู่การเป็น “Robotics Company” หรือบริษัทหุ่นยนต์
นี่คือกลยุทธ์ที่หลายค่ายรถอย่าง Tesla หรือ XPENG กำลังทำ คือการขาย “ซอฟต์แวร์และ AI” แทนที่จะขายแค่ตัวรถที่เป็นเหล็ก เพราะ:
- ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ (AD) มีกำไร (Margin) สูงกว่า
- ช่วยสร้างภาพลักษณ์นวัตกรรมเพื่อพยุงราคาหุ้น
- หนีจากการเป็นเพียงผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ที่ต้องตัดราคากับแบรนด์อื่นๆ
สถานการณ์ของ Li Auto ตอนนี้เหมือนคนที่เคยวิ่งบนทางด่วนพรีเมียมคนเดียวแบบหล่อๆ แต่วันนี้ทางด่วนนั้นมีรถคันอื่นขึ้นมาเบียดเพียบ แถมตัวเองยังตัดสินใจกระโดดลงมาวิ่งในถนนเลนปกติที่รถติดและตัดราคากันยับๆ อีกด้วย
นี่คือ 3 เหตุผลที่ทำให้นักวิเคราะห์ “กังวล” และ 2 เหตุผลที่ยังมี “ความหวัง”
ทำไมถึง “น่าเป็นห่วง”? (The Red Flags)
-
1. สงครามราคา (Price War) ที่ไม่มีวันจบ: ตลาดรถ EV ในจีนตอนนี้ไม่ใช่แค่การแข่งที่เทคโนโลยี แต่เป็นการ “แข่งกันขาดทุน” ใครสายป่านยาวกว่าชนะ การที่กำไรสุทธิ Li Auto เหลือเพียง 95.8 ล้านบาท จากรายได้แสนล้าน สะท้อนว่า “กำไรต่อคัน” ของเขาบางเฉียบมากจนแทบจะหายใจไม่ออก หากคู่แข่งอย่าง BYD หรือ Xiaomi ลดราคาลงไปอีก Li Auto จะยิ่งลำบาก
-
2. การเสีย “จุดยืน” พรีเมียม: Li Auto เคยเป็นแบรนด์ที่คนซื้อเพราะ “ความภูมิใจ” ในราคา 1.4 ล้านบาท+ (3 แสนหยวน) แต่พอเข็นรุ่น i6 ราคา 9 แสนกว่าบาท (2 แสนหยวน) ออกมาเป็นรุ่นทำเงินหลัก มันทำให้ภาพลักษณ์ความหรูหราเริ่มจางลง และต้องไปฟัดกับเจ้าตลาดเดิมที่เชี่ยวชาญการลดต้นทุนมากกว่า
-
3. เดิมพัน “หุ่นยนต์” ที่ยังมองไม่เห็นเงิน: การประกาศจะเป็น “บริษัทหุ่นยนต์” ฟังดูเท่และช่วยพยุงราคาหุ้นได้บ้าง แต่มันต้องใช้เงินลงทุน (R&D) มหาศาล ในขณะที่กำไรจากยอดขายรถกำลังลดลง นี่คือความเสี่ยงว่าเงินจะไหลออกเร็วกว่าเงินที่ไหลเข้าหรือไม่
ทำไมถึงยังมี “ความหวัง”? (The Silver Lining)
-
1. กระแสเงินสดและสายป่าน: แม้กำไรจะวูบ แต่ Li Auto ยังมีเงินสดในมือ (Cash Reserves) ค่อนข้างหนาเมื่อเทียบกับสตาร์ทอัพ EV รายอื่น พวกเขาไม่ได้ถังแตก แค่ “กำไรลดลง” จากสภาวะตลาดที่โหดร้าย
-
2. ระบบ EREV (Extended Range EV): จุดแข็งของ Li Auto คือการทำรถที่มีเครื่องยนต์ปั่นไฟ (Hybrid แบบพิเศษ) ซึ่งคนจีนยังนิยมมากเพราะแก้ปัญหาเรื่องที่ชาร์จและการเดินทางไกลได้ดีกว่า EV 100% ในบางพื้นที่ ซึ่งเทคโนโลยีนี้เขายังเป็นเบอร์ต้นๆ
