10 รถยนต์ยอดขายดีที่สุดในประเทศ ประจำปี 2017

10 รถยนต์ยอดขายดีที่สุดในประเทศ ประจำปี 2017

ตลาดรถยนต์มีความดุเดือดในแต่ละปีต่างกัน และในปี 2560 / 2017 มีการจำหน่ายรถยนต์ภายในประเทศรวมทั้งสิ้น 871,647 คัน และวันนี้เรามีการจัดอันดับ 10 อันดับรถยนต์ขายดีที่สุดในประเทศ ประจำปี 2560 /  2017 ไปรับชมกันว่ามีรถยนต์รุ่นไหนบ้างที่สามารถครองตลาดด้วยยอดขายอันดับ 1

อันดับ 1 ISUZU D-Max ยอดขาย 133,794 คัน (เฉลี่ย 11,150 คัน / ด.)

ISUZU D-Max กระบะยอดขายอันดับ 1 และได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องเป็นเวลายาวนานมีให้เลือก 3 ตัวถังทั้ง Single Cab / Space Cab / Double Cab ราคาระหว่าง 497,000 – 1,099,000 บาท

– ISUZU D-Max 1.9 Ddi Blue Power เครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูพาวเวอร์ รุ่น RZ4E-TC ขนาด 1,900 ซีซี กำลังแรงม้า 150 แรงม้าที่ 3,600รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่1,800-2,600 รอบ/นาที

– ISUZU D-Max 3.0 Ddi Blue Power เครื่องยนต์อีซูซุ 3.0 ดีดีไอ บลูพาวเวอร์ รุ่น 4JJ1–TCX ขนาด 3,000 ซีซี กำลังแรงม้า 177 แรงม้าที่ 3,600รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 380 นิวตัน-เมตร ที่1,800-2,800 รอบ/นาที

อันดับ 2 Toyota Hilux Revo ยอดขาย 109,988 คัน (เฉลี่ยยอดขาย 9,165 คัน / ด.)

กระบะตลาดยังสามารถชนะใจคนไทยอยู่เหมือนเดิมตามมาด้วยยอดขายอันดับ 2 คือ Hilux Revo ที่มาพร้อม 3 ตัวถังทั้ง Single Cab / Space Cab / Double Cab ราคา 516,000 – 1,189,000 บาท

เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.8 ลิตร รหัส IGD-FTV พร้อม Turbo แปรผัน (VN Turbo) ขนาด 2.8 ลิตร 170 แรงม้า แรงบิด 343 นิวตันเมตรกับ เครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร (High) 177 แรงม้า แรงบิด 420 นิวตันเมตร และ เครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร (High) 177 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร

เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร รหัส 2GD-FTV Turbo แปรผัน 2.4 ลิตร 150 แรงม้า แรงบิด 343 นิวตันเมตร และ เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร (High) 150 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร

เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.7 ลิตร รองรับพลังงาน E20  รหัส 2TR-FE Dual VVT-i  เครื่องยนต์เบนซิน 2,700 ซีซี เกียร์ธรรมดา 5 สปีด ให้กำลังสูงสุด 166 แรงม้า พร้อม เครื่องยนต์เบนซิน 2,700 ซีซี เกียร์ธรรมดา 6 สปีด กำลัง 166 แรงม้า และ เครื่องยนต์เบนซิน 2,700 ซีซี เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด กำลัง 166 แรงม้า

อันดับที่ 3 Ford Ranger ยอดขาย 44,533 คัน (เฉลี่ย 3,710 คัน / ด.)

Ranger24Ford Ranger 2015 Minor Change 21 40

จากยอดขายกระบะเป็นแสนคันในสองอันดับแรก พอมาถึงอันดับที่ 3 คือ Ford Ranger ยอดขายหายสนน่าตกใจ แสดงให้เห็นว่ารถยนต์ตลาดบ้านเราเน้นไปด้านปิกอัพมากกว่ารถยนต์นั่ง ฟอร์ต เรนเจอร์มี 3 ตัวถังเช่นกันได้แก่  Single Cab / Space Cab / Double Cab ราคา 549,000 – 1,199,000 บาท

ดีเซล 2.2 ลิตร

เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว Duratorq TDCi ขนาด 2.2 ลิตร 2,198 ซีซี พร้อมเทอร์โบแปรผัน แบบมีครีบ VG Turbo พร้อม Intercooler 125 – 160 แรงม้า ที่ 3,200 รอบ/นาที แรงบิด 320 – 385 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,500 รอบ/นาที จับคู่เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ / เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ

ดีเซล 3.2 ลิตร

เครื่องยนต์ดีเซล 5 สูบแถวเรียง 20 วาล์ว Duratorq TDCi ขนาด 3.2 ลิตร 3,198 ซีซี พร้อมเทอร์โบแปรผันแบบมีครีบ VG Turbo พร้อม Intercooler ให้กำลังสูงสุด 200 แรงม้า ที่ 3,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 470 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,500 รอบ/นาที จับคู่เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ / เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ

มาพร้อมกับ ระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด  และอัตโนมัติ 6 สปีต

อันดับที่ 4 Honda City ยอดขาย 34,955 คัน (เฉลี่ย 2,915 คัน / ด.)

sdd cityCity minor 1 1

รถยนต์ซีดานยอดขายอันดับ 1 ยังเป็นอันดับ 4 เมื่อเทียบยอดขายรวมของกระบะสายพันธ์แกร่ง มาพร้อม 1 ตัวถังซีดาน 4 ประตู ราคา 551,000 – 751,000 บาท

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ SOHC i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร 1,497 ซีซี. กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 73.0 x 89.4 มม. อัตราส่วนกำลังอัด 10.3 : 1 กำลังสูงสุด 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตันเมตร ที่ 4,700 รอบ/นาที รองรับน้ำมันสูงสุด E85 จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ  หรือ เกียร์อัตโนมัติ CVT

อันดับที่ 5 Mitsubishi Triton ยอดขาย 32,450 คัน (เฉลี่ย 2,705 คัน / ด.)

ตามมาด้วยกระบะของค่ายมิตซูบิชิ ด้วยยอดขายอันดับ 5 มีให้เลือกทั้งรุ่น Single Cab / Space Cab / Double Cab ราคา 522,000 – 1,111,000 บาท

เครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร 178 แรงม้า ขุมพลังแห่งเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร DI-D คอมมอลเรล 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบ แปรผัน (VG Turbo) อินเตอร์คลูเลอร์ พร้อมท่อร่วมไอดีแบบ ทวิน อินเทคแมนิโฟลด์ กำลังสูงสุด 178 แรงที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบ / นาที

เครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร 128 แรงม้า ขุมพลังแห่งเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร DI-D คอมมอลเรล DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบ อินเตอร์คลูเลอร์ พร้อมท่อร่วมไอดีแบบ ทวิน อินเทคแมนิโฟลด์ กำลังสูงสุด 128 แรงที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 240 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 3,000 รอบ / นาที

เครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร 128 แรงม้า ขุมพลังเบนซิน 2.4 ลิตร เครื่องยนต์ 4G64 สูบ SOHC 16 วาล์ว 128 แรงม้า ที่ 5.250 รอบ / นาที แรงบิดสูงสุด 194 นิวตัน เมตร ที่ 4,000 รอบ / นาที พร้อบระบบหัวฉีดจ่ายเชื้อเพลิง MPI (Electronic Controlled Multi-Point Fuel Injection)

อันดับที่ 6 Mazda 2 ยอดขาย 31,760 คัน (เฉลี่ย 2,645 คัน / ด.)

มาสด้า ช่วงหลังๆมียอดขายที่น่าประทับใจมากๆ ครองอันดับที่ 6 จากยอดขาย 2 ตัวถังซีดาน และ แฮกซ์แบ็ค ราคาระหว่าง 530,000 – 789,000 บาท

SKYACTIV-D ดีเซล 1.5 ลิตร

เครื่องยนต์ดีเซล SKYACTIV-D 1500 ซีซี เครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล แรงบิดสูงถึง 250 นิวตัน-เมตร เทียบเท่าเครื่องยนต์เบนซินขนาดใหญ่ 2500 ซีซี และอัตราส่วนการอัดต่ำเพียง 14.8:1*  ผ่านมาตรฐานข้อบังคับมลพิษของยุโรป Euro5 และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ต่ำเพียง 100 กรัมต่อกิโลเมตร** โดดเด่นที่สุดเรื่องการประหยัดน้ำมันถึง 26.3 กม./ลิตร**

SKYACTIV-G เบนซิน 1.3 ลิตร

เครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G 1.3 ลิตรให้แรงม้าสูงถึง 93 แรงม้า และแรงบิดที่สูง 123 นิวตัน-เมตร และประหยัดน้ำมันถึง 23.3 กม./ลิตร* ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้ดียิ่งขึ้น ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำเพียง 100 กรัม/กม.* ผ่านมาตรฐานข้อบังคับมลพิษระดับ Euro5 ของยุโรป

อันดับที่ 7 Toyota Yaris ยอดขาย 30,493 คัน (เฉลี่ย 2,540 คัน / ด.)

รถยนต์แฮกซ์แบ็คตัวถัง 5 ประตูสามารถทำยอดขายอันดับที่ 7 โตโยต้า ยาริส ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องด้วยราคาสุดประหยัดที่ 489,000 – 619,000 บาท

เครื่องยนต์ 3NR-FE พร้อมเทคโนโลยี Dual VVT-i 4 สูบ DOHC เต็มพลังพร้อมประหยัดน้ำมัน ด้วยเครื่องยนต์ 1,200 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 63 กิโลวัตต์ (86 PS) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 108 นิวตัน-เมตร (11.0 กก.- เมตร) ที่ 4,000 รอบต่อนาที

อันดับที่ 8 Honda Civic ยอดขาย 27,488 คัน (เฉลี่ย 2,290 คัน / ด.)

ฮอนด้า ซีวิค รถยนต์ดีไซน์สปอร์ตระดับพรีเมียมตัวถังให้เลือกทั้ง ซีดาน และ แฮกซ์แบ็ค ครองตำแหน่งอันดับที่ 8 ด้วยยอดขาย 27,488 คัน ราคาระหว่าง 869,000 – 1,199,000 บาท

เบนซิน 1.8 ลิตร

เครื่องยนต์รหัส R18A เบนซิน 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว 1,798 ซีซี. กระบอกสูบ x ช่วงชัก 81.0 x 87.3 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 10.6 : 1 กำลังสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 174 นิวตันเมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT รองรับน้ำมันสูงสุด E85

เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ

เครื่องยนต์รหัส L15B7 บล็อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1,496 ซีซี. กระบอกสูบ x ช่วงชัก 73.0 x 89.4 มิลลิเมตร กำลังอัด 10.6 : 1 พ่วงเทอร์โบ กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร ที่ 1,700 – 5,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT รองรับน้ำมันสูงสุด E20

อันดับที่ 9 Toyota Fortuner ยอดขาย 23,470 คัน (เฉลี่ย 1,955 คัน / ด.)

เอสยูวียอดขายอันดับหนึ่งของประเทศคงต้องยกให้ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ด้วยยอดขายสูงสุดอันดับ 9 ของประเทศ ราคาระหว่าง 1,239,000 – 1,779,000 บาท

  • เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.8 ลิตร (High) 177 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร ที่ 1600-2400 รอบ/นาที (เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีต)
  • เครื่องยนต์ 2.7 เบนซิน ให้กำลังสูงสุด 166 แรงม้า ที่ 5200 รอบ/นาที แรงบิดที่ 245 นิวตันเมตร ที่ 4000 รอบ/นาที (เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีต)
  • เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร รหัส 2GD-FTV Turbo แปรผัน 2.4 ลิตร 150 แรงม้า แรงบิด 343 นิวตันเมตร และ เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร (High) 150 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร (เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีต และเกียร์ธรรมดา ุ6 สปีต)

อันดับที่ 10 Honda Jazz ยอดขาย 23,360 คัน (เฉลี่ย 1,945 คัน / ด.)

Honda Jazz อยู่อันดับ 10 ในปี 2017 รถยนต์แฮกซ์แบ็ค 5 ประตูยอดนิยมในเมืองไทย เคาะราคาระหว่าง 555,000 – 754,000 บาท

เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 117 แรงม้า พร้อมระบบเกียร์ CVT ใหม่ ตอบสนองการขับขี่กับ 7-Speed Paddle Shift ทั้งยังสะดวกสบายด้วยระบบความคุมความเร็วอัตโนมัติ Crules control พร้อมระบบช่วยประหยัดน้ำมัน ECO Assist รองรับพลังงานทางเลือก E85

อันดับ 11 Nissan Navara : 20,453 คัน

อันดับ 12 Toyota Vios : 19,198 คัน

อันดับ 13 Toyota Corolla Altis : 19,179 คัน

อันดับ 14 Chevrolet Colorado : 16,950 คัน

อันดับ 15 Nissan Almera : 16,485 คัน

อันดับ 16 Honda HR-V : 15,371 คัน อั

นดับ 17 Mitsubishi Pajero Sport : 14,454 คัน

อันดับ 18 Toyota Yaris ATIV : 13,707 คัน

อันดับ 19 Mitsubishi Attrage : 13,247 คัน

อันดับ 20 Isuzu MU-X : 12,371 คัน

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.headlightmag.com

แสดงความคิดเห็นรถยนต์