คาดราคาในไทย 4xx,xxx- 5xx,xxx บาท Chery Q EV เร็วๆนี้ ระยะวิ่ง 400 กม./ชาร์จ NEDC ลงทะเบียนสนใจกว่า 1,800 คัน

คาดราคาในไทย 4xx,xxx- 5xx,xxx บาท Chery Q EV เร็วๆนี้ ระยะวิ่ง 400 กม./ชาร์จ NEDC ลงทะเบียนสนใจกว่า 1,800 คัน
Spread the love
Advertisement Advertisement

ภายในเวลาเพียงสองชั่วโมงหลังจากการเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้า รถยนต์รุ่นใหม่นี้ได้รับยอดสั่งซื้อถึง 21,957 คันทำให้กลายเป็นรถยนต์รุ่นใหม่ที่มาแรงอย่างไม่คาดคิดในตลาดรถ SUV ไฟฟ้าขนาดเล็กในประเทศ

Chery บุก Motor Show 2026! ส่ง “Chery Q” เปิดตัวที่ไทยที่แรกในโลก พร้อมทัพ EV สายลุยและครอบครัว

กรุงเทพฯ กลับมาคึกคักอีกครั้งกับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 โดยในปีนี้ เชอรี ประเทศไทย (Chery Thailand) มาในคอนเซปต์ “CHERY HAPPINESS HUB” ณ บูท A25 ซึ่งไม่ได้มีแค่การจัดแสดงรถยนต์เท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศยุทธศาสตร์สำคัญที่ใช้ประเทศไทยเป็น “ประตูสู่ตลาดโลก” สำหรับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด

ราคาคาดการณ์ Chery Q (EV 100%)

รุ่นย่อย ราคาคาดการณ์ (บาท)
Q QLICK 4xx,000
Q QOOL 4xx,000
Q QUINT 5xx,000

แพ็กเกจการรับประกันและสิทธิพิเศษ

Chery ประเทศไทย จัดเต็มเรื่องความมั่นใจเพื่อลบข้อสงสัยด้านการใช้งานระยะยาว ดังนี้:

  • Warranty ตัวรถ: นาน 8 ปี หรือ 200,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

  • Warranty แบตเตอรี่: นาน 8 ปี หรือ 160,000 กม. (สำหรับแบตเตอรี่แรงดันสูง)

  • Roadside Assistance: บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ฟรีนาน 5 ปี

1. ไฮไลต์หยุดโลก: Chery Q – “So Qute, So You”

การกลับมาของตำนานตระกูล QQ ในชื่อใหม่ Chery Q ซึ่งไทยได้รับเกียรติให้เป็นประเทศแรกในตลาดต่างประเทศที่เปิดตัวรถรุ่นนี้ โดยชูจุดเด่นเรื่องความคุ้มค่าและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์

เจาะลึกสเปก Chery Q (เวอร์ชันไทย)

  • ดีไซน์ “Square & Circle”: ผสานความหรูหราของทรงเหลี่ยมเข้ากับความมนของวงกลม มาพร้อมไฟหน้า-ท้าย LED ทรงรี และล้ออัลลอยลาย “+” ขนาด 16-17 นิ้ว

  • มิติตัวถัง: ยาว 4,195 มม. และฐานล้อกว้างถึง 2,700 มม. ทำให้ภายในกว้างขวางเกินตัว (เทียบเท่ารถ Segment ที่ใหญ่กว่า)

  • ขุมพลัง: มอเตอร์ไฟฟ้า 122 แรงม้า แรงบิด 115 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)

  • แบตเตอรี่: 42.7 kWh วิ่งได้ไกลประมาณ 400 – 420 กม. (NEDC/CLTC)

  • เทคโนโลยีอัจฉริยะ:

    • หน้าจอกลางขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว ความละเอียด 2.5K

    • ชิปประมวลผล Snapdragon 8155 ลื่นไหลรองรับทุกแอปพลิเคชัน

    • ระบบ Falcon 500 (ADAS) รองรับการนำทางอัจฉริยะ (NOA) และการจอดรถอัตโนมัติ

Chery V23: รถไฟฟ้าทรงกล่อง สีใหม่ และชุดแต่งสายลุย

รถทรง Boxy ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง กลับมาพร้อมกับทางเลือกที่หลากหลายขึ้นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

  • 2 สีใหม่สุด Exclusive: สีเทา Latte Gray ที่ให้ความรู้สึกมินิมอล และสีม่วง Pop Purple (Limited Edition) สำหรับผู้ที่ต้องการความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร

  • V23 IRONMAN 4X4 Adventure Edition: การร่วมมือครั้งสำคัญกับแบรนด์อุปกรณ์ออฟโรดระดับโลกอย่าง Ironman 4×4 เสริมความแกร่งด้วยชุดช่วงล่างและอุปกรณ์ตกแต่งรอบคัน พร้อมลุยทุกสถานการณ์

  • สเปกเด่น: แบตเตอรี่สูงสุด 81.76 kWh ในรุ่น 4WD ให้พละกำลัง 211 แรงม้า วิ่งไกล 430 กม. (NEDC) และมีระบบ V2L จ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอกได้ 3.3 kW

Chery TIGGO 8 CSH: พรีเมียมเอสยูวีสำหรับครอบครัว

สำหรับครอบครัวใหญ่ที่มองหาความประหยัดแต่ไม่ยอมลดละเรื่องสมรรถนะ TIGGO 8 CSH (Chery Super Hybrid) คือคำตอบ

  • ขุมพลัง Plug-in Hybrid: เครื่องยนต์ 1.5L Turbo ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้แรงม้าพุ่งสูงถึง 501 แรงม้า

  • ความประหยัดระดับเทพ: อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเพียง 1.3 ลิตร / 100 กม. และหากน้ำมันเต็มถัง+ไฟฟ้าเต็มแบต จะวิ่งได้ไกลถึง 1,200 กม.

  • ภายใน 7 ที่นั่ง: เบาะนั่งหรูหรา ระบบความปลอดภัย ADAS ครบวงจร และถุงลมนิรภัยรอบคันถึง 10 จุด

กิจกรรมและข้อเสนอพิเศษ “HAPPINESS HUB”

นอกจากรถยนต์แล้ว Chery ยังจัดกิจกรรม V23 Style Up Challenge โชว์ผลงานการตกแต่ง V23 จาก 6 Finalists ให้ผู้เข้าชมได้ร่วมสนุกโหวตคะแนน

ข้อเสนอพิเศษ: สำหรับผู้ที่ตัดสินใจในช่วงงาน มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (23 มี.ค. – 5 เม.ย. 2569) จะได้รับสิทธิพิเศษและโปรโมชั่นเดียวกัน ทั้งภายในงานและโชว์รูมเชอรีทั้ง 43 แห่งทั่วประเทศ ไม่ต้องเบียดเสียดในงานก็ได้รับสิทธิ์เท่ากัน


สรุปการเยี่ยมชม

  • สถานที่: บูท CHERY (A25) อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

  • วันที่: 23 มีนาคม – 5 เมษายน 2569

  • รุ่นที่ต้องดู: Chery Q (ลงทะเบียนรับสิทธิ์พิเศษในงาน) และ V23 Ironman Edition

FULL SPEC  CHERY Q ในประเทศไทย


ข้อมูลทางเทคนิคและสมรรถนะ (Technical Specifications)

  • ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า 100%
  • รูปแบบการขับเคลื่อน: ขับเคลื่อนล้อหลัง 2WD
  • กำลังมอเตอร์สูงสุด: 90 กิโลวัตต์ หรือ 122 แรงม้า
  • ความจุแบตเตอรี่: 42.7 กิโลวัตต์-ชั่วโมง
  • ระยะทางวิ่งสูงสุด: 420 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC)
  • ความเร็วสูงสุด: ประมาณ 135 กิโลเมตร/ชั่วโมง
  • การชาร์จไฟ:

    • รองรับการชาร์จกระแสสลับ AC สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์
    • รองรับการชาร์จกระแสตรง DC สูงสุดประมาณ 85 กิโลวัตต์
  • ระบบจ่ายไฟ: รองรับระบบ V2L (จ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอก)

มิติตัวถังและระบบช่วงล่าง (Dimensions & Chassis)

  • มิติตัวถัง (ยาว x กว้าง x สูง): 4,195 x 1,811 x 1,574 มม.
  • ระยะฐานล้อ: 2,700 มม.
  • ระยะต่ำสุดจากพื้น: 128 มม.
  • พื้นที่เก็บสัมภาระ: สูงสุด 1,450 ลิตร เมื่อพับเบาะแถวที่ 2
  • ช่วงล่าง: ด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัก และด้านหลังแบบมัลติลิงค์
  • ระบบเบรก: ดิสก์เบรก 4 ล้อ (คู่หน้าพร้อมรูระบายความร้อน)
  • ล้อและยาง:

    • รุ่น QLICK / QOOL: 205/60 R16
    • รุ่น QUINT: 205/55 R17

ระบบช่วงล่าง (Suspension System)

  • ด้านหน้า: แมคเฟอร์สันสตรัก (MacPherson Strut)
  • ด้านหลัง: มัลติลิงค์ (Multi-link)

ระบบเบรก (Braking System)

  • ด้านหน้า: จานเบรกพร้อมเจาะรูระบายความร้อน (Ventilated Disc Brakes)
  • ด้านหลัง: จานเบรก (Disc Brakes)

ระบบช่วยเบรก:

  • ระบบเบรกไฟฟ้าพร้อมระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ (Electric Parking Brake with Auto Hold)
  • ระบบลำดับความสำคัญของเบรก (Brake Priority System – BPS)
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Electronic Stability Program – ESP)

ล้อและยาง (Wheels & Tyres)

  • รุ่น QLICK: ขนาด 205/60 R16
  • รุ่น QOOL: ขนาด 205/60 R16
  • รุ่น QUINT: ขนาด 205/55 R17
  • อุปกรณ์เพิ่มเติม: ทุกรุ่นมาพร้อมชุดซ่อมยางกรณีฉุกเฉิน

ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง

  • ระยะต่ำสุดจากพื้น (Ground Clearance): 128 มม.
  • ระบบช่วยขับขี่บนทางลาดชัน: มีทั้งระบบป้องกันรถไหลเมื่อขึ้นทางลาดชัน (HAC) และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC)

รายละเอียดอุปกรณ์มาตรฐานภายนอก

  • ไฟหน้า: แบบ LED พร้อมฟังก์ชันทำงานอัตโนมัติ
  • ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน: แบบ LED (Daytime Running Light)
  • ไฟเลี้ยวและไฟท้าย: แบบ LED
  • ไฟเบรก: ดวงที่สามแบบ LED
  • ไฟตัดหมอก: มีไฟตัดหมอกหลังมาให้เป็นมาตรฐาน
  • พื้นที่เก็บสัมภาระ: มีช่องเก็บสัมภาระบริเวณหน้ารถ
  • กระจกมองข้าง: ปรับและพับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบพับอัตโนมัติเมื่อล็อกรถ และมีระบบไล่ฝ้า
  • กระจกหน้าต่าง: ควบคุมด้วยระบบ One-touch
  • ระบบกุญแจ: แบบ Keyless (ล็อกและปลดล็อกอัตโนมัติ)
  • ประตูท้าย: เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
  • เสาอากาศ: แบบครีบฉลาม (Shark Fin)

รายละเอียดอุปกรณ์มาตรฐานภายในห้องโดยสาร

ระบบจอแสดงผลและเครื่องเสียง

  • จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่: ขนาด 8.88 นิ้ว
  • จอสัมผัสบริเวณคอนโซลกลาง:
    • รุ่น QLICK: ขนาด 12.8 นิ้ว

    • รุ่น QOOL และ QUINT: ขนาด 15.6 นิ้ว

  • การเชื่อมต่อ: รองรับ Apple CarPlay, Android Auto และบลูทูธ
  • ช่องเสียบ USB: มีทั้งหมด 3 จุด

เบาะนั่งและการจัดวาง

  • เบาะนั่งผู้ขับขี่: ปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า 6 ทิศทาง
  • เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า: ปรับได้ 4 ทิศทาง
  • เบาะนั่งแถวที่ 2: พับได้แบบ 60/40 พร้อมหมอนรองศีรษะ 2 ตำแหน่ง
  • ที่เท้าแขน: มาพร้อมช่องเก็บของ

อุปกรณ์อำนวยความสะดวก

  • ระบบกุญแจ: Keyless ล็อกและปลดล็อกอัตโนมัติ
  • พวงมาลัย: แบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมก้านเปลี่ยนเกียร์บริเวณคอพวงมาลัย
  • ระบบชาร์จ: ฟังก์ชันชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย (Wireless Charger)
  • ระบบไฟ: ไฟอ่านหนังสือ LED ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และไฟส่องสว่างที่เก็บสัมภาระท้ายรถ
  • กระจก: ที่บังแดดพร้อมกระจกเรืองแสง และกระจกหน้าต่างควบคุมด้วยระบบ One-touch

การตกแต่งสีภายใน (Interior Colour)

  • สี Minty Mix: มีให้เฉพาะในรุ่น QUINT เมื่อเลือกตัวถังสี Creamy Beige
  • สี Cool Black: เป็นสีมาตรฐานสำหรับรุ่น QLICK และ QOOL ทุกสีตัวถัง รวมถึงรุ่น QUINT ในสีตัวถังอื่นๆ

เทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS)

  • ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
  • ระบบเตือนการชน: ทั้งด้านหน้า (FCW) และด้านหลัง (RCW)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (ACC): ทำงานร่วมกับระบบช่วยเหลือการขับขี่ในสภาพความเร็วต่ำ (TJA)
  • ระบบรักษารถให้อยู่ในเลน: ประกอบด้วยระบบรักษารถให้อยู่กลางเลน (ICA), ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน (LDW), ระบบป้องกันการออกนอกเลน (LDP), ระบบช่วยรักษาเลน (LKA) และระบบช่วยควบคุมรถในสถานการณ์ฉุกเฉิน (ELK)
  • ระบบเตือนจุดอับสายตา (BSD): พร้อมระบบเตือนจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) และระบบเตือนเมื่อเปิดประตู (DOW)
  • ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (APA): มีให้เลือกใช้งานตามรุ่นย่อย
  • การควบคุมไฟหน้า: ระบบควบคุมไฟหน้าอัจฉริยะ (IHC)

ระบบความปลอดภัยมาตรฐาน

  • ถุงลมนิรภัย: ประกอบด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ด้านข้างสำหรับผู้โดยสารคู่หน้า และม่านถุงลมนิรภัย (ซ้าย-ขวา)
  • ระบบช่วยการทรงตัว: ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESP) และระบบป้องกันรถไหลเมื่อขึ้นทางลาดชัน (HAC) พร้อมระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC)
  • ระบบเบรก: ระบบลำดับความสำคัญของเบรก (BPS) และระบบปลดล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อเกิดการชน
  • การตรวจสอบสถานะ: ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง (TPMS)
  • ความปลอดภัยสำหรับเด็ก: จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX

กล้องและเซ็นเซอร์ (แตกต่างตามรุ่นย่อย)

  • รุ่น QLICK: กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง และเซ็นเซอร์ช่วยจอดด้านหลัง
  • รุ่น QOOL: กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง และเซ็นเซอร์ช่วยจอดด้านหลัง
  • รุ่น QUINT: กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง และเซ็นเซอร์ช่วยจอดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

สเปค Chery QQ3 EV (อ้างอิงเวอร์ชันจีน)

Chery QQ3 EV ถูกพัฒนาใหม่ทั้งหมด ต่างจาก QQ รุ่นเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยขยับขึ้นมาเป็นรถไฟฟ้าขนาด B-Segment ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

รายละเอียดเบื้องต้นมีดังนี้:

  • รูปแบบตัวถัง Hatchback 5 ประตู
  • ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
  • กำลังสูงสุดประมาณ 78 – 121 แรงม้า
  • แบตเตอรี่ LFP (Lithium Iron Phosphate) ความจุ 29.48 kWh (วิ่งได้ 310 กม.) และ 41.28 kWh (วิ่งได้ 420 กม.) ตามมาตรฐาน CLTC
  • รองรับระบบช่วยขับขี่ ADAS
  • หน้าจอกลางขนาด 15.6 นิ้ว

จุดที่น่าสนใจคือ QQ3 EV ไม่ได้มาในรูปแบบ “รถจิ๋วราคาประหยัด” แบบในอดีตอีกต่อไป แต่ยกระดับเป็นรถไฟฟ้าที่มีเทคโนโลยีและฟีเจอร์ใกล้เคียงรถระดับสูงกว่า

Chery QQ3 EV เปิดตัวพรีเซลล์อย่างเป็นทางการ ในประเทศจีน

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม Chery ได้ประกาศราคาพรีเซลล์สำหรับ QQ3 EV รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (Small EV) โดยมีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ในราคาตั้งแต่ 68,920 – 89,985 หยวน หรือประมาณ 316,687 – 413,481 บาท

ตารางราคาพรีเซลล์

รุ่นย่อย ราคา (หยวน) ราคา (บาท)
310km รุ่น Love  68,920 316,687
310km รุ่น Share  78,920 362,637
420km รุ่น Love  78,985 362,936
420km รุ่น Share  89,985 413,481

มอเตอร์ไฟฟ้าและพละกำลัง (Motor & Power)

ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์วางหลัง ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) พร้อมช่วงล่างหลังแบบมัลติลิงก์ (Multi-link)

  • รุ่น Standard: กำลังสูงสุด 58 kW (78 hp) / แรงบิดสูงสุด 90 นิวตันเมตร
  • รุ่น High-Power: กำลังสูงสุด 90 kW (121 hp) / แรงบิดสูงสุด 115 นิวตันเมตร
  • ความจุแบตเตอรี่: มี 2 ขนาดคือ

  • 29.48 kWh

    • รุ่นแบตเตอรี่เล็ก: วิ่งได้สูงสุด 310 กม. ต่อการชาร์จ CLTC
    • DC 62kWh ชาร์จ 30-80% 15 นาที (ความเร็วชาร์จ 2.1C)
  • 41.28 kWh

    • รุ่นแบตเตอรี่ใหญ่: วิ่งได้สูงสุด 420 กม. ต่อการชาร์จ CLTC
    • DC 87kWh ชาร์จ 30-80% 14 นาที (ความเร็วชาร์จ 2.1C)

การชาร์จ (Charging AC/DC)

  • ชาร์จเร็ว (DC Fast Charge): 100kW รองรับการชาร์จจาก 30% ถึง 80% ภายในเวลาเพียง 16.5 นาที (ถือว่าเร็วมากสำหรับรถระดับนี้)
    • ใช้สถาปัตยกรรมแรงดันสูง 800V High-Voltage Platform (ซึ่งเป็นรุ่นแรกในระดับราคาต่ำกว่า 70,000 หยวนที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้)
  • ชาร์จปกติ (AC Charge): 7KW รองรับการชาร์จผ่าน Wallbox (ระยะเวลาชาร์จเต็มประมาณ 5-7 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับขนาดแบตเตอรี่)
  • ฟังก์ชันพิเศษ: รองรับระบบจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอก V2L (Vehicle-to-Load) สูงสุดที่ 6.6 kW

 ความเร็วและอัตราเร่ง (Speed & Acceleration)

  • อัตราเร่ง 0–50 กม./ชม.: ทำได้ใน 3.8 วินาที (ในรุ่นมอเตอร์ 90 kW)
  • ความเร็วสูงสุด (Top Speed): 125 – 135 กม./ชม. (ถูกจำกัดไว้เพื่อความปลอดภัยและการประหยัดพลังงาน)

ข้อมูลมิติตัวถัง

  • ความยาว: 4,195 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง: 1,811 มิลลิเมตร
  • ความสูง: 1,569 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ: 2,700 มิลลิเมตร

ข้อมูลเพิ่มเติมด้านพื้นที่และการบรรทุก

  • พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk): มีความจุ 70 ลิตร ซึ่งถือว่าใหญ่มากสำหรับรถระดับนี้ และสามารถเปิดได้ถึง 8 รูปแบบ
  • พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย: 375 ลิตร และเมื่อพับเบาะหลังจะขยายได้สูงสุดถึง 1,450 ลิตร
  • การจัดการพื้นที่: แม้ตัวรถจะยาวเพียง 4.2 เมตร แต่ด้วยฐานล้อที่ยาวถึง 2.7 เมตร (เท่ากับรถ Sedan ขนาดกลางหลายรุ่น) ทำให้มีอัตราการใช้พื้นที่ (Space Utilization) สูงถึง 85% ช่วยให้ภายในห้องโดยสารกว้างขวางเกินตัวครับ

ช่วงล่าง

  • ช่วงล่างด้านหน้า: ใช้แบบอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เน้นความนุ่มนวลและการประหยัดพื้นที่
  • ช่วงล่างด้านหลัง: เป็นแบบอิสระ มัลติลิงก์ (Multi-link Independent Suspension) ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ “ว้าว” มากสำหรับรถระดับราคานี้ เพราะโดยปกติรถขนาดเล็กมักจะใช้ช่วงล่างหลังแบบคานบิด (Torsion Beam) เพื่อลดต้นทุน แต่การใช้มัลติลิงก์จะช่วยให้การซับแรงกระแทกทำได้ละเอียดกว่า และเพิ่มการยึดเกาะถนนได้ดีขึ้น
  • ระบบขับเคลื่อน: การที่ QQ3 EV ใช้ระบบ ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ร่วมกับช่วงล่างหลังแบบอิสระ ช่วยให้รถมีสมดุลที่ดีขึ้น มีรัศมีวงเลี้ยวที่แคบเพียง 5.2 เมตร ทำให้ขับขี่ในเมืองได้อย่างคล่องตัวและมีความเสถียรในช่วงความเร็วสูงมากกว่าคู่แข่งหลายรุ่น
  • โครงสร้างตัวถัง: ตัวรถสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม T12 ใหม่ล่าสุดของ Chery ที่เน้นความแข็งแกร่งและการจัดการพื้นที่ (Space Utilization) ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

การออกแบบภายนอก

  • แนวคิดการออกแบบ: ใช้ดีไซน์ทรงกลมมน (Rounded Design) ตลอดทั้งคัน เพื่อให้ดูเป็นมิตรและล้ำสมัยในสไตล์ Minimalist ที่เข้ากับคนรุ่นใหม่
  • ด้านหน้า: กระจังหน้าเป็นแบบปิดทึบตามสไตล์รถยนต์ไฟฟ้า โดเด่นด้วยไฟหน้า LED ทรงกลมขนาดใหญ่ ภายในโคมมีไฟ DRL (Daytime Running Light) เป็นเส้นแนวนอน 2 เส้นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
  • ด้านข้าง: เส้นสายตัวถังเน้นความเรียบง่ายแต่ดูมีมิติ มีการใช้มือจับประตูแบบกึ่งซ่อน (Semi-hidden Door Handles) เพื่อช่วยลดแรงต้านอากาศ (Aerodynamics) และทำให้ตัวรถดูคลีนมากขึ้น
  • เอกลักษณ์เฉพาะรุ่น: บริเวณเสา C จะมีการประดับโลโก้ตัวอักษร “Q” และที่ส่วนล่างของบานประตูจะติดโลโก้ “CHERY” เพื่อย้ำเตือนถึงตำนานของรุ่นนี้
  • ล้อและยาง: มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์ลายเครื่องหมายบวก (+) ที่เน้นผลทางอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamic Wheels) ตัดกับซุ้มล้อสีดำที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตเล็กน้อย
  • ด้านท้าย: ไฟท้ายออกแบบให้มีทรงกลมมนล้อไปกับไฟหน้า สร้างความสมดุลในการออกแบบหน้า-หลังได้อย่างลงตัว
  • สีตัวถัง: มีให้เลือกถึง 6 เฉดสี โดยเน้นโทนสีพาสเทลที่ดูนุ่มนวล เช่น สีชมพูเบจ (Pink-beige) และสีขาว (Feather White) รวมถึงมีออปชันหลังคาสีตัดกัน (Two-tone) และกระจกมองข้างแบบทูโทนให้เลือกด้วย

การออกแบบภายในห้องโดยสาร

  • หน้าจอกลางยักษ์: โดดเด่นด้วยหน้าจอสัมผัสแบบลอยตัวขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด 2.5K ซึ่งถือว่าใหญ่มากสำหรับรถระดับนี้
  • ชิปประมวลผล: ใช้ชิป Qualcomm Snapdragon 8155 ทำให้การใช้งานหน้าจอไหลลื่น รองรับการสั่งงานด้วยเสียงผ่านระบบ Carmind AI ที่โต้ตอบได้เป็นธรรมชาติ
  • ชุดมาตรวัด: หน้าจอแสดงผลผู้ขับขี่เป็นแบบดิจิทัลทรงสี่เหลี่ยม วางตัวอยู่หลังพวงมาลัยทูโทนทรง Flat-bottom
  • พื้นที่กว้างเกินตัว: ด้วยระยะฐานล้อที่ยาวถึง 2,700 มม. ทำให้มีพื้นที่วางขา (Legroom) ด้านหลังกว้างขวางเทียบเท่ารถ Sedan ขนาดกลาง โดยมีอัตราการใช้พื้นที่ภายในสูงถึง 85%
  • ช่องเก็บของอัจฉริยะ: ภายในห้องโดยสารมีจุดเก็บของกระจายอยู่มากถึง 38 จุด รอบคัน
  • เกียร์อยู่ที่คอพวงมาลัย: การย้ายคันเกียร์ไปไว้ที่คอพวงมาลัย (Column Shifter) ช่วยให้คอนโซลกลางโล่งขึ้น เพิ่มพื้นที่วางของและที่วางแก้วได้มากขึ้น
  • เบาะนั่ง: เบาะคู่หน้ามาพร้อมระบบ ระบายอากาศ (Ventilated) และ ระบบอุ่นเบาะ (Heated) ซึ่งมักพบในรถระดับพรีเมียม
  • บรรยากาศในรถ: ติดตั้งไฟ Ambient Light ปรับได้ถึง 256 สี ที่สามารถเปลี่ยนสีตามจังหวะเพลงได้
  • กระจกแต่งหน้าอัจฉริยะ: มีกระจกแต่งหน้าพร้อมไฟส่องสว่างที่ปรับอุณหภูมิสี (Color Temperature) ได้ตามต้องการ
  • ชาร์จไร้สาย: มีแท่นชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สายความเร็วสูง 50W พร้อมช่องเป่าลมเย็นเพื่อลดความร้อนขณะชาร์จ
  • ธีมการออกแบบ: เน้นความเรียบง่ายแต่สดใส มีการนำเส้นสายทรงกลมและทรงรีมาใช้ เช่น ช่องแอร์ทรงรี เพื่อให้สอดคล้องกับดีไซน์ภายนอก
  • โทนสี: มีสีภายในให้เลือก 2 โทนสีหลัก โดยเน้นสีที่ดูสว่างและสะอาดตา ช่วยให้ห้องโดยสารดูโปร่งโล่ง

ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ Falcon 500

นี่คือหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีการขับขี่ในรุ่นนี้ ซึ่งทำงานร่วมกับชิป Qualcomm Snapdragon 8155 (พลังประมวลผลสูงถึง 128 TOPS):

Advertisement Advertisement
  • Urban & Highway NOA (Navigate on Autopilot): เป็นรถในกลุ่มราคา 7 หมื่นหยวนรุ่นแรกที่รองรับระบบนำทางกึ่งอัตโนมัติ ทั้งบนทางหลวง (เปลี่ยนเลน เข้า-ออกทางแยกอัตโนมัติ) และในเขตเมือง
  • City Memory Navigation: ระบบสามารถจดจำเส้นทางที่ใช้บ่อยได้สูงสุด 20 เส้นทาง เพื่อช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติในเส้นทางเดิมที่คุ้นเคย
  • เซนเซอร์รอบคัน: ติดตั้งเรดาร์อัลตราโซนิก 12 จุด และกล้องรอบคัน 4 ตัว ซึ่งช่วยในการตรวจจับวัตถุได้อย่างแม่นยำแม้ไม่มี Lidar

ระบบจอดรถอัตโนมัติ (Full-Scene Automatic Parking)

  • รองรับการจอดรถอัตโนมัติมากกว่า 100 รูปแบบ (บางข้อมูลระบุว่าครอบคลุมถึง 300 ประเภท) ไม่ว่าจะเป็นการจอดขนาน เข้าซอง แนวเฉียง หรือแม้แต่ในพื้นที่แคบมาก ๆ
  • มาพร้อมระบบ One-click Parking ที่สั่งการได้ง่ายเพียงปุ่มเดียว

ระบบภาพและวิสัยทัศน์

  • กล้อง 540 องศา: ให้ภาพพาโนรามาหน้า-หลัง-ซ้าย-ขวา 360 องศา และเพิ่มมุมมอง “ใต้ท้องรถแบบโปร่งใส” (Transparent Chassis) อีก 180 องศา ช่วยให้ขับผ่านทางแคบหรืออุปสรรคได้ง่ายขึ้น

 ความปลอดภัยเชิงโครงสร้างและอุปกรณ์ (Passive Safety)

  • โครงสร้างตัวถัง Rock-solid: ใช้เหล็กกล้าความแข็งแรงสูง (High-strength steel) ถึง 72% และเหล็กขึ้นรูปร้อน (Hot-formed steel) 19% เพื่อเสริมความแกร่งของห้องโดยสาร
  • ถุงลมนิรภัย: ติดตั้งมาให้สูงสุดถึง 6 ตำแหน่ง รอบคัน
  • Sentry Mode: ระบบเฝ้าระวังขณะจอดรถ (โหมดโจรเรียกพี่) ที่จะบันทึกภาพและแจ้งเตือนเมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นรอบตัวรถ

ฟีเจอร์ล้ำสมัยอื่น ๆ

  • External Speaker: สามารถส่งเสียงพูดออกไปนอกรถเพื่อสื่อสารกับคนเดินถนนหรือเตือนรถคันอื่นได้
  • AI Lingxi & Voiceprint: ระบบจำเสียงเจ้าของรถ (Voiceprint replication) เพื่อยืนยันตัวตนและปรับตั้งค่าส่วนตัวโดยอัตโนมัติ

 

 

 

dongchedi

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้