หัวหน้าวิศวกรผู้พัฒนา TOYOTA RAV4 แอบทดสอบ “รถจีน” เผยเทคโนโลยีสุดล้ำ แต่ย้ำ “ไม่ยอมแลกกับคุณภาพและชื่อเสียง”

ถอดรหัสวิศวกรญี่ปุ่น! เมื่อหัวหน้าทีม Toyota RAV4 และวิศวกรใหญ่ Mitsubishi แอบทดสอบ “รถจีน” แล้วค้นพบความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้
กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงยานยนต์ระดับโลก เมื่อวิศวกรระดับมันสมองของสองค่ายรถยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น ทั้ง Toyota และ Mitsubishi ได้ออกมาเปิดใจอย่างตรงไปตรงมาหลังจากมีโอกาสได้ “แอบทดสอบขับ” รถยนต์แบรนด์จีนอย่างลับ ๆ ในสนามทดสอบ ปราชาติตะวันตกและเอเชียต่างจับตามองว่า นี่คือสัญญาณชัดเจนที่บ่งบอกว่าค่ายรถญี่ปุ่นเลิกดูถูกรถจีนอย่างเป็นทางการ และกำลังปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่เพื่อความอยู่รอด
1. หัวหน้าวิศวกร Toyota RAV4 ยอมรับ “ซอฟต์แวร์และระบบขับขี่อัตโนมัติจีนล้ำหน้ามาก”
คุณโยชิโนริ ฟูโตนากาเนะ (Yoshinori Futonagane) หัวหน้าวิศวกรผู้รับผิดชอบโครงการพัฒนา Toyota RAV4 รุ่นใหม่ล่าสุด เปิดเผยว่า เขาได้ทดลองขับรถยนต์สัญชาติจีนเพื่อการศึกษาและพัฒนา SUV เจเนอเรชันถัดไป แม้จะไม่ได้ระบุชื่อแบรนด์อย่างเป็นทางการ แต่สื่อต่างประเทศคาดการณ์ว่าเป็นแบรนด์ BYD ซึ่งเป็นค่ายรถจีนรายใหญ่ที่บุกตลาดญี่ปุ่นในปัจจุบัน
สรุปใจความสำคัญที่วิศวกร Toyota ชื่นชม
- ซอฟต์แวร์อัจฉริยะ: ฟูโตนากาเนะ-san ระบุว่าระบบซอฟต์แวร์ของรถจีนก้าวหน้าไปมาก มีการบูรณาการฟังก์ชันต่าง ๆ เข้าไปด้วยกันอย่างยอดเยี่ยม
- ระบบขับขี่อัตโนมัติ (Self-Driving): เขาใช้คำว่าเป็นเทคโนโลยีที่ “น่าทึ่งและล้ำสมัยอย่างเหลือเชื่อ”
- ภาพรวมตัวรถ: แม้การล่ามแปลภาษาอังกฤษจะใช้คำว่า “Not too bad” (ก็ไม่เลว) แต่ในภาษาญี่ปุ่นดั้งเดิมของเขา ตัวเนื้อหาถูกสื่อสารออกมาในเชิงบวกและชื่นชมในศักยภาพของรถจีนเป็นอย่างมาก
“เราจับตาดูพวกเขาอย่างใกล้ชิด แต่จากมุมมองของเรา เราจะไม่ยอมหลุดจากลำดับความสำคัญในเรื่องของ ความปลอดภัย (Safety), ความมั่นคง (Security) และ คุณภาพ (Quality) เด็ดขาด เราต้องกรองไอเดียอันน่าทึ่งเหล่านั้นผ่านฟิลเตอร์ของเรา เพื่อดูว่าสิ่งไหนนำมาใช้ได้จริง และไม่จำเป็นต้องลอกเลียนแบบมาทั้งหมด” – โยชิโนริ ฟูโตนากาเนะ กล่าว
2. สัญญาณวิกฤตของ Toyota: “ถ้าไม่เปลี่ยน…เราไม่รอด”
ความตื่นตัวของวิศวกรสอดคล้องกับทิศทางขององค์กร โดยก่อนหน้านี้ คุณโคจิ ซาโตะ (Koji Sato) อดีตซีอีโอของ Toyota ได้กล่าวเตือนซัพพลายเออร์ในงานประชุมใหญ่อย่างรุนแรงว่า “หากสถานการณ์ยังไม่เปลี่ยน เราจะไม่รอด ผมต้องการให้ทุกคนยอมรับในสัญญาณวิกฤตนี้”
ส่งผลให้ Toyota ประกาศปฏิรูปกระบวนการผลิตเพื่อสู้ศึกต้นทุนกับรถจีน โดยการ “ยกเลิกมาตรฐานคุณภาพที่เข้มงวดเกินความจำเป็น” (Excessive Quality Standards) ในจุดที่ซ่อนอยู่และมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เช่น ในอดีตซัพพลายเออร์ต้องทิ้งชุดสายไฟ (Wiring Harnesses) สูงถึง 10,000 ชุดต่อเดือน เพียงเพราะสีของพลาสติกเพี้ยน ทั้งที่ชิ้นส่วนทำงานได้สมบูรณ์แบบ ซึ่งการปรับเกณฑ์ลดหย่อนความเนี๊ยบภายนอกในจุดที่มองไม่เห็นนี้ จะช่วยลดต้นทุนแฝงลงไปได้อย่างมหาศาลเพื่อสู้กับสงครามราคา
3. วิศวกรใหญ่ Mitsubishi ลองขับ BYD Shark 6 ชี้เด่นเรื่องมอเตอร์ แต่ “ยังไม่ทนออฟโรด”
ในอีกด้านหนึ่ง คุณคาโอรุ ซาวาเสะ (Kaoru Sawase) วิศวกรระดับสูง (Engineering Fellow) จากค่าย Mitsubishi ได้แชร์ประสบการณ์หลังนำรถกระบะปลั๊กอินไฮบริดรุ่นใหม่อย่าง BYD Shark 6 ไปหวดในสนามทดสอบออฟโรดขั้นโหด (Tochigi Proving Ground) ของตัวเอง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้น่าสนใจมาก:
- ข้อดีที่ต้องเรียนรู้: เทคโนโลยีการควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อส่งกำลังไปยังล้อและยางทำได้อย่างละเอียดและเฉียบคมมาก ระบบตอบสนองดีเยี่ยม ซึ่งวิศวกรญี่ปุ่นยอมรับว่านี่คือจุดที่พวกเขาต้องเรียนรู้จากผู้ผลิตจีน
- จุดอ่อนที่พบ (ระบบจัดการความร้อน): ศักยภาพการลุยออฟโรดยังไม่คงเส้นคงวา ในช่วงแรกตัวรถสามารถปีนป่ายทางชันได้ดี แต่เมื่อใช้งานหนักอย่างต่อเนื่องจนเกิดความร้อนสะสม “ระบบป้องกัน (System Protection) จะตัดการทำงานทันที” ทำให้รถหยุดวิ่งเพื่อเซฟระบบ
“พวกเขาสามารถไต่ขึ้นทางชันได้ แต่ขับได้ไม่นานระบบป้องกันก็ทำงานและตัดไป ความรู้สึกของผมคือ การพัฒนาเทคโนโลยีออฟโรดสำหรับรถยนต์ไฟฟ้านั้นยังคงเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่” – คาโอรุ ซาวาเสะ กล่าว
บทสรุปเชิงกลยุทธ์ สมรภูมิที่ต่างฝ่ายต่างมีดี
จากบทสัมภาษณ์ของวิศวกรทั้งสองค่าย สะท้อนให้เห็นภาพชัดเจนของทิศทางยานยนต์ในยุคนี้:
ฝั่งรถยนต์จีน ได้เปรียบอย่างมหาศาลในเรื่องของ “ความเร็ว ซอฟต์แวร์ หน้าจออัจฉริยะ และระบบควบคุมไฟฟ้า” ที่ตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ได้อย่างน่าทึ่ง
ขณะที่ ฝั่งค่ายรถญี่ปุ่น ยังคงถือไพ่เหนือกว่าในเรื่องของ “ความอึด ความทนทานต่อเนื่อง (Reliability & Durability) และระบบจัดการความร้อน” ในสภาวะการใช้งานที่ทารุณ ซึ่งนี่คือปราการด่านสุดท้ายที่ค่ายญี่ปุ่นย้ำชัดว่าจะไม่มีวันยอมลดมาตรฐานเพื่อแลกกับความล้ำสมัยเพียงอย่างเดียวแน่นอน!

