เผยภาพ All-New Hyundai i20 เจเนอเรชันที่ 4 ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ สำหรับตลาดบราซิล

เผยภาพ All-New Hyundai i20 เจเนอเรชันที่ 4 ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ สำหรับตลาดบราซิล
Spread the love
Advertisement Advertisement

กลายเป็นกระแสฮือฮาในวงการยานยนต์ระดับโลกทันที เมื่อมีการหลุดภาพถ่ายอย่างเป็นทางการของ All-New Hyundai i20 เจเนอเรชันที่ 4 (Next-Gen) ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศบราซิล หลังจากที่ทาง Hyundai ได้ปล่อยทีเซอร์เรียกน้ำย่อยมานาน ซึ่งภาพชุดนี้ไม่ได้เผยให้เห็นเพียงแค่ดีไซน์ภายนอกและภายในที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเท่านั้น แต่ยังเผยให้เห็นข้อมูลทางเทคนิคสำคัญบางส่วนที่ทำให้รถแฮทช์แบ็กรุ่นนี้มีความน่าสนใจและพรีเมียมมากยิ่งขึ้น

ดีไซน์ภายนอกล้ำสมัย ผสานความสปอร์ตและดุดันสไตล์ครอสโอเวอร์

Hyundai i20 รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ ได้รับการออกแบบใหม่ตั้งแต่หัวจรดท้าย โดยเน้นเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว ทันสมัย และแฝงไปด้วยความแข็งแกร่งอย่างชัดเจน

ด้านหน้าตัวรถ เทคโนโลยีไฟ Pixel และเซนเซอร์ ADAS

  • ชุดไฟหน้าอัจฉริยะ: มาพร้อมไฟหน้าแบบ Dual-Pod LED สไตล์พิกเซล (Pixel-styled) ที่ดูหรูหรา ขนาบข้างด้วยไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (DRLs) รูปทรงตัว Y ที่เชื่อมต่อกันด้วยแถบไฟ Light Bar ยาวตลอดแนวหน้ารถ ส่วนไฟเลี้ยวยังคงใช้หลอดฮาโลเจน
  • ฝากระโปรงและโลโก้ใหม่: ฝากระโปรงหน้าดีไซน์เน้นความสะอาดตา (Clean Look) แต่เพิ่มความสปอร์ตด้วยเส้นสายมิติ (Creases) ด้านข้าง พร้อมประดับโลโก้ Hyundai วัสดุอะลูมิเนียมปัดเงา (Brushed-Aluminium)
  • กันชนหน้าดีไซน์ใหม่: เปลี่ยนมาใช้กระจังหน้าและช่องดักลมลายรังผึ้ง (Honeycomb Pattern) ตกแต่งชายล่างด้วยสีดำ ตัดขอบตรงกลางด้วยแถบสีเงินสำหรับติดตั้งแผ่นป้ายทะเบียน
  • ระบบความปลอดภัยขั้นสูง: บริเวณกันชนหน้ามีการติดตั้งโมดูลเรดาร์สำหรับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) อย่างชัดเจน

ดีไซน์ด้านข้าง มิติตัวถังที่เรียบหรูและล้ออัลลอยขนาดใหญ่ขึ้น

เมื่อมองจากด้านข้าง จะเห็นความเปลี่ยนแปลงในการลดทอนเส้นสายที่ซับซ้อนจากเจนก่อนหน้า ทำให้ตัวรถดูหรูหราและคลีนมากขึ้น

  • ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว: อัปเกรดมาใช้ล้ออัลลอยปัดเงาทูโทนขนาด 17 นิ้ว ซึ่งใหญ่กว่ารุ่นที่จำหน่ายในอินเดียในปัจจุบัน เพิ่มความสปอร์ตและเต็มซุ้มล้อได้อย่างลงตัว
  • ชุดแต่งรอบคันสไตล์ลุย: ติดตั้งโป่งซุ้มล้อและชายล่างของประตูด้วยพลาสติกกันกระแทกสีดำหนา (Black Cladding) ให้ความรู้สึกกึ่งครอสโอเวอร์ที่พร้อมลุยมากขึ้น
  • กระจกมองข้างและเสา C ใหม่: กระจกมองข้าง (ORVMs) ดีไซน์ให้เพรียวบางลงพร้อมไฟเลี้ยว LED ในตัว ขณะที่กระจกโอเปร่าหลังถูกแทนที่ด้วยแถบตกแต่งสีดำ (Black Kink) ลากยาวต่อเนื่องไปถึงแนวหลังกา

ดีไซน์ด้านท้าย ไฟท้ายแบบ Connected LED และดิฟฟิวเซอร์สุดสปอร์ต

  • ไฟท้ายรูปทรงตัว C: ชุดไฟท้าย LED ดีไซน์รูปตัว C ที่เชื่อมต่อกันด้วยแถบไฟ Slim Light Bar ตามเทรนด์การออกแบบยุคใหม่
  • ฝาท้ายมีมิติชัดเจน: มีส่วนสันเหลี่ยมที่ยื่นออกมาจากฝาท้าย เพิ่มมิติทางสายตา เสริมความสปอร์ตด้วยเสาอากาศครีบฉลาม (Shark-fin Antenna) สีดำ ใบปัดน้ำฝนหลัง และระบบไล่ฝ้า
  • กันชนหลังทูโทน: กันชนหลังสีดำสนิทติดตั้งไฟสะท้อนแสง (Reflector) ทั้งสองฝั่ง เสริมความดุดันด้วยแผงดิฟฟิวเซอร์สีเงิน (Faux Silver Diffuser) ที่ช่วยตัดโทนสีได้อย่างยอดเยี่ยม

หมายเหตุเรื่องมิติตัวถัง: แม้จะยังไม่มีการประกาศตัวเลขมิติตัวถังอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจะมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด โดยมีการยืนยันแล้วว่า พื้นที่เก็บสัมภาระท้าย (Boot Space) มีความจุเพิ่มขึ้นเป็น 346 ลิตร (มากกว่ารุ่นปัจจุบันถึง 35 ลิตร)

ดีไซน์ภายในห้องโดยสาร ยกระดับความหรูหราด้วยหน้าจอโค้งคู่แบบ Panoramic

ภายในห้องโดยสารของ Hyundai i20 เจเนอเรชันที่ 4 ได้รับการพลิกโฉมให้มีความหรูหราและล้ำสมัยเทียบเท่ากับรถยนต์ในพิกัดที่สูงกว่า

Advertisement Advertisement
  • แผงหน้าจอคู่แบบ Curved Panoramic Display: ถือเป็นไฮไลต์เด่นของคอนโซลหน้า ที่รวมเอาหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว และหน้าจอกลางอินโฟเทนเมนต์ระบบสัมผัสขนาดใหญ่ (คาดว่าจะอยู่ที่ 12.3 นิ้ว) เข้าไว้ด้วยกันเป็นชิ้นเดียวอย่างลงตัว
  • พวงมาลัยดีไซน์ใหม่: พวงมาลัยแบบ 3 ก้านทรงสปอร์ต พร้อมระบบ Paddle Shifters และสิ่งที่น่าสนใจคือการเปลี่ยนโลโก้ตรงกลางเป็นรหัส Morse Code อักษร ‘H’ ที่มีไฟส่องสว่าง (Illuminated Morse Code)
  • ระบบควบคุมแอร์ระบบสัมผัส: แผงควบคุมระบบปรับอากาศบริเวณคอนโซลกลางเปลี่ยนมาเป็นแบบปุ่มสัมผัสในแนวตั้ง พร้อมปุ่มหมุน (Rotary Knob) สำหรับปรับความแรงพัดลม ขนาบข้างด้วยช่องแอร์ดีไซน์แนวตั้งที่ดูแปลกตา
  • เบาะนั่งและการตกแต่ง: เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุกึ่งหนังแท้ (Semi-Leatherette) พร้อมปักอักษร ‘i20’ บนพนักพิง หลังคาด้านหน้ามีคอนโซลกลางพร้อมที่พักแขนและช่องเก็บของ แผงประตูตกแต่งด้วยเส้นแนวตั้ง หน้ากากลำโพงสีเงิน และมือจับเปิดประตูด้านในสไตล์เรโทร
  • เบาะหลังอเนกประสงค์: พนักพิงเบาะหลังสามารถแยกพับได้แบบ 60:40 มาพร้อมหมอนรองศีรษะปรับระดับได้ และเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดครบทั้ง 3 ที่นั่ง (แต่ไม่มีที่เท้าแขนตรงกลาง)

*ข้อสังเกต: ในเวอร์ชันบราซิลที่หลุดออกมานี้จะไม่มีการติดตั้งหลังคาซันรูฟ (Sunroof) มาให้ แตกต่างจากเวอร์ชันอินเดียในปัจจุบันที่มีออปชันนี้

ขุมพลังและความแรง คาดการณ์ทางเลือกเครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูง

แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคของระบบส่งกำลังอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่า Hyundai i20 ใหม่ จะยังคงใช้ขุมพลังที่จัดจ้านและประหยัดน้ำมันสำหรับการขับขี่ในเมืองและทางไกล โดยมีตัวเลือกที่คาดการณ์ไว้ดังนี้:

  • เครื่องยนต์เบนซินธรรมดา 1.2 ลิตร (Naturally Aspirated): ให้พละกำลังสูงสุด 84 แรงม้า มุ่งเน้นไปที่ความทนทาน อัตราเร่งที่นุ่มนวล และการประหยัดน้ำมันสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.0 ลิตร (Turbo-Petrol): ให้พละกำลังสูงสุด 120 แรงม้า มอบการตอบสนองที่สปอร์ตเร้าใจและจัดจ้านยิ่งขึ้น (ซึ่งในบางประเทศอาจมีเวอร์ชันปรับจูนกำลังลงมาที่ 100 แรงม้า เป็นทางเลือกเพิ่มเติม)

นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวที่น่าจับตามองว่า Hyundai กำลังพัฒนาเครื่องยนต์บล็อกใหม่ล่าสุดอย่าง 1.2-litre Turbo-Petrol ซึ่งต้องมารอลุ้นกันว่าทางค่ายรถยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้รายนี้ จะนำมาประจำการเพื่อยกระดับความแรงให้กับ All-New i20 เจเนอเรชันที่ 4 นี้ด้วยหรือไม่

รุ่นย่อยและการทำตลาด

สำหรับตลาดประเทศบราซิล Hyundai วางแผนที่จะวางจำหน่าย All-New i20 ทั้งหมด 5 รุ่นย่อยด้วยกัน โดยเรียงลำดับตามออปชันและความพรีเมียม ดังนี้:

  1. Comfort (รุ่นเริ่มต้น)
  2. Limited
  3. X Line (ตกแต่งสไตล์สปอร์ตลุย)
  4. Platinum
  5. Ultimate (รุ่นท็อปจัดเต็ม)

ส่วนแฟนๆ ชาวไทยและประเทศอื่นๆ รวมถึงอินเดีย คงต้องติดตามกันต่อไปว่าทาง Hyundai จะมีแผนการนำรถแฮทช์แบ็กดีไซน์สุดล้ำคันนี้เข้าไปทำตลาดในประเทศใดเพิ่มเติมบ้างหลังจากนี้ หากมีความคืบหน้าเรื่องกำหนดการเปิดตัวหรือราคาจำหน่าย ทางเราจะรีบนำมาอัปเดตให้ทราบกันทันทีครับ!

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้