เปิดตัว Honda CITY e:HEV ใหม่ ในอินเดีย ราคา 716,000 บาทในอินเดีย

เปิดตัว Honda CITY e:HEV ใหม่ ในอินเดีย ราคา 716,000 บาทในอินเดีย
Spread the love
Advertisement Advertisement

 

 

 

 

 

 

 

ในที่สุด Honda City Facelift รุ่นปี 2026 ใหม่ล่าสุดก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว โดยทางค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ได้ส่งซีดานยอดนิยมรุ่นปรับโฉมนี้ลงสู่ตลาดเคียงคู่กับรถเอสยูวีไฮบริดอย่าง Honda ZR-V ภายในงานเปิดตัวที่กรุงเดลี สำหรับ Honda City ใหม่นี้มาพร้อมกับการปรับปรุงดีไซน์ให้โฉบเฉี่ยวขึ้นและเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานภายในรถ แต่ยังคงรักษาจุดเด่นด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินธรรมดา (NA) และเครื่องยนต์ฟูลไฮบริด (Strong Hybrid) ไว้อย่างครบครัน

ราคาจำหน่าย Honda City รุ่นปี 2026 ใหม่

ตารางเปรียบเทียบราคาจำหน่ายในแต่ละรุ่นย่อย (คำนวณจากราคา Ex-showroom ประเทศอินเดีย คิดเป็นเงินบาทโดยประมาณ)

รุ่นย่อย (Variant) ราคา (รูปีอินเดีย) ราคาประมาณ (บาท)
SV 1.5L Petrol MT (เกียร์ธรรมดา) 1,200,000 Rs 409,200 บาท
V 1.5L Petrol MT (เกียร์ธรรมดา) 1,330,000 Rs 453,530 บาท
ZX 1.5L Petrol MT (เกียร์ธรรมดา) 1,526,000 Rs 520,366 บาท
ZX+ 1.5L Petrol MT (เกียร์ธรรมดา) 1,615,000 Rs 550,715 บาท
V 1.5L Petrol CVT (เกียร์อัตโนมัติ) 1,430,000 Rs 487,630 บาท
ZX 1.5L Petrol CVT (เกียร์อัตโนมัติ) 1,626,000 Rs 554,466 บาท
ZX+ 1.5L Petrol CVT (เกียร์อัตโนมัติ) 1,715,000 Rs 584,815 บาท
1.5L Strong Hybrid e:HEV 2,100,000 Rs 716,100 บาท

Advertisement Advertisement

เปิดตัวแล้ว! Honda City Minorchange 2026 (รอบ 2) อัปเกรดใหญ่เวอร์ชั่นอินเดีย ลุ้นออปชันจัดเต็มเข้าไทย

ฮอนด้า อินเดีย ประกาศเปิดตัว Honda City Minorchange 2026 อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่ครั้งที่ 2 ของเจเนอเรชันนี้ โดยรอบนี้มาพร้อมกับการพลิกโฉมดีไซน์ด้านหน้าให้ดูทันสมัยขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมยัดออปชันอำนวยความสะดวกขั้นสุดที่หลายคนรอคอย ทั้งกล้อง 360 องศา และเบาะเป่าลมเย็น

สรุปความเปลี่ยนแปลงรอบคัน: มีอะไรใหม่บ้าง?

ดีไซน์ภายนอก (Exterior)

  • ด้านหน้าใหม่ทั้งหมด: เปลี่ยนไฟหน้า Projector Lens ดีไซน์ใหม่ พร้อมไฮไลต์เด่นอย่าง ไฟ LED Light Bar ลากยาวตลอดแนวหน้าผากรถ

  • กระจังหน้าและกันชนหน้า-หลัง: ปรับดีไซน์ใหม่ให้ดูสปอร์ตและหรูหราขึ้น

  • โลโก้ใหม่: เปลี่ยนใช้ H Mark แบบ Monochrome ดีไซน์มินิมอล

  • ล้ออัลลอย: ลายทูโทนขนาด 16 นิ้ว ดีไซน์ใหม่

  • ไฟท้าย: เปลี่ยนเป็นโคมใสสีรมดำ เพิ่มความดุดัน

ภายในห้องโดยสาร & ออปชันอำนวยความสะดวก (Interior & Features)

  • หน้าจอกลางใหม่: จอมัลติมีเดียระบบสัมผัสแบบ Floating Screen ขนาดใหญ่ 10.1 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย (Wireless)

  • เพิ่มไฟ Ambient Light: สร้างบรรยากาศพรีเมียมในห้องโดยสาร

  • เพิ่มระบบเบาะเป่าลมเย็น: Ventilation Seats สำหรับเบาะนั่งคู่หน้า (เหมาะกับเมืองร้อน)

  • ระบบความสะดวกสบายอื่นๆ: แท่นชาร์จไร้สาย (Wireless Charger), ม่านบังแดดกระจกบังลมหลัง, หลังคา Sunroof (ออปชันเดิมของเวอร์ชั่นอินเดีย) และระบบเบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Brake Hold

ระบบความปลอดภัย (Safety & Driver Assistance)

  • ระบบกล้องรอบคัน 360 องศา (Multi-view Camera System) — เพิ่มเข้ามาใหม่

  • กล้องมองภาพด้านข้าง Honda LaneWatch — ยังคงมีอยู่

  • แพลตฟอร์มความปลอดภัย Honda SENSING ครบครัน อาทิ:

    • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)

    • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (RDM with LDM)

    • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKAS)

    • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS)

    • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมปรับความเร็วตามคันหน้า (ACC with LSF)

    • ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (LCDN)

ขุมพลังเครื่องยนต์: เวอร์ชั่นอินเดีย VS ลุ้นเวอร์ชั่นไทย

สำหรับเวอร์ชั่นอินเดีย จะมีตัวเลือกเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 121 แรงม้า (เกียร์ 6MT / CVT) และขุมพลัง e:HEV Full Hybrid

ในส่วนของเวอร์ชั่นไทย ต้องมารอลุ้นกันว่า Honda ประเทศไทย จะยังคงเก็บเครื่องยนต์ 1.0 TURBO เอาไว้ หรือจะเดินหน้าตามรอยรุ่นพี่อย่าง Civic, HR-V, CR-V และ Accord ที่ยกเลิกเครื่องยนต์สันดาปล้วน แล้วหันมาใช้ขุมพลัง e:HEV (Full Hybrid) เพียงรูปแบบเดียว

เปรียบเทียบสเปก 2 ขุมพลัง (อ้างอิงเวอร์ชั่นไทยปัจจุบัน)

  • เบนซิน 1.0 TURBO เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว ขนาด 988 ซีซี. พร้อมระบบแปรผันวาล์ว VTEC และ Dual VTC พ่วงเทอร์โบ (กระบอกสูบ x ช่วงชัก: 73.0 x 78.7 มม. กำลังอัด 10.0 : 1) ให้พละกำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตันเมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า รองรับน้ำมัน E20 และปล่อย CO2 เพียง 99 กรัม/กม.

  • เบนซิน 1.5 ลิตร e:HEV (Full Hybrid) เครื่องยนต์รหัส LEB-MMD เบนซิน 4 สูบ Atkinson Cycle ขนาด 1.5 ลิตร 1,498 ซีซี. (กระบอกสูบ x ช่วงชัก: 73.0 x 89.5 มม.) พละกำลังเฉพาะเครื่องยนต์ 98 แรงม้า ที่ 5,600 – 6,400 รอบ/นาที แรงบิด 127 นิวตันเมตร ที่ 4,500 – 5,000 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้พละกำลังรวมสูงสุด 109 แรงม้า ที่ 3,500 – 8,000 รอบ/นาที และแรงบิดมหาศาลจากมอเตอร์ที่ 253 นิวตันเมตร ที่ 0-3,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ e-CVT รองรับน้ำมันสูงสุด E20 แบตเตอรี่แบบ Lithium-ion และประหยัดพลังงานโดยปล่อย CO2 ต่ำเพียง 85 กรัม/กม.

สีตัวถังและภายใน (เวอร์ชั่นอินเดีย)

  • สีตัวถังภายนอก (6 สี): สีน้ำเงินมุก Obsidian Blue Pearl, สีแดง Radiant Red Metallic, สีดำมุก Crystal Black Pearl, สีขาวมุก Platinum White Pearl, สีเงิน Lunar Silver Metallic และสีเทา Meteoroid Grey Metallic

  • โทนสีภายใน (2 สไตล์): สีเบจ (Beige) และ สีดำ (Black)

การปรับโฉมครั้งนี้ถือว่าเป็นการเติมอาวุธหนักให้กับ Honda City เพื่อต่อกรกับคู่แข่งในเซกเมนต์ B-Segment / Eco Car สำหรับสเปกที่จะเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย รวมถึงช่วงเวลาเปิดตัวอย่างเป็นทางการ คาดว่าจะมีการอัปเดตให้ทราบกันในเร็วๆ นี้

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้