ขโมยเรดาร์หน้ารถระบาดในสหรัฐฯ! เป้าหมายใหม่ของโจรยุค ADAS ถอดไม่กี่วิก็ขายได้

ขโมยเรดาร์หน้ารถระบาดในสหรัฐฯ! เป้าหมายใหม่ของโจรยุค ADAS ถอดไม่กี่วิก็ขายได้
Spread the love
Advertisement Advertisement

ขโมยเรดาร์หน้ารถระบาดในสหรัฐฯ! เป้าหมายใหม่ของโจรยุค ADAS ถอดไม่กี่วิก็ขายได้

อัปเดตเทรนด์อาชญากรรมชิ้นส่วนรถ — หลังยุค “ขโมยแคตตาไลติกคอนเวอร์เตอร์” เคยระบาดหนักในอเมริกา ตอนนี้โจรเริ่มเปลี่ยนเป้าไปยัง เรดาร์ของระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS) ที่ติดตั้งมากับรถใหม่หลายรุ่น เพราะ ถอดง่าย-ขายได้ราคา และทำได้แม้กลางวันแสก ๆ

จากขโมยแคตฯ สู่ขโมยเรดาร์: รถยุคใหม่กลายเป็น “แพลตฟอร์มเซนเซอร์”

ในช่วงที่ผ่านมา สหรัฐฯ เคยเผชิญการขโมยแคตตาไลติกคอนเวอร์เตอร์พุ่งสูงแบบน่าตกใจ คนร้ายมุดใต้ท้องรถแล้วตัดชิ้นส่วนไปขายต่ออย่างรวดเร็ว แต่เมื่อรถรุ่นใหม่มีระบบช่วยขับมากขึ้น อาชญากรรมก็ “อัปเกรด” ตามไปด้วย

วันนี้รถสมัยใหม่ไม่ได้เป็นแค่ “ยานพาหนะ” แต่เป็น Rolling Sensor Platform ที่เต็มไปด้วยฮาร์ดแวร์ราคาแพง ทั้งเรดาร์ กล้อง เซนเซอร์อัลตราโซนิก และโมดูลต่าง ๆ ซึ่งในตลาดอะไหล่มีมูลค่า และสามารถถูกถอดไปขายต่อได้จริง

นิวยอร์ก-บรองซ์: จุดร้อนของ “ขโมยเรดาร์หลังโลโก้”

รายงานจากชาวบ้านในนครนิวยอร์ก โดยเฉพาะย่าน บรองซ์ (Bronx) ระบุว่า การขโมยเรดาร์หน้ารถ กลายเป็นปัญหาจริงจัง โดยรถใหม่หลายแบรนด์มักวางเซนเซอร์ไว้ ด้านหลังตราสัญลักษณ์ (โลโก้) ด้านหน้ารถ ทำให้เป็น “เป้าหมายในที่โล่ง” แบบไม่รู้ตัว

แบรนด์ที่ถูกพูดถึงบ่อย ได้แก่ Honda, Hyundai, Mazda และ Mercedes-Benz (โดยเฉพาะรุ่นที่มีเรดาร์อยู่หลังโลโก้หน้า)

วิธีขโมยที่ง่ายเกินคาด: งัดโลโก้แล้วถอดเรดาร์

คอนเทนต์จาก TikToker ที่ใช้ชื่อว่า “Mr. Don’t Park in the Bronx” เล่าว่า วิธีการขโมยเรดาร์นั้น “ง่ายแบบไม่น่าเชื่อ” — เพียงใช้ ไขควงปากแบน สอดหลังโลโก้แล้วงัดออก โลโก้จะหลุดเผยให้เห็นชุดเรดาร์ จากนั้นถอดออกได้อย่างรวดเร็ว

สาธิตกับรถจริง: 2024 Honda Accord

เขาสาธิตกับ Honda Accord ปี 2024 ของตัวเอง โดยถอดเรดาร์ออกมาเก็บ “เพื่อความปลอดภัย” และย้ำว่าคนร้ายก็ทำแบบเดียวกันแต่มีเจตนาขโมย เพื่อนำไปขายต่อให้ร้านซ่อม/ผู้รับซื้ออะไหล่

Advertisement Advertisement

ประเด็นสำคัญ: ตำแหน่งวางเรดาร์ไว้หลังโลโก้หน้า = มองไม่เห็นจากภายนอกชัด ๆ แต่เข้าถึงได้ง่ายมาก หากระบบยึดเป็นคลิปพลาสติก

ทำไม “เรดาร์ ADAS” ถึงกลายเป็นของมีค่าในตลาดมืด

ตำรวจสหรัฐฯ ให้ข้อมูลว่า การขโมยเรดาร์เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในช่วงโควิด-19 และมักเกิดเป็น “ขบวนการ” คือมีคนถอดชิ้นส่วน แล้วส่งต่อเข้าสู่ตลาดซ่อม/อะไหล่

Low Risk, High Reward: เสี่ยงต่ำ กำไรดี

คำอธิบายจากเจ้าหน้าที่สายสืบชี้ชัดว่า “เซนเซอร์” เป็นของที่ ความเสี่ยงต่ำแต่ผลตอบแทนสูง เพราะ

  • อุปกรณ์อยู่ด้านนอก เข้าถึงง่าย
  • เครื่องมือที่ใช้แทบไม่มีอะไรซับซ้อน (เช่นไขควงปากแบน)
  • ใช้เวลาไม่นาน และทำได้แบบฉาบฉวย
  • ตัวเรดาร์มีราคาสูง ขายต่อได้
  • แม้กรอบ/ฮาวซิงแตกก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะของถูกกว่า “ตัวเซนเซอร์” มาก

ทำไม “บางรุ่น” โดนบ่อยกว่า

รถบางรุ่น โดยเฉพาะ Honda หลายโมเดล ถูกมองว่าเป็น “เป้าถอดง่าย” เพราะชุดเรดาร์ถูกยึดด้วย คลิปพลาสติกพื้นฐาน มากกว่าสกรูหรืองานยึดที่ซับซ้อน ขณะที่บางแบรนด์แม้จะวางเรดาร์หลังโลโก้เช่นกัน แต่ขั้นตอนการถอดอาจยุ่งยากกว่า จึงไม่คุ้มสำหรับการก่อเหตุแบบเร็ว ๆ

ตลาดอุปกรณ์กันขโมยเริ่มมา ฝาครอบ + สกรูกันงัด

เมื่อการขโมยเกิดถี่ขึ้น ตลาดก็เริ่มตอบสนอง มีผู้ผลิตบางรายทำ ฝาครอบป้องกันเรดาร์ พร้อม สกรูกันขโมย (Anti-theft screws) เพื่อทำให้การถอดต้องใช้เวลาและเครื่องมือเฉพาะมากขึ้น ลดโอกาส “งัดแล้วไป”

หมายเหตุเชิงผู้ใช้: อุปกรณ์กันขโมยไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นตอ แต่ช่วย “ยืดเวลา” ให้คนร้ายไม่กล้าทำในพื้นที่เสี่ยง และเพิ่มโอกาสที่คนร้ายจะถูกสังเกตเห็น

ทางออกระยะยาวที่ตำรวจอยากเห็น: ถอดแล้ว “ใช้งานไม่ได้” ทันที

เจ้าหน้าที่มองว่า แนวทางที่ได้ผลจริงในระยะยาวควรเกิดจากผู้ผลิตรถยนต์เอง เช่นการออกแบบให้ โมดูลเรดาร์ “ถูกปิดการทำงาน” เมื่อถูกถอดออกจากรถ หรือมีระบบจับคู่กับตัวรถ (binding/pairing) ที่ทำให้ฮาร์ดแวร์ที่ถูกขโมยไป ไร้ค่าในตลาดมืด

หากทำได้จริง ตลาดรับซื้อของโจรจะ “หมดแรงจูงใจ” ทันที เพราะของที่ถอดไปขายต่อใช้งานไม่ได้ ก็ไม่มีร้านซ่อมอยากรับ

ไม่ได้มีแค่นิวยอร์ก ปัญหากำลังกระจายทั่วประเทศ

รายงานระบุว่า ไม่ใช่แค่นครนิวยอร์กเท่านั้น ตำรวจในรัฐวอชิงตันก็พบ “สัญญาณการเพิ่มขึ้น” ของการขโมยเรดาร์เช่นกัน และในเมืองบัลติมอร์ มีรายงานการขโมยเรดาร์ในบางเขตอย่างน้อยหลายเคสภายในเดือนเดียว อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้สูงว่ามีเหตุที่ ไม่ได้แจ้งความ ทำให้ตัวเลขจริงอาจมากกว่านั้น

สรุป รถยิ่งไฮเทค อะไหล่ยิ่งแพง อาชญากรรมก็ยิ่ง “อัปเดต”

กรณีขโมยเรดาร์หน้ารถสะท้อนภาพชัดว่า เมื่อรถรุ่นใหม่มีเทคโนโลยีช่วยขับมากขึ้น ชิ้นส่วนที่เคยไม่ถูกสนใจกลับกลายเป็น “ของมีราคา” และหากตำแหน่งติดตั้งเข้าถึงง่าย การก่อเหตุยิ่งง่ายตามไปด้วย

ระยะสั้น เจ้าของรถอาจต้องพึ่งอุปกรณ์กันขโมยหรือการจอดในพื้นที่ปลอดภัยมากขึ้น แต่ระยะยาว สิ่งที่น่าจับตาคือว่า ผู้ผลิตรถยนต์จะออกแบบระบบป้องกันเชิงโครงสร้าง เช่น “ถอดแล้วใช้ไม่ได้” เพื่อทำลายตลาดมืดได้หรือไม่

 

Carscoop

Advertisement Advertisement

คำนวณค่างวดรถ ผ่อนรถ ดาวน์ ดอกเบี้ยรถใหม่ ดอกเบี้ยรถมือสอง 2568-2569

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้