Price ราคา รถยนต์รถใหม่
รุ่น PHEV ราคาเรียง ถูก – แพง
MG HS PHEV
284 แรงม้า 67 กม./ชาร์จ
1,359,000.-
Mitsubishi Outlander PHEV GT
305 แรงม้า 55 กม./ชาร์จ
1,640,000.-
Mitsubishi Outlander PHEV GT-Premium
305 แรงม้า 55 กม./ชาร์จ
1,749,000.-
Volvo XC40 Recharge T5 R-Design Expression
262 แรงม้า 44 กม./ชาร์จ
2,090,000.-
Volvo XC40 Recharge T5 R-Design
262 แรงม้า 44 กม./ชาร์จ
2,390,000.-
Volvo XC40 Recharge T5 Inscription
262 แรงม้า 44 กม./ชาร์จ
2,390,000.-

Mitsubishi Outlander PHEV

Mitsubishi Outlander PHEV (Plug-in Hybrid) หลังจากโผล่โชว์ตัวในประเทศไทย ที่งานจัดแสดงเทคโนโลยี เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ ที่สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ 5 แห่ง โดยเริ่มที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันที่ 6 ก.พ. 2563 ที่ผ่านมา

Mitsubishi Outlander PHEV โฉมที่จะเปิดตัวในบ้านเรา เป็นโฉมปัจจุบันที่ขายในญี่ปุ่น (ไม่ใช่รุ่นไมเนอร์เช้นจ์ล่าสุด)

เทคโนโลยี เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ ของมิตซูบิชิ ในภาษาญี่ปุ่น “เดน” หมายถึง “ไฟฟ้า” และ “โด” หมายถึง “การขับขี่” เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ คือ ชุดระบบไฟฟ้าที่ออกแบบมาสำหรับที่พักอาศัย ประกอบด้วย Mitsubishi Outlander PHEV และอุปกรณ์ชาร์จไฟฟ้าเทคโนโลยีแบบ Vehicle-to-Home หรือ V2H ซึ่งสามารถทำได้ทั้งการจ่ายและรับกระแสไฟฟ้าระหว่างยานพาหนะและที่พักอาศัยแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่สำหรับที่พักอาศัย

ระบบ เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยแผงโซลาร์เซลล์ นำไปชาร์จ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี  และในทางกลับกันยังสามารถดึงพลังงานไฟฟ้ากลับจากตัวรถ เพื่อนำไปใช้ในที่พักอาศัย จึงมีประโยชน์อย่างมากในการช่วยลดการบริโภคพลังงานและประหยัดค่าใช้จ่าย พร้อมเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าในกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน และยังใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้อีกมาก

หลังจากที่ BOI อนุมัติโครงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า PHEV Plug-in Hybrid Electric Vehicle ของมิตูซูบิชิ ประเทศไทย เมื่อ 15 มีนาคม 62 ลงทุนทั้งหมด 3,130 ล้านบาท และเริ่มเดินสายผลิต Mitsubishi Outlander PHEV ที่โรงงานแหลมฉบัง จ.ชลบุรี

พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย 1 ธันวาคม 2020

Mitsubishi Outlander PHEV ขนาดตัวถัง

  • ยาว  4,695 มม.
  • กว้าง  1,800 มม.
  • สูง  1,710 มม.
  • ระยะฐานล้อ  2,670 มม.
  • ระยะต่ำสุดถึงพื้น 190 มม.
  • ความจุถังน้ำมัน 45 ลิตร

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC MIVEC ECI-Multi 4B12 ขนาด 2.4 ลิตร 2,359 ซีซี. กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 86.0 x 97.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 12.0 : 1  กำลังสูงสุด 128 แรงม้า ที่ 4,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 199 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที

  • มอเตอร์ไฟฟ้า AC Synchronous Permanent Magnetic Motor 2 ตัว ด้านหน้า S61 กำลังสูงสุด 82 แรงม้า 137 นิวตันเมตร และ ด้านหลัง Y61 กำลังสูงสุด 95 แรงม้า 195 นิวตันเมตร
  • เครื่องยนต์+มอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวม 305 แรงม้า 300 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Lithium-ion 300 volts 13.8 kWh ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD
  • ชาร์จไฟฟ้า AC 3.7 kW 230V 16A 0-100% 3 ชั่วโมง 30 นาที
  • ชาร์จไฟฟ้า CHAdeMO Fast Charge 0-80% 32 นาที
  • วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 55 กิโลเมตร

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ S-AWC เพิ่มโหมด Sport และ โหมด Snow จากเดิมมีแต่โหมด Normal และโหมด 4WD Lock 

GT 1,640,000 บาท

ภายนอก

  • ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ ฮาโลเจน
  • ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED
  • ไฟตัดหมอกหน้า ฮาโลเจน
  • ไฟท้ายแบบ LED
  • ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ระบบไฟสว่างอัตโนมัติเมื่อปลดล็อก และระบบไฟนำทางหลังดับเครื่องยนต์
  • กระจังหน้ารถโครเมียมรมดำ
  • สปอยเลอร์หลัง พร้อมไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED
  • กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ พร้อมไฟเลี้ยวและระบบไล่ฝ้า ปรับและพับด้วยไฟฟ้า
  • มือเปิดประตูด้านนอกแบบโครเมียม
  • ที่ปัดน้ำฝนหน้า-หลัง พร้อมจังหวะหน่วงเวลา
  • ระบบน้ำฉีดล้างไฟหน้า
  • เสาอากาศแบบครีบฉลาม

ภายใน

  • ภายในตกแต่ง สีเงิน และเปียโนแบล็ค
  • จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบความชัดเจนสูง
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แบบแยกปรับอุณหภูมิ ซ้าย-ขวา
  • ช่องลมแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมปรับระดับสูง-ต่ำ และเข้า-ออก
  • ระบบล็อกความเร็วบนพวงมาลัย
  • ระบบชะลอความเร็ว พร้อมชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ ด้วยแป้นควบคุมที่พวงมาลัย
  • สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงและกล้องมองภาพรอบคันบนพวงมาลัย
  • สวิตช์ระบบแฮนด์ฟรีและการสั่งงานด้วยเสียงบนพวงมาลัย
  • สวิตช์เลือกโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า
  • สวิตช์เลือกโหมดการขับขี่แบบ ECO และแบบ SPORT
  • สวิตช์เลือกโหมดการขับเคลื่อนสี่ล้อ
  • กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ
  • กระจกหน้าต่างไฟฟ้า พร้อมปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติ ด้านคนขับ และระบบป้องกันการหนีบ
  • เซ็นทรัลล็อก พร้อมสวิตช์ล็อก-ปลดล็อก
  • ไฟอ่านแผนที่ และไฟส่องสว่างในห้องโดยสาร
  • ไฟส่องสว่างบริเวณที่พักเท้าด้านหน้า และคอนโซลกลางด้านล่าง
  • ไฟส่องสว่างบริเวณห้องเก็บสัมภาระ
  • ช่องจ่ายกระแสไฟ DC 12 โวลต์
  • ช่องจ่ายกระแสไฟ AC 1500 วัตต์ บริเวณหลังคอนโซลกลาง และห้องเก็บสัมภาระ
  • ช่องต่ออุปกรณ์ USB 2.1A สำหรับชาร์จไฟ บริเวณด้านหลังคอนโซลกลาง
  • ช่องต่ออุปกรณ์ USB เพื่อเชื่อมต่อความบันเทิงกับเครื่องเสียง บริเวณด้านหน้า
  • ช่องเก็บแว่นตาเหนือศรีษะ
  • ที่บังแดดคู่หน้า พร้อมฝาปิด, กระจก, ไฟส่องสว่าง และ ช่องเสียบบัตร
  • ช่องเก็บของด้านท้ายรถพร้อมฝาปิด
  • พรมรองพื้นห้องโดยสาร
  • วัสดุหุ้มเบาะ วัสดุหนังสังเคราะห์ สีดำ
  • เบาะหน้า เบาะคู่หน้าปรับระดับได้ ด้วยระบบไฟฟ้า
  • เบาะหน้า ระบบปรับเบาะดันหลังไฟฟ้า ด้านคนขับ
  • เบาะหน้า ช่องเก็บของหลังเบาะ ด้านผู้โดยสาร
  • เบาะแถวที่สอง เบาะแยกพับแบบ 60:40
  • เบาะแถวที่สอง พนักพิงสามารถปรับเอนและพับไปด้านหน้า เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการใช้งาน
  • เบาะแถวที่สอง ที่พักแขนสำหรับที่นั่งแถวที่สอง พร้อมที่วางแก้ว
  • กุญแจอัจฉริยะ KOS
  • ปุ่มสตาร์ทเพาเวอร์
  • เครื่องเสียงแบบหน้าจอระบบสัมผัส 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน
  • รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto*
  • ระบบเชื่อมต่อบลูทูธ แฮนด์ฟรี และรองรับสั่งการด้วยเสียง
  • ลำโพง 6 ตำแหน่ง
  • ระบบสั่งการทำงานผ่านสมาร์ตโฟนในระยะสัญญาณ WiFi
  • หมายเหตุ: การให้บริการของระบบปฎิบัติการ Android Auto ยังไม่สามารถใช้งานได้ในประเทศไทย โดยสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ศูนย์ช่วยเหลือของ Google

ความปลอดภัย

  • ระบบเบรกมือควบคุมด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบ Brake Auto Hold
  • ระบบเบรกแบบ ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ EBD
  • ระบบเสริมแรงเบรก BA
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
  • ถุงลมนิรภัยด้านข้าง, บริเวณหัวเข่าด้านคนขับและม่านถุงลมนิรภัย
  • เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าปรับระดับสูง-ต่ำได้ แบบดึงกลับอัตโนมัติ พร้อมระบบผ่อนแรง
  • เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบ ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง
  • เข็มขัดนิรภัยแถวที่สองแบบ ELR 3 จุด 3 ตำแหน่ง พร้อมพนักพิงศีรษะ 3 ตำแหน่ง
  • ระบบล็อกป้องกันการเปิดประตูหลังจากภายใน
  • จุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX ที่เบาะนั่งแถวที่ 2
  • ระบบป้องกันการโจรกรรม
  • ระบบสัญญาณกันขโมย
  • ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
  • ปุ่มปรับระดับลำแสงไฟหน้า
  • กล้องมองภาพรอบคัน พร้อมเส้นกะระยะและเส้นแสดงทิศทางการเคลื่อนที่ของรถ
  • สัญญาณกะระยะจอด ด้านหลัง
  • ไล่ฝ้ากระจกหลัง พร้อมระบบตัดการทำงานอัตโนมัติ

GT-Premium 1,749,000 บาท

ภายนอก

  • ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ LED Twin
  • ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED
  • ไฟตัดหมอกหน้า แบบ LED พร้อมตกแต่งด้วยกรอบสีเงิน
  • ไฟท้ายแบบ LED
  • ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ระบบไฟสว่างอัตโนมัติเมื่อปลดล็อก และระบบไฟนำทางหลังดับเครื่องยนต์
  • กระจังหน้ารถโครเมียมรมดำ
  • สปอยเลอร์หลัง พร้อมไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED
  • ราวหลังคาสีเงิน
  • กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ พร้อมไฟเลี้ยวและระบบไล่ฝ้า ปรับและพับด้วยไฟฟ้า
  • มือเปิดประตูด้านนอกแบบโครเมียม
  • ที่ปัดน้ำฝนหน้า-หลัง พร้อมจังหวะหน่วงเวลา
  • ระบบน้ำฉีดล้างไฟหน้า
  • ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ พร้อมสวิตซ์เปิด-ปิดจากภายในรถ
  • เสาอากาศแบบครีบฉลาม

ภายใน

  • ภายในตกแต่ง สีเงิน และลายกราฟิกสีดำ
  • จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบความชัดเจนสูง
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แบบแยกปรับอุณหภูมิ ซ้าย-ขวา
  • ช่องลมแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมปรับระดับสูง-ต่ำ และเข้า-ออก
  • ระบบล็อกความเร็วบนพวงมาลัยแบบแปรผันอัตโนมัติ
  • ระบบชะลอความเร็ว พร้อมชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ ด้วยแป้นควบคุมที่พวงมาลัย
  • สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงและกล้องมองภาพรอบคันบนพวงมาลัย
  • สวิตช์ระบบแฮนด์ฟรีและการสั่งงานด้วยเสียงบนพวงมาลัย
  • สวิตช์เลือกโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า
  • สวิตช์เลือกโหมดการขับขี่แบบ ECO และแบบ SPORT
  • สวิตช์เลือกโหมดการขับเคลื่อนสี่ล้อ
  • กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ
  • กระจกหน้าต่างไฟฟ้า พร้อมปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติ ด้านคนขับ และระบบป้องกันการหนีบ
  • เซ็นทรัลล็อก พร้อมสวิตช์ล็อก-ปลดล็อก
  • ไฟอ่านแผนที่ และไฟส่องสว่างในห้องโดยสาร
  • ไฟส่องสว่างบริเวณที่พักเท้าด้านหน้า และคอนโซลกลางด้านล่าง
  • ไฟส่องสว่างบริเวณห้องเก็บสัมภาระ
  • ช่องจ่ายกระแสไฟ DC 12 โวลต์
  • ช่องจ่ายกระแสไฟ AC 1500 วัตต์ บริเวณหลังคอนโซลกลาง และห้องเก็บสัมภาระ
  • ช่องต่ออุปกรณ์ USB 2.1A สำหรับชาร์จไฟ บริเวณด้านหลังคอนโซลกลาง
  • ช่องต่ออุปกรณ์ USB เพื่อเชื่อมต่อความบันเทิงกับเครื่องเสียง บริเวณด้านหน้า
  • ช่องเก็บแว่นตาเหนือศรีษะ
  • ที่บังแดดคู่หน้า พร้อมฝาปิด, กระจก, ไฟส่องสว่าง และ ช่องเสียบบัตร
  • ช่องเก็บของด้านท้ายรถพร้อมฝาปิด
  • พรมรองพื้นห้องโดยสาร
  • วัสดุหุ้มเบาะ เบาะหนังและวัสดุหนังสังเคราะห์ สีดำ พร้อมลวดลาย “Diamond Quilting”
  • เบาะหน้า เบาะคู่หน้าปรับระดับได้ ด้วยระบบไฟฟ้า
  • เบาะหน้า ระบบปรับเบาะดันหลังไฟฟ้า ด้านคนขับ
  • เบาะหน้า ช่องเก็บของหลังเบาะ คู่หน้า
  • เบาะแถวที่สอง เบาะแยกพับแบบ 60:40
  • เบาะแถวที่สอง พนักพิงสามารถปรับเอนและพับไปด้านหน้า เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการใช้งาน
  • เบาะแถวที่สอง ที่พักแขนสำหรับที่นั่งแถวที่สอง พร้อมที่วางแก้ว
  • กุญแจอัจฉริยะ KOS
  • ปุ่มสตาร์ทเพาเวอร์
  • เครื่องเสียงแบบหน้าจอระบบสัมผัส 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน
  • รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto*
  • ระบบเชื่อมต่อบลูทูธ แฮนด์ฟรี และรองรับสั่งการด้วยเสียง
  • ลำโพง 6 ตำแหน่ง
  • ระบบสั่งการทำงานผ่านสมาร์ตโฟนในระยะสัญญาณ WiFi
  • หมายเหตุ: การให้บริการของระบบปฎิบัติการ Android Auto ยังไม่สามารถใช้งานได้ในประเทศไทย โดยสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ศูนย์ช่วยเหลือของ Google

ความปลอดภัย

  • ระบบเบรกมือควบคุมด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบ Brake Auto Hold
  • ระบบเบรกแบบ ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ EBD
  • ระบบเสริมแรงเบรก BA
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
  • ถุงลมนิรภัยด้านข้าง, บริเวณหัวเข่าด้านคนขับและม่านถุงลมนิรภัย
  • เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าปรับระดับสูง-ต่ำได้ แบบดึงกลับอัตโนมัติ พร้อมระบบผ่อนแรง
  • เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบ ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง
  • เข็มขัดนิรภัยแถวที่สองแบบ ELR 3 จุด 3 ตำแหน่ง พร้อมพนักพิงศีรษะ 3 ตำแหน่ง
  • ระบบล็อกป้องกันการเปิดประตูหลังจากภายใน
  • จุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX ที่เบาะนั่งแถวที่ 2
  • ระบบป้องกันการโจรกรรม
  • ระบบสัญญาณกันขโมย พร้อมเซ็นเซอร์ตรวจจับในห้องโดยสาร
  • ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
  • ปุ่มปรับระดับลำแสงไฟหน้า ปรับระดับลำแสงไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ระบบปรับระดับไฟสูง-ต่ำ อัตโนมัติ
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว
  • ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว
  • ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา พร้อมระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน
  • ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด
  • กล้องมองภาพรอบคัน พร้อมเส้นกะระยะและเส้นแสดงทิศทางการเคลื่อนที่ของรถ
  • สัญญาณกะระยะจอด ด้านหน้าและหลัง
  • ไล่ฝ้ากระจกหลัง พร้อมระบบตัดการทำงานอัตโนมัติ

MG HS PHEV

MG HS PHEV ประเดิมตลาดปลั๊กอินไฮบริดเมืองไทย ด้วยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ NEW MGG HS PHEV พลังงานปลั๊กอินไฮบริด ผสานเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้ารีดกำลังมากถึง 284 แรงม้า และประหยัดน้ำมันได้ถึง 67 กม./ลิตร ในราคาล้านต้นๆ

ราคา MG HS PHEV 1,359,000 บาท

  • ฟรี Home Charger พร้อมค่าติดตั้ง
  • รับประกันคุณภาพตัวรถ Warranty นาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร
  • แบตเตอรี่รับประกันนาน 8 ปี ไม่จำกัดระยะทา
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง
  • Call Centre ติดต่อได้ทุกวัน 24 ชั่วโมง
  • Courtesy Car บริการรถใช้ระหว่างซ่อม ในกรณีเข้าศูนย์บริการเกิน 4 วัน
  • โปรนี้สำหรับลูกค้าที่จอง และรับรถ MG HS PHEV ภายใน 31 ธันวาคม 2020

ขนาดตัวถัง

  • ยาว  4,574 มม.
  • กว้าง  1,876 มม.
  • สูง  1,664 มม.
  • ระยะฐานล้อ 2,720 มม.
  • ความจุถังน้ำมัน 37 ลิตร

ไฟหน้าแบบ LED PROJECTOR ไฟท้าย LED SPACE LIGHT FIELD ไฟเลี้ยวแบบ SEQUENTIAL และล้ออัลลอยด์ 18 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ THUNDER WIND BLADE โลดแล่นอย่างเต็มสมรรถนะ พร้อมความล้ำหน้าแห่งเทคโนโลยี ด้วยแรงบันดาลใจภายใต้แนวคิด BRIT DYNAMIC ที่ผสานทั้ง สมรรถนะ (PERFORMANCE) การควบคุม (HANDLING) การออกแบบ (DESIGN) และความปลอดภัย (SAFETY) ได้อย่างลงตัว เต็มไปด้วย PASSION แบบฉบับยนตรกรรมอังกฤษตามมาตรฐานของ MG

ภายในด้วยสี 2-TONE MONACO BLUE ไฟ Ambient light ปรับได้ 64 สี ใส่ใจในทุกรายละเอียดด้วยวัสดุ SOFT TOUCH จากแรงบันดาลใจของความงามในธรรมชาติ เบาะหนังคู่หน้าแบบ SPORT BUCKET SEAT ภายในห้องโดยสารเงียบ เรียบ หรู มีระดับด้วย NVH LUXURY SILENCE SPACE การเพิ่มฟิล์มกันเสียง และแผ่นซับเสียงภายในห้องโดยสาร ที่จะช่วยตัดเสียงรบกวนภายนอก ให้ทุกการเดินทางเป็นส่วนตัว ไปจนถึงหลังคาซันรูฟที่เปิดกว้างแบบพาโนรามา บนพื้นที่เกือบ 90% ของพื้นที่หลังคา และเป็นครั้งแรกของยนตรกรรมระดับพรีเมียม ที่ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ล้ำเหนือระดับกับจอแสดงผลอัจฉริยะ FULL VIRTUAL DASHBOARD ขนาด 12 นิ้ว ระบบเสียง BOSE 8.1 คุณภาพเสียงระดับไฮเอนท์

  • ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART จาก MG ที่จะเชื่อมต่อทุกคุณค่าของชีวิต ให้สมาร์ทไม่รู้จบ รองรับการสั่งงานด้วยเสียง จอทัชสกรีน หรือสั่งงานผ่านแอพพลิเคชัน สามารถล๊อครถผ่านโทรศัพท์มือถือ รวมถึงแสดงข้อมูลปลั๊กอินไฮบริด การชาร์จ และแบตเตอรี่ เป็นต้น

ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 166 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิด 250 นิวตันเมตร ที่ 1,700 – 4,400 รอบ/นาที + แบตเตอรี่ Lithium-ion จำนวน 6 โมดูล ขนาด 16.6 kW ต่อชั่วโมง มอเตอร์ไฟฟ้ารวมกำลังทั้งหมด 284 แรงม้า แรงบิตสูงสุด 480 นิวตัน – เมตร

  • เครื่องยนต์ให้กำลัง 162 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร / มอเตอร์ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า แรงบิด 230 นิวตันเมตร
  • มีให้เลือก 5 โหมด Normal / EV / ECO / SPORT / SUPER SPORT

ส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ EDU II 10 สปีต วิ่งไฟฟ้าสามารถทำอัตราประหยัด 67 กม./ลิตร อัตราเร่ง 0-100 กม. 7.5 วินาที คาร์บอนไดออกไซด์ต่ำเพียง 36 กรัม / กิโลเมตร

อัตราทดเกียร์ เครื่องยนต์

  • เกียร์ 1  4.407
  • เกียร์ 2  2.500
  • เกียร์ 3  1.676
  • เกียร์ 4  1.225
  • เกียร์ 5  0.918
  • เกียร์ 6  0.695
  • เกียร์ถอยหลัง  3.359
  • อัตราทดเฟืองท้าย  3.850

อัตราทดเกียร์ไฟฟ้า

  • เกียร์ 1  3.699
  • เกียร์ 2  2.481
  • เกียร์ 3  1.407
  • เกียร์ 4  1.028
  • เกียร์ถอยหลัง  3.699
  • อัตราทดเฟืองท้าย  3.850

ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM ทั้ง 25 ระบบ พร้อมกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง คู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย ACC ระบบที่ช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติ

สเปคภายนอก

  • ไฟหน้า Projector Lens แบบ LED ไฟส่องสว่างกลางวันแบบ LED
  • ไฟเลี้ยวด้านหน้า – ด้านหลัง แบบ LED แบบ Sequential
  • ระบบเปิด-ปิดไฟหน้า แบบอัตโนมัติ
  • ระบบปรับระดับไฟหน้า สูง-ต่ำ
  • ระบบไฟ Welcome Light
  • ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่องยนต์ Follow me home Light
  • ไฟตัดหมอกคู่หน้า / หลัง
  • ไฟท้าย LED ดีไซน์แบบ Space Light Field
  • ไฟเลี้ยวด้านหน้า – ด้านหลัง แบบ LED Sequential
  • กระจังหน้า ดีไซน์แบบ Steller Magnetic Field
  • ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ Rain Sensor
  • พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS
  • กระจกมองข้าง ไฟเลี้ยว LED ปรับและพับ ด้วยไฟฟ้า
  • ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า Power Tailgate
  • แผงกั้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย
  • ราวหลังคา
  • สปอยเลอร์หลัง
  • ล้ออัลลอย Thunder Wing Blade 18 นิ้ว พร้อมยาง ขนาด 235/50 R18
  • ยางอะไหล่แบบ Spare tire

ภายในห้องโดยสาร

  • ภายในห้องโดยสารสีทูโทน น้ำเงินเข้ม-ขาว / สีดำ (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย)
  • วัสดุตกแต่งภายในห้องโดยสาร สีเงิน และ สีเงินกึ่งมันแบบ Hairline
  • แผงแดชบอร์ดหน้า-แผงประตู บุนุ่มหุ้มด้วยหนังสีแดง เดินตะเข็บด้าย
  • ชุดแป้นคันเร่ง และ เบรก แบบสปอร์ต
  • หลังคากระจก Panoramic Sunroof เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
  • กระจกหน้าต่างไฟฟ้า 4 บาน ขึ้น-ลง อัตโนมัติคู่หน้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ
  • ชุดมาตรวัดแบบ Full Virtual Dashboard ขนาด 12 นิ้ว
  • ไฟส่องสว่างในห้องโดยสาร แบบ LED
  • ระบบกุญแจ Smart Keyless Entry
  • ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ Push Start Button
  • ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา Dual Zone
  • ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง กรองอากาศ PM 2.5
  • กล่องเก็บของคอนโซลกลาง แบบรักษาอุณหภูมิ
  • ช่องชาร์จไฟ 12V
  • ช่องชาร์จไฟ USB 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • พวงมาลัยหุ้มหนัง Multi-function แบบสปอร์ตท้ายตัด ปรับ 4 ทิศทาง ขึ้น-ลง-เข้า+-ออก
  • สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย พร้อมปุ่มรับ-วางสาย
  • ปุ่มปรับโหมดการขับขี่ Super Sport บนพวงมาลัย
  • กระจกมองหลัง แบบปรับลดแสงอัตโนมัติ
  • ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร Interactive Ambient Light ปรับเปลี่ยนได้ 64 สี และ ปรับตามโหมดการขับขี่

เบาะนั่ง

  • เบาะนั่ง
    • หุ้มด้วยหนัง สลับหนังกลับ Alcantara สีน้ำเงินเข้ม-ขาว 2-Tone Monaco Blue
    • หุ้มด้วยหนัง สีดำ (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย)
  • เบาะนั่งคู่หน้าแบบสปอร์ต Sport Bucket Seat
  • เบาะนั่งคนขับ ปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมที่ปรับดันหลัง
  • เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า ปรับด้วยไฟฟ้า 4 ทิศทาง
  • เบาะนั่งด้านหลัง แยกพับอิสระ 60 : 40 ปรับเอนได้ 1 จังหวะ
  • ที่วางแขนตรงกลางเบาะนั่งด้านหลัง พร้อมที่เก็บของ และ ที่วางแก้วน้ำ

เครื่องเสียง

  • หน้าจอเครื่องเสียงระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 10 นิ้ว
  • เครื่องเสียง วิทยุ AM/FM
  • ช่องเชื่อมต่อ USB + ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth และแผนที่นำทาง
  • ระบบเสียงรอบทิศทาง BOSE 8.1 Sound System พร้อม SubWoofer

ระบบ i-SMART สั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย

  • ระบบนำทาง พร้อมรายงานจราจร Real Time
  • แนะนำร้านอาหาร – ที่พัก
  • เลขาส่วนตัว i-Call
  • โทรออก-รับสายในกรณีฉุกเฉิน
  • ระบบสั่งงานบน Smart Phone
    • ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์
    • เปิดระบบปรับอากาศ
    • ล็อค-ปลดล็อคประตู
    • วางแผนการเดินทาง Travel Plan
    • ระบบ Find My Car
    • ระบบตรวจสอบสถานะรถยนต์
  • ระบบเล่นเพลงออนไลน์แบสตรีมมิ่ง

ระบบความปลอดภัย

  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • ระบบเสริมแรงเบรก EBA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว SCS
  • ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC
  • ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้งด้วยความเร็ว XDS
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS
  • ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS
  • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC
  • ระบบป้องกันการลื่นไถลเมื่อเกียร์ลดต่ำอย่างฉับพลัน MSR
  • ระบบลดความเสี่ยงที่จะทำให้พลิกคว่ำ ARP
  • ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือน เมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS
  • ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC : Adaptive Cruise Control
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA
  • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโมัติ IHC
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อมระบบ Auto Vehicle Hold
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถเสี่ยงต่อการชนคันหน้าขณะขับขี่ FCW
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW
  • ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถออกนอกเลน LDP
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอยหลัง RCTA
  • ระบบช่วยเตือนการปิดประตู DOW
  • ระบบล็อคประตูอัตโนมัติ Speed Sensing Door Lock
  • ระบบ KERS : Kinetic Energy Recovery System
    • ชาร์จพลังงานระหว่างการขับขี่ Regenerative ปรับได้ 3 ระดับ
  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (คู่หน้า-ด้านข้าง-ม่านนิรภัย)
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา
  • เซนเซอร์กะระยะช่วยจอดด้านหลัง 4 ตำแหน่ง
  • ระบบกุญแจ Immobilizer
  • จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX

MG HS PHEV เตรียมเปิดตัว 27 ตุลาคม 2020 ล่าสุดทาง MG ประเทศไทยเปิดให้คำนวนอัตราสิ้นเปลืองของ HS PHEV ซึ่งทางทีมงานลองคำนวนโดยเฉลี่ย วิ่งวันละ 80 กม. 1 เดือนหรือ 30 วันได้ 2,400 กม. รวมค่าเชื้อเพลิง MG HS PHEV ทั้งหมด 2,147 บาท หรือคิดเป็นตัวเลขตรงๆ ประมาณ กม.ละ 89 สตางค์ หรือ กิโลเมตรละไม่ถึงบาท เพื่อนๆสามารถลองคำนวณตามลิงค์นี้ Mgcars.com

หมายเหตุ

ตัวเลขดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เปรียบเทียบระบบการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ Hybrid ทั่วไป กับเครื่องยนต์ Plug-in Hybrid ของ MG เท่านั้น ไม่ใช่ค่าสำหรับเปรียบเทียบรถคันใดคันหนึ่ง

  • ข้อมูลอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รถยนต์ Hybrid เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตรทั่วไป
  • อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยทั่วประเทศ ไม่รวมค่า FT และภาษีมูลค่าเพิ่ม อ้างอิงจากข้อมูลของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ณ เดือนมิถุนายน 2563
  • ราคาน้ำมันที่ใช้ในการคำนวณ คิดมาจากราคาน้ำมันเบนซิน 95 ด้วยราคาน้ำมัน ณ วันพุธที่ 09 กันยายน 2563 ที่ 29.16 บาท / ลิตร
  • ข้อมูลจาก Eco Sticker MG รุ่น NEW MG HS PHEV
  • ข้อมูลอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) รถยนต์ Hybrid เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตรทั่วไป
  • ใช้รถยนต์เป็นระยะทาง 33,000 กิโลเมตรต่อปี อัตราการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยของต้นไม้ 1 ต้นคือ 1,511 กรัม / เดือน หรือ 40 ปอนด์ / ปี อ้างอิง ข้อมูลจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม www.deqp.go.th
  • ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นตามระยะทางที่น้อยกว่า หรือเท่ากับ 2,000 กิโลเมตร ของรถ NEW MG HS PHEV (เฉพาะค่าใช้ไฟฟ้า) คำนวณค่าไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากการชาร์จไฟฟ้า 0 – 100% (ในระยะเวลา 30 วัน / เดือน) ต่อระยะทางที่รถ NEW MG HS PHEV สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ได้ไกลที่สุดที่ระยะทาง 67 กิโลเมตร (อ้างอิงจาก Eco Sticker)

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ขอเรียนเชิญท่านสื่อมวลชนร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวรถยนต์ NEW MG HS PHEV ยนตรกรรมรุ่นล่าสุดที่มาพร้อมเทคโนโลยี Plug-In-Hybrid ของแบรนด์เอ็มจี ใน วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เวลา 13.00 – 16.00 น. ณ GMM Live House ชั้น 8 ศูนย์การค้า Central World

ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 166 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิด 250 นิวตันเมตร ที่ 1,700 – 4,400 รอบ/นาที + แบตเตอรี่ลิเธียม – ไอออน มอเตอร์ไฟฟ้ารวมกำลังทั้งหมด 291 แรงม้า แรงบิตสูงสุด 480 นิวตัน – เมตร ส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ EDU II 10 สปีต วิ่งไฟฟ้าสามารถทำอัตราประหยัด 76 กม./ลิตร

  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.8 วินาที
  • แบตเตอรี่เป็นแบบลิเธียม ไอออน จากCATL ขนาดความจุ 16.6 kWh

สำหรับสีตัวถังจะมีให้เลือกในไทย 3 สีได้แก่ ขาว ดำ และแดง พร้อมเปิดราคาจำหน่ายวันที่ 27 ตุลาคม 2020 คาดราคาจำหน่าย 1.3 – 1.4 ล้านบาท มีรุ่นเดียวให้เลือก

MG eHS

Volvo XC40 Recharge T5

ราคาจำหน่าย

  • Recharge T5 R-Design Expression  2,090,000 บาท
  • Recharge T5 R-Design  2,390,000 บาท
  • Recharge T5 Inscription  2,390,000 บาท

Volvo Warranty รับประกันคุณภาพตัวรถ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และ Volvo Assistance บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 1 ปี

การออกแบบภายนอกพร้อมไฟหน้าแบบ LED ปรับองศาตามพวงมาลัย ไฟหน้า ปรับระดับสูง-ต่ำแบบอัตโนมัติ ระบบเปิด-ปิดไฟสูง พร้อมปรับมุมส่องสว่างอัตโนมัติ Active High Beam Control ไฟท้ายแบบ LED ฝาท้าย เปิด – ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า ฝาท้าย เปิด – ปิด โดยไม่ต้องใช้มือ Hand-free Tailgate ล้ออัลลอย 19 นิ้ว ยางขนาด 235/50 R19

ภายในห้องโดยสารคุมโทนดำ ตกแต่งด้วยลาย Cutting Edge Decor หลังคาดำ หลังคากระจก Panoramic Sunroof เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง-หนังกลับ Nuback Fine Nappa Perforated Leather เบาะนั่งคนขับ ปรับด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบบันทึกตำแหน่ง Memory Seat เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า ปรับด้วยไฟฟ้า ระบบปรับดันหลังไฟฟ้า Lumbar Support 4 ทิศทาง การปรับโหมดการขับขี่ Drive Mode Setting แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย Wireless Charging มาตรวัดแสดงผลแบบดิจิตอล ขนาด 12.3 นิ้ว

หน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว ระบบเสียง Harman Kardon Amplifier 600 วัตต์ ลำโพง 13 ตำแหน่ง พร้อม SubWoofer ระบบเสียงรอบทิศทางแบบ Quantum Logic

Volvo XC40 Recharge พัฒนาภายใต้แพล็ตฟอร์ม CMA (Compact Modular Architecture) ซึ่งเป็นแพล็ตฟอร์มเดียวกันกับ XC40 แต่วางแบตเตอรี่ไว้ด้านล่างทำให้ตัวถังต่ำกว่าเดิม 36 มม.

ขนาดตัวถัง

  • ยาว  4,425 มม.
  • กว้าง  1,863 มม.
  • สูง  1,652 มม.
  • ระยะฐานล้อ 2,702 มม.
  • ความจุถังน้ำมัน 49 ลิตร

เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร 1,477 ซีซี. พ่วง Turbocharge ให้กำลัง 180 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 265 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 3,000 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลัง 82 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 160 นิวตันเมตร เครื่องยนต์ + มอเตอร์ไฟฟ้า รวม 262 แรงม้า แรงบิต 425 นิวตัน-เมตร

  • เกียร์อัตโนมัติ Dual-Clutch 7 จังหวะ with Geartronic
  • ขับเคลื่อนล้อหน้า FWD
  • แบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 10.7 kWh
  • รองรับน้ำมันสูงสุด Gasohol95 E10
  • อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 7.3 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด Top Speed 180 km/h (Locked)
  • วิ่งไฟฟ้าล้วน 44 กิโลเมตร / ชาร์จ

ช่วงล่าง

  • ระบบเบรก คู่หน้าดิสก์เบรก / คู่หลังดิสก์เบรก
  • ช่วงล่างด้านหน้า MacPherson Spring Strut
  • ช่วงล่างด้านหลัง Multilink
  • แชสซีส์ช่วงล่างแบบ Sport

ระบบความปลอดภัย

  • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS / กระจายแรงเบรก EBD / เสริมแรงเบรก BA
  • ระบบช่วยในการขึ้นที่ลาดชัน Hill Start Assist / ระบบช่วยในการลงที่ลาดชัน Hill Descent Control
  • เซนเซอร์กะระยะช่วยจอด ด้านหน้า – ด้านหลัง
  • ระบบป้องกันเมื่อเกิดการวิ่งตกถนน Run-Off Protection
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง หัวเข่า 1 ด้านข้าง 2 ม่าน 2
  • ระบบช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติ Pilot Assist
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control
  • ฟังก์ชั่นหยุด / ออกตัวรถโดยอัตโนมัติ Queue Assist
  • ระบบปกป้องการบาดเจ็บของกระดูกต้นคอ และ หลัง Whiplash Protection System
  • ระบบกระจายแรงกระแทกจากการชนด้านข้าง Side Impact Protection System
  • ระบบป้องกันการชน City Safety พร้อมเซนเซอร์ตรวจจับรถ คนเดินถนน จักรยาน และ สัตว์ใหญ่
    • พร้อมฟังก์ชั่นหยุดรถอัตโนมัติ Full Auto Brake
  • ระบบป้องกันการชน CAMS
    • พร้อมฟังก์ชั่นหยุดรถอัตโนมัติ Auto Brake
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา Blind Spot Information System
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอยหลัง CTA
    • พร้อมฟังก์ชั่นหยุดรถอัตโนมัติ Auto Brake
  • ระบบแจ้งเตือนเพื่อให้เว้นระยะห่างจากคันหน้า Distance Alert
  • ระบบเตือนด้วยแรงสั่นที่พวงมาลัยเมื่อรถออกนอกช่องจราจร LKA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว และ ยึดเกาะถนน DSTC
  • ระบบควบคุมการโคลง ASCA
  • ระบบควบคุม และ ป้องกันการโคลงของรถ RSC
  • ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ (แบบขนาน-เข้าซอง) PAP
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา