เปิดขายจีน 811,000 บาท XPENG MONO L03 แบต 69kWh 625 กม./ชาร์จ NEDC พร้อมรุ้น EREV ให้เลือก

เปิดสเปก XPENG MONA L03 รถไฟฟ้า RWD พร้อมรุ่น EREV วิ่งไกล 1,330 กม. ราคาเริ่มต้นราว 7.03 แสนบาท
XPENG MONA L03 คือรถยนต์รุ่นใหม่จาก XPENG ที่มีทั้งรุ่นไฟฟ้าล้วน BEV และรุ่น EREV ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนเป็นหลัก พร้อมเครื่องยนต์เบนซินสำหรับปั่นไฟเพิ่มระยะทาง จุดเด่นอยู่ที่ตัวถังขนาดใหญ่ ฐานล้อยาว 2,850 มม. มอเตอร์ขับเคลื่อนล้อหลัง 183 kW และระบบ AI ช่วยขับรุ่นใหม่
รุ่นไฟฟ้าล้วน BEV มีระยะทางวิ่งสูงสุด 625 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน CLTC ขณะที่รุ่น EREV วิ่งได้ไกลรวมสูงสุด 1,330 กม. ตามมาตรฐาน CLTC
หมายเหตุ: ราคาด้านล่างเป็นราคา Pre-sale ในจีน คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน 1 หยวน = 4.892 บาท เป็นเพียงการเทียบราคาเบื้องต้น ยังไม่รวมภาษี ค่าขนส่ง ต้นทุนการนำเข้า และโครงสร้างราคาหากมีการจำหน่ายในประเทศไทย
ราคา XPENG MONA L03 ทุกรุ่นย่อย คิดเป็นเงินบาท
- 525 Max รุ่น BEV ราคา 143,800 หยวน หรือประมาณ 703,470 บาท
- 625 Max รุ่น BEV ราคา 153,800 หยวน หรือประมาณ 752,390 บาท
- 525 Ultra SE รุ่น BEV ราคา 155,800 หยวน หรือประมาณ 762,174 บาท
- 625 Ultra SE รุ่น BEV ราคา 165,800 หยวน หรือประมาณ 811,094 บาท
- 1330 Max รุ่น EREV ราคา 149,800 หยวน หรือประมาณ 732,822 บาท
- 1330 Ultra SE รุ่น EREV ราคา 161,800 หยวน หรือประมาณ 791,526 บาท
มิติตัวถัง XPENG MONA L03
- ความยาว 4,650 มม.
- ความกว้าง 1,920 มม.
- ความสูง 1,600 มม.
- ระยะฐานล้อ 2,850 มม.
- พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 539 ลิตร
- เมื่อพับเบาะแถวสอง สามารถขยายพื้นที่เก็บสัมภาระได้สูงสุด 1,640 ลิตร
- รุ่น BEV มีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า Frunk ขนาด 102 ลิตร
ขนาดตัวถังอยู่ในระดับ C-SUV ที่ให้ฐานล้อยาวถึง 2.85 เมตร ช่วยเพิ่มพื้นที่ห้องโดยสารและพื้นที่เก็บของให้เหมาะกับการใช้งานครอบครัว รวมถึงการเดินทางไกล
ขุมพลัง BEV ไฟฟ้าล้วน ขับเคลื่อนล้อหลัง
XPENG MONA L03 รุ่น BEV ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้งด้านหลัง ขับเคลื่อนล้อหลัง RWD ทุกรุ่นย่อย ให้กำลังสูงสุด 183 kW หรือประมาณ 249 PS และแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร
รุ่น 525 Max และ 525 Ultra SE
- แบตเตอรี่ LFP ความจุ 56 kWh
- ระยะทางวิ่งสูงสุด 525 กม. ตามมาตรฐาน CLTC
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.5 วินาที
- ชาร์จเร็ว DC จาก 10-80% ใช้เวลาประมาณ 19.1 นาที
รุ่น 625 Max และ 625 Ultra SE
- แบตเตอรี่ LFP ความจุ 69 kWh
- ระยะทางวิ่งสูงสุด 625 กม. ตามมาตรฐาน CLTC
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 6.6 วินาที
- ชาร์จเร็ว DC จาก 10-80% ใช้เวลาประมาณ 19.1 นาที
ทุกรุ่นรองรับระบบจ่ายไฟออกภายนอก V2L กำลังสูงสุด 6 kW รองรับการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกรถ เช่น อุปกรณ์แคมป์ปิ้ง หรือเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังสูงบางประเภท
ขุมพลัง EREV รุ่น 1330 วิ่งไฟฟ้าล้วน 315 กม.
XPENG MONA L03 รุ่น EREV มีให้เลือก 2 รุ่น คือ 1330 Max และ 1330 Ultra SE โดยยังคงใช้มอเตอร์ไฟฟ้าหลัง 183 kW หรือประมาณ 249 PS แรงบิด 280 นิวตันเมตร แต่เพิ่มเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตรเข้ามาทำหน้าที่ปั่นไฟ
- แบตเตอรี่ LFP ความจุ 37.2 kWh
- ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน 315 กม. ตามมาตรฐาน CLTC
- ระยะทางวิ่งรวมสูงสุด 1,330 กม. ตามมาตรฐาน CLTC
- เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ทำหน้าที่เป็น Range Extender
- ถังน้ำมันความจุ 42 ลิตร
- รองรับน้ำมันเบนซิน RON 92 ขึ้นไป
- อัตราสิ้นเปลืองเมื่อแบตเตอรี่ต่ำ 5.16 ลิตร/100 กม. ตามมาตรฐาน WLTC
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 6.8 วินาที
- ชาร์จเร็ว DC จาก 10-80% ใช้เวลาประมาณ 14.7 นาที
รุ่น EREV เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องเดินทางไกลเป็นประจำ หรือยังไม่มั่นใจเรื่องเครือข่ายสถานีชาร์จ เพราะรถยังขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก แต่มีเครื่องยนต์ช่วยผลิตพลังงานไฟฟ้าเมื่อแบตเตอรี่ลดลง
ช่วงล่าง ระบบขับขี่ และล้อ
- ช่วงล่างหน้าแบบ MacPherson Strut
- ช่วงล่างหลังอิสระ Multi-link แบบ 5-link
- รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.25 เมตร
- ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน หน้าและหลัง
- ระบบเบรกอัจฉริยะ IPB
- ระบบควบคุมแรงฉุด dTCS
- พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า ปรับน้ำหนักตามความเร็ว
- ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อม Auto Hold
- โหมดขับขี่ Eco / Comfort / Sport
- ระบบ X-Pedal ปรับระดับการหน่วงได้ 4 ระดับ
- โหมดควบคุมรถบนพื้นผิวเปียกและหิมะ
ล้อมาตรฐานเป็นล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 225/60 R18 ขณะที่มีออปชันล้อ 20 นิ้ว ยาง 245/45 R20 และฝาครอบคาลิเปอร์สีเหลือง ราคา 6,000 หยวน หรือประมาณ 29,352 บาท
ดีไซน์ภายนอก
- ไฟหน้า LED พร้อมไฟ Daytime Running Light
- ไฟเลี้ยวแบบ Sequential
- ไฟท้าย LED พาดยาวเต็มความกว้างตัวรถ
- กระจังหน้า Active Grille Shutter
- มือจับประตูแบบกึ่งซ่อน
- ประตูไร้กรอบ Frameless Door
- กระจกหน้าต่างคู่หลัง Privacy Glass
- กระจกมองข้างไฟฟ้า พร้อมพับอัตโนมัติ ไล่ฝ้า และปรับลงเมื่อถอยหลัง
- หลังคากระจก Panoramic Glass Roof เคลือบกันความร้อน
- ฝาท้ายไฟฟ้า พร้อมระบบจดจำตำแหน่งการเปิด
- ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
ภายในและความสะดวกสบาย
- เบาะหุ้มวัสดุสังเคราะห์เกรดพรีเมียม
- เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่ง
- เบาะผู้โดยสารหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
- ระบบ Welcome Seat สำหรับเบาะคู่หน้า
- ระบบปรับดันหลังไฟฟ้า
- เบาะคู่หน้าพร้อมระบบอุ่นและระบายอากาศ
- เบาะหลังปรับองศาพนักพิงได้
- เบาะหลังพับแยก 60:40
- ที่วางแขนกลางด้านหลัง พร้อมที่วางแก้วและช่องวางโทรศัพท์
- ลิ้นชักใต้เบาะหลัง ขนาด 10 ลิตร
- พวงมาลัยทรงสปอร์ตหุ้มวัสดุ Microfiber
- พวงมาลัยอุ่น
- ไฟ Ambient Light 256 สี พร้อมเอฟเฟกต์ตามเสียงเพลง
- ที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย 50W แบบระบายความร้อน
ระบบปรับอากาศและการเชื่อมต่อ
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกซ้าย-ขวา
- ระบบกรองฝุ่น PM2.5
- ระบบ Heat Pump
- ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
- ระบบปรับทิศทางลมอัจฉริยะ ลดการเป่าลมตรงตัว
- พอร์ต Type-C จำนวน 3 ตำแหน่ง
- พอร์ต USB-A จำนวน 1 ตำแหน่ง
- ช่องจ่ายไฟ 12V จำนวน 2 ตำแหน่ง
ห้องโดยสารอัจฉริยะและอินโฟเทนเมนต์
- ชิปประมวลผลห้องโดยสาร MT8676
- หน้าจอกลางขนาด 15.6 นิ้ว
- W-HUD แสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า
- รองรับ 5G และ Wi-Fi ภายในรถ
- ระบบปฏิบัติการ Tianji AIOS
- สั่งงานด้วยเสียงแยกตำแหน่งผู้โดยสารได้ 4 โซน
- ระบบนำทางแบบ Lane-level Navigation
- กล้อง 360 องศา พร้อมมุมมองใต้ท้องรถ
- ระบบบันทึกภาพขณะขับขี่
- Sentry Mode เฝ้าระวังรถขณะจอด
- โหมดสัตว์เลี้ยง โหมดตั้งแคมป์ โหมดพักผ่อน และโหมดล้างรถ
- กุญแจ Bluetooth ผ่านสมาร์ตโฟน
- รองรับ HUAWEI HiCar และ ICCOA Carlink
- อัปเดตซอฟต์แวร์ OTA ผ่านระบบออนไลน์
ระบบ AI ช่วยขับ Max และ Ultra SE ต่างกันอย่างไร?
จุดต่างสำคัญอยู่ที่จำนวนชิปประมวลผล AI โดยรุ่น Max ใช้ชิป XPENG Turing AI จำนวน 1 ตัว ให้กำลังประมวลผล 750 TOPS ส่วนรุ่น Ultra SE ใช้ชิป 2 ตัว ให้กำลังประมวลผลรวม 1,500 TOPS
- รุ่น Max ใช้ชิป AI 1 ตัว กำลังประมวลผล 750 TOPS
- รุ่น Ultra SE ใช้ชิป AI 2 ตัว กำลังประมวลผลรวม 1,500 TOPS
- กล้องช่วยขับความละเอียดสูง 7 ตัว
- กล้องรอบคัน 360 องศา 4 ตัว
- เซ็นเซอร์อัลตราโซนิก 12 จุด
ฟังก์ชันช่วยขับที่ระบุในหน้า Configuration ประกอบด้วยระบบ NGP สำหรับขับขี่ในเมืองและบนทางด่วน ระบบช่วยเปลี่ยนเลน ระบบช่วยรักษารถให้อยู่กลางเลน ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ ระบบจอดจากระยะไกล ระบบเรียกรถออกจากช่องจอด และระบบถอยหลังตามเส้นทางเดิม
ระบบความปลอดภัย
- ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB
- ระบบเตือนการชนด้านหน้า FCW
- ระบบเตือนรถตัดผ่านด้านหลัง RCTA
- ระบบเตือนการชนจากด้านหลัง RCW
- ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW
- ระบบช่วยประคองรถให้อยู่ในเลน LKA
- ระบบช่วยป้องกันรถออกนอกเลนฉุกเฉิน ELK
- ระบบเตือนมุมอับสายตา BSD
- ระบบเตือนก่อนเปิดประตู DOW
- ระบบช่วยหักพวงมาลัยหลบสิ่งกีดขวาง AES
- ระบบตรวจสอบความพร้อมของผู้ขับขี่ DSM
- ระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งผิดพลาด EAPM
- ระบบอ่านป้ายจราจร TSR
- ระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง TPMS
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมนิรภัยกลางด้านหน้า
- จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX


XPENG MONA L03 ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่คือรถ EV ที่ออกแบบโดยคิดเรื่อง “ลม” ตั้งแต่แรก
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ XPENG MONA L03 ดูมีภาพลักษณ์พรีเมียมเกินระดับราคา คือแนวคิดการออกแบบที่เน้นทั้งความสวยงาม ความสปอร์ต และประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์
เบื้องหลังทีมออกแบบ XPENG ปัจจุบันมี JuanMa Lopez อดีต Head of Exterior Design จาก Ferrari ซึ่งเคยมีส่วนร่วมกับรถระดับไอคอนอย่าง LaFerrari, SF90 Stradale และ Ferrari Monza SP ก่อนเข้ารับตำแหน่ง Vice President of Design Center ของ XPENG
นี่คือแนวคิดของรถยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่ ที่ไม่ได้ทำให้ “หน้าตาดูล้ำ” เพียงอย่างเดียว แต่ใช้ดีไซน์เป็นส่วนหนึ่งของประสิทธิภาพการใช้พลังงานด้วย
**XPENG MONA L03 จึงไม่ใช่แค่ EV ทรงสปอร์ต แต่เป็นรถที่ใช้หลักอากาศพลศาสตร์สร้างความคุ้มค่าในทุกกิโลเมตร











