เปิดขายจีน 811,000 บาท XPENG MONO L03 แบต 69kWh 625 กม./ชาร์จ NEDC พร้อมรุ้น EREV ให้เลือก

เปิดขายจีน 811,000 บาท XPENG MONO L03 แบต 69kWh 625 กม./ชาร์จ NEDC พร้อมรุ้น EREV ให้เลือก
Spread the love
Advertisement Advertisement

เปิดสเปก XPENG MONA L03 รถไฟฟ้า RWD พร้อมรุ่น EREV วิ่งไกล 1,330 กม. ราคาเริ่มต้นราว 7.03 แสนบาท

XPENG MONA L03 คือรถยนต์รุ่นใหม่จาก XPENG ที่มีทั้งรุ่นไฟฟ้าล้วน BEV และรุ่น EREV ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนเป็นหลัก พร้อมเครื่องยนต์เบนซินสำหรับปั่นไฟเพิ่มระยะทาง จุดเด่นอยู่ที่ตัวถังขนาดใหญ่ ฐานล้อยาว 2,850 มม. มอเตอร์ขับเคลื่อนล้อหลัง 183 kW และระบบ AI ช่วยขับรุ่นใหม่

รุ่นไฟฟ้าล้วน BEV มีระยะทางวิ่งสูงสุด 625 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน CLTC ขณะที่รุ่น EREV วิ่งได้ไกลรวมสูงสุด 1,330 กม. ตามมาตรฐาน CLTC

หมายเหตุ: ราคาด้านล่างเป็นราคา Pre-sale ในจีน คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน 1 หยวน = 4.892 บาท เป็นเพียงการเทียบราคาเบื้องต้น ยังไม่รวมภาษี ค่าขนส่ง ต้นทุนการนำเข้า และโครงสร้างราคาหากมีการจำหน่ายในประเทศไทย

ราคา XPENG MONA L03 ทุกรุ่นย่อย คิดเป็นเงินบาท

  • 525 Max รุ่น BEV ราคา 143,800 หยวน หรือประมาณ 703,470 บาท
  • 625 Max รุ่น BEV ราคา 153,800 หยวน หรือประมาณ 752,390 บาท
  • 525 Ultra SE รุ่น BEV ราคา 155,800 หยวน หรือประมาณ 762,174 บาท
  • 625 Ultra SE รุ่น BEV ราคา 165,800 หยวน หรือประมาณ 811,094 บาท
  • 1330 Max รุ่น EREV ราคา 149,800 หยวน หรือประมาณ 732,822 บาท
  • 1330 Ultra SE รุ่น EREV ราคา 161,800 หยวน หรือประมาณ 791,526 บาท

มิติตัวถัง XPENG MONA L03

  • ความยาว 4,650 มม.
  • ความกว้าง 1,920 มม.
  • ความสูง 1,600 มม.
  • ระยะฐานล้อ 2,850 มม.
  • พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 539 ลิตร
  • เมื่อพับเบาะแถวสอง สามารถขยายพื้นที่เก็บสัมภาระได้สูงสุด 1,640 ลิตร
  • รุ่น BEV มีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า Frunk ขนาด 102 ลิตร

ขนาดตัวถังอยู่ในระดับ C-SUV ที่ให้ฐานล้อยาวถึง 2.85 เมตร ช่วยเพิ่มพื้นที่ห้องโดยสารและพื้นที่เก็บของให้เหมาะกับการใช้งานครอบครัว รวมถึงการเดินทางไกล

ขุมพลัง BEV ไฟฟ้าล้วน ขับเคลื่อนล้อหลัง

XPENG MONA L03 รุ่น BEV ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้งด้านหลัง ขับเคลื่อนล้อหลัง RWD ทุกรุ่นย่อย ให้กำลังสูงสุด 183 kW หรือประมาณ 249 PS และแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร

รุ่น 525 Max และ 525 Ultra SE

  • แบตเตอรี่ LFP ความจุ 56 kWh
  • ระยะทางวิ่งสูงสุด 525 กม. ตามมาตรฐาน CLTC
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.5 วินาที
  • ชาร์จเร็ว DC จาก 10-80% ใช้เวลาประมาณ 19.1 นาที

รุ่น 625 Max และ 625 Ultra SE

  • แบตเตอรี่ LFP ความจุ 69 kWh
  • ระยะทางวิ่งสูงสุด 625 กม. ตามมาตรฐาน CLTC
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 6.6 วินาที
  • ชาร์จเร็ว DC จาก 10-80% ใช้เวลาประมาณ 19.1 นาที

ทุกรุ่นรองรับระบบจ่ายไฟออกภายนอก V2L กำลังสูงสุด 6 kW รองรับการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกรถ เช่น อุปกรณ์แคมป์ปิ้ง หรือเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังสูงบางประเภท

ขุมพลัง EREV รุ่น 1330 วิ่งไฟฟ้าล้วน 315 กม.

XPENG MONA L03 รุ่น EREV มีให้เลือก 2 รุ่น คือ 1330 Max และ 1330 Ultra SE โดยยังคงใช้มอเตอร์ไฟฟ้าหลัง 183 kW หรือประมาณ 249 PS แรงบิด 280 นิวตันเมตร แต่เพิ่มเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตรเข้ามาทำหน้าที่ปั่นไฟ

  • แบตเตอรี่ LFP ความจุ 37.2 kWh
  • ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน 315 กม. ตามมาตรฐาน CLTC
  • ระยะทางวิ่งรวมสูงสุด 1,330 กม. ตามมาตรฐาน CLTC
  • เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ทำหน้าที่เป็น Range Extender
  • ถังน้ำมันความจุ 42 ลิตร
  • รองรับน้ำมันเบนซิน RON 92 ขึ้นไป
  • อัตราสิ้นเปลืองเมื่อแบตเตอรี่ต่ำ 5.16 ลิตร/100 กม. ตามมาตรฐาน WLTC
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 6.8 วินาที
  • ชาร์จเร็ว DC จาก 10-80% ใช้เวลาประมาณ 14.7 นาที

รุ่น EREV เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องเดินทางไกลเป็นประจำ หรือยังไม่มั่นใจเรื่องเครือข่ายสถานีชาร์จ เพราะรถยังขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก แต่มีเครื่องยนต์ช่วยผลิตพลังงานไฟฟ้าเมื่อแบตเตอรี่ลดลง

ช่วงล่าง ระบบขับขี่ และล้อ

  • ช่วงล่างหน้าแบบ MacPherson Strut
  • ช่วงล่างหลังอิสระ Multi-link แบบ 5-link
  • รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.25 เมตร
  • ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน หน้าและหลัง
  • ระบบเบรกอัจฉริยะ IPB
  • ระบบควบคุมแรงฉุด dTCS
  • พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า ปรับน้ำหนักตามความเร็ว
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อม Auto Hold
  • โหมดขับขี่ Eco / Comfort / Sport
  • ระบบ X-Pedal ปรับระดับการหน่วงได้ 4 ระดับ
  • โหมดควบคุมรถบนพื้นผิวเปียกและหิมะ

ล้อมาตรฐานเป็นล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 225/60 R18 ขณะที่มีออปชันล้อ 20 นิ้ว ยาง 245/45 R20 และฝาครอบคาลิเปอร์สีเหลือง ราคา 6,000 หยวน หรือประมาณ 29,352 บาท

ดีไซน์ภายนอก

  • ไฟหน้า LED พร้อมไฟ Daytime Running Light
  • ไฟเลี้ยวแบบ Sequential
  • ไฟท้าย LED พาดยาวเต็มความกว้างตัวรถ
  • กระจังหน้า Active Grille Shutter
  • มือจับประตูแบบกึ่งซ่อน
  • ประตูไร้กรอบ Frameless Door
  • กระจกหน้าต่างคู่หลัง Privacy Glass
  • กระจกมองข้างไฟฟ้า พร้อมพับอัตโนมัติ ไล่ฝ้า และปรับลงเมื่อถอยหลัง
  • หลังคากระจก Panoramic Glass Roof เคลือบกันความร้อน
  • ฝาท้ายไฟฟ้า พร้อมระบบจดจำตำแหน่งการเปิด
  • ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ

ภายในและความสะดวกสบาย

  • เบาะหุ้มวัสดุสังเคราะห์เกรดพรีเมียม
  • เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่ง
  • เบาะผู้โดยสารหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
  • ระบบ Welcome Seat สำหรับเบาะคู่หน้า
  • ระบบปรับดันหลังไฟฟ้า
  • เบาะคู่หน้าพร้อมระบบอุ่นและระบายอากาศ
  • เบาะหลังปรับองศาพนักพิงได้
  • เบาะหลังพับแยก 60:40
  • ที่วางแขนกลางด้านหลัง พร้อมที่วางแก้วและช่องวางโทรศัพท์
  • ลิ้นชักใต้เบาะหลัง ขนาด 10 ลิตร
  • พวงมาลัยทรงสปอร์ตหุ้มวัสดุ Microfiber
  • พวงมาลัยอุ่น
  • ไฟ Ambient Light 256 สี พร้อมเอฟเฟกต์ตามเสียงเพลง
  • ที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย 50W แบบระบายความร้อน

ระบบปรับอากาศและการเชื่อมต่อ

  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกซ้าย-ขวา
  • ระบบกรองฝุ่น PM2.5
  • ระบบ Heat Pump
  • ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • ระบบปรับทิศทางลมอัจฉริยะ ลดการเป่าลมตรงตัว
  • พอร์ต Type-C จำนวน 3 ตำแหน่ง
  • พอร์ต USB-A จำนวน 1 ตำแหน่ง
  • ช่องจ่ายไฟ 12V จำนวน 2 ตำแหน่ง

ห้องโดยสารอัจฉริยะและอินโฟเทนเมนต์

  • ชิปประมวลผลห้องโดยสาร MT8676
  • หน้าจอกลางขนาด 15.6 นิ้ว
  • W-HUD แสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า
  • รองรับ 5G และ Wi-Fi ภายในรถ
  • ระบบปฏิบัติการ Tianji AIOS
  • สั่งงานด้วยเสียงแยกตำแหน่งผู้โดยสารได้ 4 โซน
  • ระบบนำทางแบบ Lane-level Navigation
  • กล้อง 360 องศา พร้อมมุมมองใต้ท้องรถ
  • ระบบบันทึกภาพขณะขับขี่
  • Sentry Mode เฝ้าระวังรถขณะจอด
  • โหมดสัตว์เลี้ยง โหมดตั้งแคมป์ โหมดพักผ่อน และโหมดล้างรถ
  • กุญแจ Bluetooth ผ่านสมาร์ตโฟน
  • รองรับ HUAWEI HiCar และ ICCOA Carlink
  • อัปเดตซอฟต์แวร์ OTA ผ่านระบบออนไลน์

ระบบ AI ช่วยขับ Max และ Ultra SE ต่างกันอย่างไร?

จุดต่างสำคัญอยู่ที่จำนวนชิปประมวลผล AI โดยรุ่น Max ใช้ชิป XPENG Turing AI จำนวน 1 ตัว ให้กำลังประมวลผล 750 TOPS ส่วนรุ่น Ultra SE ใช้ชิป 2 ตัว ให้กำลังประมวลผลรวม 1,500 TOPS

  • รุ่น Max ใช้ชิป AI 1 ตัว กำลังประมวลผล 750 TOPS
  • รุ่น Ultra SE ใช้ชิป AI 2 ตัว กำลังประมวลผลรวม 1,500 TOPS
  • กล้องช่วยขับความละเอียดสูง 7 ตัว
  • กล้องรอบคัน 360 องศา 4 ตัว
  • เซ็นเซอร์อัลตราโซนิก 12 จุด

ฟังก์ชันช่วยขับที่ระบุในหน้า Configuration ประกอบด้วยระบบ NGP สำหรับขับขี่ในเมืองและบนทางด่วน ระบบช่วยเปลี่ยนเลน ระบบช่วยรักษารถให้อยู่กลางเลน ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ ระบบจอดจากระยะไกล ระบบเรียกรถออกจากช่องจอด และระบบถอยหลังตามเส้นทางเดิม

ระบบความปลอดภัย

  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า FCW
  • ระบบเตือนรถตัดผ่านด้านหลัง RCTA
  • ระบบเตือนการชนจากด้านหลัง RCW
  • ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW
  • ระบบช่วยประคองรถให้อยู่ในเลน LKA
  • ระบบช่วยป้องกันรถออกนอกเลนฉุกเฉิน ELK
  • ระบบเตือนมุมอับสายตา BSD
  • ระบบเตือนก่อนเปิดประตู DOW
  • ระบบช่วยหักพวงมาลัยหลบสิ่งกีดขวาง AES
  • ระบบตรวจสอบความพร้อมของผู้ขับขี่ DSM
  • ระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งผิดพลาด EAPM
  • ระบบอ่านป้ายจราจร TSR
  • ระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง TPMS
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมนิรภัยกลางด้านหน้า
    • จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX

 

XPENG MONA L03 ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่คือรถ EV ที่ออกแบบโดยคิดเรื่อง “ลม” ตั้งแต่แรก

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ XPENG MONA L03 ดูมีภาพลักษณ์พรีเมียมเกินระดับราคา คือแนวคิดการออกแบบที่เน้นทั้งความสวยงาม ความสปอร์ต และประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์

เบื้องหลังทีมออกแบบ XPENG ปัจจุบันมี JuanMa Lopez อดีต Head of Exterior Design จาก Ferrari ซึ่งเคยมีส่วนร่วมกับรถระดับไอคอนอย่าง LaFerrari, SF90 Stradale และ Ferrari Monza SP ก่อนเข้ารับตำแหน่ง Vice President of Design Center ของ XPENG

นี่คือแนวคิดของรถยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่ ที่ไม่ได้ทำให้ “หน้าตาดูล้ำ” เพียงอย่างเดียว แต่ใช้ดีไซน์เป็นส่วนหนึ่งของประสิทธิภาพการใช้พลังงานด้วย

**XPENG MONA L03 จึงไม่ใช่แค่ EV ทรงสปอร์ต แต่เป็นรถที่ใช้หลักอากาศพลศาสตร์สร้างความคุ้มค่าในทุกกิโลเมตร

XPENG MONA L03 เปิดตัวรอบ Pre-sale เคาะราคาคาดการณ์ 143,800 – 165,800 หยวน

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีการประกาศข้อมูลอย่างเป็นทางการว่า XPENG MONA L03 ได้เปิดฉากจองล่วงหน้า (Pre-sale) ในประเทศจีนอย่างเป็นทางการแล้ว โดยส่งสเปกมาให้เลือกสรรถึง 6 รุ่นย่อย วางราคาคาดการณ์จำหน่ายล่วงหน้าเอาไว้ที่ 143,800 – 165,800 หยวน (หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 703,000 – 811,000 บาท)

Advertisement Advertisement

ในการแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ของซีรีส์ MONA นั้น รหัสอักษร “M” จะถูกกำหนดให้เป็นรถยนต์นั่งซีดาน ส่วนรหัสอักษร “L” จะเป็นตัวแทนของรถยนต์อเนกประสงค์ SUV ส่งผลให้ XPENG MONA L03 กลายเป็นรถ SUV รุ่นแรกของซีรีส์นี้อย่างเป็นทางการ ตัวรถถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Compact SUV ที่มีความโดดเด่นด้วยการนำเสนอระบบขับเคลื่อนถึง 2 รูปแบบ ได้แก่ ระบบขยายระยะทาง (Extended Range: REEV) และระบบไฟฟ้าล้วน (BEV) โดยมีกำหนดการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการ (Official Launch) ในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้

ไฮไลท์ดีไซน์ภายนอก ผสานอารมณ์สปอร์ตและอากาศพลศาสตร์

XPENG MONA L03 ได้รับการรังสรรค์โดยทีมดีไซเนอร์ระดับโลก ซึ่งนำทีมโดย Juanma Lopez (ฮวนมา โลเปซ) อดีตหัวหน้าฝ่ายออกแบบภายนอกของซูเปอร์คาร์ชื่อดังอย่าง Ferrari งานดีไซน์โดยรวมจึงสะท้อนสุนทรียศาสตร์ยุคใหม่ ควบคู่ไปกับฟังก์ชันการใช้งานที่ใช้ประโยชน์ได้จริง

  • ด้านหน้าตัวรถ: ยังคงเอกลักษณ์ตามแบบฉบับครอบครัว XPENG ชุดไฟหน้าดีไซน์ยานอวกาศ (Starship Headlights) มอบความรู้สึกล้ำสมัยตามสไตล์ MONA พร้อมติดตั้งกระจังหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ (AGS: Active Grille Shutter) บริเวณกันชนล่าง เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการแรงต้านอากาศและช่วยระบายความร้อนให้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า
  • ด้านข้างและมิติตัวถัง ตัวถังด้านข้างเน้นมิติโป่งนูนแบบมัดกล้าม (Muscle Surfaces) รับกับฝากระโปรงหน้าและซุ้มล้อหลังที่ดูทรงพลัง เพิ่มความโฉบเฉี่ยวด้วยแถบรีดน้ำกระจกแบบซ่อน (Hidden Weatherstrips) ประตูแบบไร้ขอบ (Frameless Doors) และที่เปิดประตูแบบกึ่งซ่อน โดยมีมิติตัวถังควา
    • ยาว 4,650 มม.
    • ความกว้าง 1,920 มม.
    • ความสูง 1,600 มม.
    • ระยะฐานล้อ 2,850 มม.
  • ระบบอากาศพลศาสตร์: ตัวรถผ่านการขัดเกลาและปรับปรุงโครงสร้างตามหลักแอโรไดนามิกส์รอบคันถึง 22 จุด ส่งผลให้สามารถเพิ่มระยะทางการขับขี่ได้สูงสุดถึง 59.3 กม. และทุบค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศลงมาต่ำเพียง 0.228 Cd เท่านั้น
  • ด้านท้ายรถ: มาพร้อมชุดไฟท้ายวงแหวนดวงดาว (Star Ring) แบบลากยาวพาดยาวเต็มพื้นที่ ผสานเข้ากับหลังคาทรงลาดท้าย (Fastback) ที่ให้ความรู้สึกปราดเปรียวและลื่นไหล

ห้องโดยสารล้ำสมัย ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังชิปประมวลผล Turing AI

ภายในห้องโดยสารของ XPENG MONA L03 เน้นความหรูหราด้วยการบุวัสดุผิวสัมผัสนุ่ม (Soft-touch) เป็นวงกว้าง พร้อมทั้งจัดเต็มเทคโนโลยีเพื่อความบันเทิงและการขับขี่อย่างครบครัน

  • ระบบแสดงผลอัจฉริยะ: ติดตั้งหน้าจอควบคุมส่วนกลางความละเอียดสูงระดับ 2.5K Ultra-HD ขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว และหน้าจอแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (W-HUD) ขนาดใหญ่ถึง 26.8 นิ้ว
  • ขุมพลังการประมวลผล: ขับเคลื่อนด้วยชิป Turing AI ที่มอบพละกำลังการประมวลผลระดับท็อปสูงถึง 1500 TOPS ทำงานร่วมกับระบบ VLA (Vehicle Localization and Autonomous) รุ่นที่ 2 ช่วยยกระดับความแม่นยำและความปลอดภัยของระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง
  • สุนทรียภาพแห่งเสียง: ติดตั้งระบบเครื่องเสียงอัจฉริยะ AI พร้อมลำโพงรอบคัน 20 ตำแหน่ง โดยมีไฮไลท์อยู่ที่ลำโพงคู่บริเวณหมอนพิงศีรษะของเบาะคนขับ ให้กำลังขับรวมระดับพรีเมียมมากกว่า 1,000 วัตต์
  • สิ่งอำนวยความสะดวก: ไฟสร้างบรรยากาศ (Ambient Light) ปรับได้ 256 สี, เบาะนั่งลดแรงกดทับแบบ Zero-Gravity พร้อมระบบนวดในตัว 14 จุด, แท่นชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สายความเร็วสูง 50W ตลอดจนระบบตัดเสียงรบกวนจากพื้นถนนแบบแอคทีฟ (RNC: Road Noise Cancellation)

พื้นที่ใช้สอยและการเชื่อมต่อรอบคัน

ตัวรถออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริงด้วยช่องเก็บของภายในห้องโดยสารถึง 40 ตำแหน่ง ซึ่งรวมถึงกล่องเก็บสัมภาระคอนโซลกลางความจุ 9.3 ลิตร และลิ้นชักเก็บของอเนกประสงค์ใต้เบาะนั่งแถวหลังขนาด 10 ลิตร

ห้องสัมภาระท้ายรถมีความจุมาตรฐานอยู่ที่ 539 ลิตร และสามารถขยายได้สูงสุดถึง 1,640 ลิตรเมื่อพับเบาะนั่งแถวหลังลง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) อีก 102 ลิตร ตัวรถยังรองรับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลด้วยจุดเชื่อมต่อและพอร์ตขยาย (Extension Interfaces) มากถึง 23 จุดรอบคัน เพื่อรองรับอุปกรณ์เสริมในระบบนิเวศเทคโนโลยีได้อย่างหลากหลาย ยิ่งไปกว่านั้น ยังติดตั้งหลังคากระจกพาโนรามิคแบบเคลือบเงินสองชั้น (Double-layer Silver-plated Panoramic Canopy) ที่สามารถป้องกันรังสี UV ได้สูงกว่า 99.9% และบล็อกแสงสว่างภายนอกได้มากกว่า 97%

ขุมพลังขับเคลื่อน 2 ทางเลือก: Super Range Extender & Pure Electric

XPENG MONA L03 นำเสนอทางเลือกที่ยืดหยุ่นด้วยระบบส่งกำลัง 2 สไตล์ตามความต้องการของผู้ใช้งาน:

1. รุ่นขยายระยะทาง Super Range Extender (REEV)
ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ปั่นไฟขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 70 กิโลวัตต์ ทำงานประสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนเดี่ยวที่มีพละกำลังสูงสุด 183 กิโลวัตต์ สามารถเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 315 กม. และมีระยะทางการขับขี่รวมสูงสุดเมื่อน้ำมันเต็มถังและแบตเตอรี่เต็มอยู่ที่ 1,330 กม. (ทดสอบตามมาตรฐาน CLTC) โดยมีอัตราการบริโภคน้ำมันเฉลี่ยรวมต่ำเพียง 5.16 ลิตร/100 กม. (มาตรฐาน WLTC)

2. รุ่นไฟฟ้าล้วน Pure Electric (BEV)
ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนพละกำลังสูงสุด 183 กิโลวัตต์ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาเพียง 6.6 วินาที ใช้ชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) จากผู้ผลิต CALB โดยมีขนาดความจุให้เลือก 2 รูปแบบ:

  • รุ่นความจุ 56 kWh: มอบระยะทางการขับขี่สูงสุด 525 กม. ต่อการชาร์จเต็ม (มาตรฐาน CLTC)
  • รุ่นความจุ 69 kWh: มอบระยะทางการขับขี่สูงสุด 625 กม. ต่อการชาร์จเต็ม (มาตรฐาน CLTC)

โดยในรุ่นไฟฟ้าล้วนนี้มีอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยรวมที่ประหยัดเป็นเลิศเพียง 11.9 kWh/100 กม. เท่านั้น นอกจากนี้ ทุกรุ่นย่อยยังได้รับการติดตั้งระบบช่วงล่างอัจฉริยะแบบปรับหน่วงสัมพัทธ์ (DCC: Dynamic Chassis Control) และระบบป้องกันการเมารถอัจฉริยะ (Smart Anti-Motion Sickness Mode) เวอร์ชัน 2.0 เพื่อความนุ่มสบายสูงสุดในทุกการเดินทาง

 

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้