“จุดเปลี่ยน” ตลาดรถยนต์จีน เมื่อรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ครองส่วนแบ่งเกิน 60% เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

“จุดเปลี่ยน” ตลาดรถยนต์จีน เมื่อรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ครองส่วนแบ่งเกิน 60% เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
Spread the love
Advertisement Advertisement

ปรากฏการณ์ “จุดเปลี่ยน” ตลาดรถยนต์จีน เมื่อรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ครองส่วนแบ่งเกิน 60% เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

วงการยานยนต์โลกต้องจารึกเดือนเมษายนปี 2026 ไว้เป็นหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ เมื่อตลาดรถยนต์ในประเทศจีนซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกได้มาถึงจุดหักเหสำคัญ โดยอัตราการเข้าถึงตลาด (Penetration Rate) ของรถยนต์พลังงานใหม่ หรือ New Energy Vehicles (NEVs) พุ่งทะลุ 60% เป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ

ข้อมูลล่าสุดจากการจัดอันดับยอดขายปลีกโดย Dongchedi และสมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแห่งประเทศจีน (CPCA) เผยให้เห็นภาพที่น่าตกใจสำหรับผู้ผลิตรถยนต์สันดาปภายใน (ICE) แบบดั้งเดิม เพราะในบรรดารถยนต์ที่ขายดีที่สุด 10 อันดับแรก มีรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเพียงรุ่นเดียวเท่านั้นที่ยังหลงเหลืออยู่ในตาราง

การล่มสลายของยุคสันดาป 9 ใน 10 คือรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด

ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา รายชื่อรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ทำยอดขายได้สูงสุด 10 อันดับแรก ถูกยึดครองโดยรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ถึง 9 รุ่น โดยมีเพียง Geely Binyue (หรือที่รู้จักในชื่อ Coolray ในตลาดสากล) เป็นตัวแทนหนึ่งเดียวของเครื่องยนต์สันดาปที่ยังติดอันดับ 8

ความห่างชั้นของยอดขายเห็นได้ชัดเจนจากอันดับหนึ่งอย่าง Geely Xingyuan (Geely Galaxy EX2) ที่มียอดขายสูงถึง 34,727 คัน ซึ่งมากกว่ายอดขายของ Coolray ถึง 2.3 เท่าตัว แสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวจีนได้เปลี่ยนจากน้ำมันไปสู่ไฟฟ้าอย่างเบ็ดเสร็จ

สรุปอันดับยอดขายรถยนต์ NEV 10 อันดับแรกในเดือนเมษายน 2026 ในจีน

  • อันดับ 1: Geely EX2  34,727 คัน
  • อันดับ 2: Xiaomi SU7  26,826 คัน
  • อันดับ 3: Tesla Model Y 22,990 คัน
  • อันดับ 4: Li Auto i6  21,024 คัน
  • อันดับ 5: Changan Nevo  Q05  15,814 คัน
  • อันดับ 6: BYD Sealion 06 EV  15,659 คัน
  • อันดับ 7: BYD Yuan Up  15,658 คัน
  • อันดับ 8: Geely Coolray (ICE) 14,923 คัน
  • อันดับ 9: Leapmotor A10 14,372 คัน
  • อันดับ 10: BYD Dolphin 14,218 คัน

หากย้อนกลับไปดูสถิติจะพบว่าการถดถอยนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก เพราะเมื่อเดือนมีนาคม 2026 รถยนต์น้ำมันยังครองตำแหน่งใน Top 10 ได้ถึง 5 รุ่น และในเดือนมกราคมยังมีอยู่ถึง 7 รุ่น การที่เหลือเพียง 1 รุ่นในเดือนเมษายนจึงถือเป็นการส่งสัญญาณถึง “จุดสิ้นสุดยุคน้ำมัน” ในจีนที่เร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์

Advertisement Advertisement

วิเคราะห์วิกฤต “Collapse-Style” ของรถยนต์สันดาป

จากรายงานของ CPCA ยอดขายปลีกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลโดยรวมในเดือนเมษายนอยู่ที่ 1.384 ล้านคัน ซึ่งลดลง 21.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) แม้ว่ายอดขาย NEV จะลดลงเล็กน้อยที่ 6.8% แต่สิ่งที่น่าตกใจคือเซกเมนต์รถยนต์น้ำมัน (ICE) ที่เผชิญกับการร่วงลงแบบ “ดิ่งเหว” โดยมียอดขายเพียง 530,000 คัน ลดลงถึง 37% จากปีที่แล้ว และหายไปกว่า 33% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

นักวิเคราะห์จาก Jiemian ระบุว่าปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้คือ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าที่ก้าวหน้าจนสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้จริงในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น ทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเปลี่ยนทิศทางอย่างถาวร

ความต่างของขั้วอำนาจ: แบรนด์จีน vs แบรนด์ต่างชาติ

ความเร็วในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคไฟฟ้ามีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละกลุ่มผู้ผลิต ดังนี้:

  • แบรนด์สัญชาติจีน: มีอัตราการเข้าถึง NEV สูงถึง 80.1% แทบจะกลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเกือบทั้งหมดแล้ว
  • แบรนด์หรู (Luxury Brands): มีอัตราการเข้าถึง NEV อยู่ที่ 26.1%
  • แบรนด์ร่วมทุนกระแสหลัก (Mainstream Joint Ventures): ขยับขึ้นมาที่ 14.1% แม้จะเติบโตแต่ยังตามหลังแบรนด์ท้องถิ่นอยู่มาก

ผู้ผลิตที่ครองตลาด NEV ในเดือนเมษายนนำโดย BYD ที่มียอดขายสูงถึง 182,025 คัน ตามมาด้วย Geely และ Changan ขณะที่แบรนด์ใหม่อย่าง Xiaomi ก็สามารถขึ้นมาติดอันดับ Top 5 ได้อย่างน่าประทับใจ

กลยุทธ์ “New Energy + Domestic” ขยับขยายสู่ตลาดโลก

ไม่เพียงแต่ตลาดในประเทศเท่านั้น จีนยังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในตลาดส่งออก โดยเป็นครั้งแรกที่รถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) มีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดส่งออกรถยนต์ทั้งหมด โดยพุ่งสูงถึง 52.7%

ยอดส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั้งหมดอยู่ที่ 769,000 คัน (เพิ่มขึ้น 80.7% YoY) โดยเป็นรถยนต์ NEV ถึง 406,000 คัน ซึ่งเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 111.8% โดยมีผู้เล่นหลักคือ BYD, Chery และ Tesla China ที่เป็นหัวหอกในการบุกตลาดโลก

บทสรุปของเดือนเมษายน 2026 จึงเป็นเครื่องยืนยันว่า อุตสาหกรรมยานยนต์จีนไม่ได้อยู่ในช่วง “เปลี่ยนผ่าน” อีกต่อไป แต่อยู่ในยุคที่ “พลังงานใหม่” กลายเป็นมาตรฐานหลักอย่างสมบูรณ์ และกำลังส่งแรงสั่นสะเทือนนี้ไปสู่ตลาดรถยนต์ทั่วโลกอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

carnewschina

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้