HONDA CIVIC ไมเนอร์เช้นจ์ เปิดขายญี่ปุ่น 951,000 บาท พร้อม Honda S+ Shift ช่วงล่างใหม่

HONDA CIVIC ไมเนอร์เช้นจ์ เปิดขายญี่ปุ่น 951,000 บาท พร้อม Honda S+ Shift ช่วงล่างใหม่
Spread the love
Advertisement Advertisement

ฮอนด้า (Honda) มอบความตื่นเต้นครั้งใหม่ให้กับตลาดคอมแพกต์คาร์ ประกาศเปิดตัว Honda CIVIC รุ่นปรับโฉมใหม่ (Minor Model Change) อย่างเป็นทางการ ยกระดับยนตรกรรมยอดนิยมเจเนอเรชันที่ 11 ให้สปอร์ตและสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น พร้อมเซอร์ไพรส์แฟนๆ สายเพอร์ฟอร์มานซ์ด้วยการเพิ่มไลน์อัปเกรดรุ่นย่อยใหม่ล่าสุด e:HEV RS พุ่งทะยานด้วยเทคโนโลยีควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ Honda S+ Shift ที่ถ่ายทอดดีเอ็นเอมาจากสปอร์ตตัวแรงอย่าง PRELUDE เตรียมวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป

ถอดรหัสความสปอร์ตขั้นสุดของเกรดรุ่นย่อยใหม่ e:HEV RS

นับตั้งแต่การเปิดตัวเจเนอเรชันที่ 11 ในปี 2021 ฮอนด้า ซีวิค ยังคงยึดมั่นในแนวคิดการพัฒนาที่เน้น “มนุษย์เป็นศูนย์กลาง” (Human-Centered) มอบความลงตัวระหว่างความคุ้นเคยที่ใช้งานง่ายในชีวิตประจำวัน กับรูปลักษณ์ที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์ เพื่อให้ได้สัมผัสแห่งความพึงพอใจและขับขี่ได้อย่างราบรื่นในทุกเส้นทาง

แต่สำหรับ e:HEV RS ใหม่ ฮอนด้าได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมด้วยการกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้งห้าของผู้ขับขี่ ผ่านนวัตกรรม “Honda S+ Shift” ซึ่งเป็นระบบควบคุมที่ถูกปรับแต่งซอฟต์แวร์และเสียงคำรามของเครื่องยนต์ขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับซีวิคโดยเฉพาะ แม้ว่าจะเป็นขุมพลังไฮบริดที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก แต่ระบบนี้จะช่วยจำลองการตอบสนองต่อแรงขับเคลื่อน (Direct Response) และให้ความรู้สึกในจังหวะการสับเกียร์ที่เฉียบคม คมคาย ราวกับกำลังควบคุมระบบเกียร์แบบมีอัตราทดขั้นบันได ( 有段変速機) สร้างความผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนกับรถได้อย่างน่าทึ่ง

เจาะลึกอุปกรณ์มาตรฐานและสเปกเฉพาะรุ่น e:HEV RS

เพื่อรองรับพละกำลังและการขับขี่ที่ดุดันยิ่งขึ้น ฮอนด้าได้เซ็ตติ้งช่วงล่างและระบบกันสะเทือนใหม่ทั้งหมด (RS-Specific Suspension) ให้การควบคุมพวงมาลัยและตัวรถมั่นคงและคล่องตัวอย่างเด่นชัด พร้อมการตกแต่งดีไซน์ Premium Sport รอบคัน ดังนี้:

  • ดีไซน์ภายนอก (Exterior): เสริมความดุดันด้วยชุดแต่งสีดำเงา Gloss Black บริเวณวงแหวนโคมไฟหน้า, คิ้วตกแต่งกันชนและกระจังหน้าส่วนล่าง รวมถึงเสาอากาศครีบฉลาม โดดเด่นด้วยล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วสีดำด้าน Matte Berlina Black น็อตล้อสีดำ และประทับตราสัญลักษณ์ RS ทั้งหน้าและท้ายรถ
  • ดีไซน์ภายใน (Interior): ห้องโดยสารอารมณ์เรซซิ่งด้วยพวงมาลัยทรงท้ายตัด D-Shape และเบาะนั่ง Combination Seat เดินตะเข็บด้ายสีแดงรอบคัน แผงคอนโซลและขอบประตูตกแต่งด้วยเส้นพินสไตรป์สีแดง (Red Pinstripe) พร้อมติดตั้งแป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift) ที่ทำจากวัสดุโลหะแท้

อัปเกรดความสบายในทุกเกรดรุ่นย่อย

นอกจากการเพิ่มรุ่น e:HEV RS แล้ว การปรับโฉม Minor Model Change ครั้งนี้ยังได้กระจายการอัปเกรดเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและสุนทรียภาพภายในห้องโดยสารให้กับรุ่นย่อยอื่นๆ ด้วยเช่นกัน:

  • ทุกเกรดรุ่นย่อย (All Grades): ติดตั้งพอร์ตเชื่อมต่อ USB สำหรับผู้โดยสารตอนหลังเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
  • เกรด e:HEV EX และ EX (เบนซิน): เพิ่มระบบทำความร้อนที่พวงมาลัย (Steering Heater) เพื่อความสบายในสภาพอากาศหนาวเย็น
  • เกรด e:HEV EX: เปลี่ยนดีไซน์ล้ออัลลอยใหม่เป็นสีดำ Berlina Black ผสมงานปัดเงาดำสุดหรู (Dark Cut Clear)
  • เกรด RS (เบนซินเกียร์ธรรมดา): เปลี่ยนล้ออัลลอยเป็นสีดำด้าน Matte Black เต็มอารมณ์สปอร์ตคลาสสิก

ราคาจำหน่ายแนะนำโดยผู้ผลิต (ประเทศญี่ปุ่น)

*หมายเหตุ: คำนวณเป็นเงินบาทไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนกลางที่ 1 JPY = 0.2043 THB (ราคาในประเทศญี่ปุ่น รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 10% แล้ว แต่ยังไม่รวมค่าประกันภัย ภาษีจดทะเบียน และค่าธรรมเนียมรีไซเคิลยานยนต์)

Honda CIVIC e:HEV LX (5 ที่นั่ง)
เครื่องยนต์ 2.0L Direct Injection Atkinson-cycle ไฮบริดมอเตอร์คู่ (e-CVT) ขับเคลื่อนล้อหน้า (FF)
ราคา 4,132,700 เยน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 844,310 บาท)
2. Honda CIVIC e:HEV EX (5 ที่นั่ง)
เครื่องยนต์ 2.0L Direct Injection Atkinson-cycle ไฮบริดมอเตอร์คู่ (e-CVT) ขับเคลื่อนล้อหน้า (FF)
ราคา 4,448,400 เยน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 908,808 บาท)
Honda CIVIC e:HEV RS [เกรดใหม่ล่าสุด] (5 ที่นั่ง)
เครื่องยนต์ 2.0L ไฮบริดมอเตอร์คู่ + ระบบควบคุม Honda S+ Shift และช่วงล่างสปอร์ตเฉพาะรุ่น ขับเคลื่อนล้อหน้า (FF)
価格 4,659,600 เยน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 951,956 บาท)
Honda CIVIC EX (5 ที่นั่ง)
เครื่องยนต์เบนซิน 1.5L Direct Injection VTEC TURBO เกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมพายซิฟต์ ขับเคลื่อนล้อหน้า (FF)
ราคา 3,946,800 เยน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 806,331 บาท)
Honda CIVIC RS (5 ที่นั่ง)
เครื่องยนต์เบนซิน 1.5L Direct Injection VTEC TURBO เกียร์ธรรมดา 6 สปีด (6MT) ขับเคลื่อนล้อหน้า (FF)
ราคา 4,488,000 เยน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 916,898 บาท)

สรุปจุดเปลี่ยนสำคัญ Honda CIVIC (Minor Model Change)

 เพิ่มเกรดรุ่นย่อยสปอร์ตใหม่ “e:HEV RS”

  • ระบบขับเคลื่อน: ขุมพลังไฮบริด 2.0L ทำงานร่วมกับมอเตอร์คู่ พร้อมติดตั้งระบบควบคุมใหม่ล่าสุด “Honda S+ Shift” จำลองความรู้สึกและการตอบสนองในการเปลี่ยนเกียร์ให้เฉียบคม เร้าใจ และปรับแต่งเสียงเครื่องยนต์เฉพาะรุ่น RS
  • ช่วงล่าง: ใช้ระบบกันสะเทือน (Suspension) เซ็ตติ้งพิเศษเฉพาะรุ่น RS เพื่อการควบคุมที่ฉับไวและนิ่งมั่นคงยิ่งขึ้น
  • ดีไซน์ภายนอก: ตกแต่งด้วยชิ้นส่วนสีดำเงา (Gloss Black) รอบคัน เช่น วงแหวนไฟหน้า, คิ้วกันชนล่าง, เสาอากาศครีบฉลาม พร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วสีดำด้าน (Matte Berlina Black) และโลโก้ RS หน้า-หลัง
  • ดีไซน์ภายใน: พวงมาลัยท้ายตัด D-Shape เย็บด้ายแดง, แป้นเปลี่ยนเกียร์ (Paddle Shift) ทำจากโลหะ, เบาะนั่งเดินตะเข็บด้ายแดง และตกแต่งช่องแอร์กับแผงประตูด้วยเส้นพินสไตรป์สีแดง

การปรับปรุงอุปกรณ์ในเกรดรุ่นย่อยอื่น ๆ

  • ทุกเกรดรุ่นย่อย (All Grades): อัปเกรดเพิ่มพอร์ตเชื่อมต่อ USB สำหรับผู้โดยสารตอนหลังเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
  • เกรด e:HEV EX: เปลี่ยนดีไซน์ล้ออัลลอยใหม่เป็นสีดำ Berlina Black ผสมงานปัดเงาดำ (Dark Cut Clear) และเพิ่มระบบทำความร้อนที่พวงมาลัย (Steering Heater)
  • เกรด EX (เครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ): เพิ่มระบบทำความร้อนที่พวงมาลัย (Steering Heater)
  • เกรด RS (เครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ เกียร์ธรรมดา): เปลี่ยนดีไซน์ล้ออัลลอยใหม่เป็นสีดำด้าน (Matte Black)

เจาะลึก Honda Civic e:HEV RS (2026) เผยโฉมตัวจริงครั้งแรกที่ Suzuka เซอร์ไพรส์แฟนคลับทั่วโลก

สรุปการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของ Honda Civic (รุ่นปรับโฉมใหม่) โดยเฉพาะในรุ่น e:HEV RS ที่ปรากฏข้อมูลในญี่ปุ่น มีดังนี้ครับ

1. ระบบการเปลี่ยนเกียร์

  • สิ่งที่เปลี่ยนไป: ตัด “คันเกียร์” (Gear Lever) แบบดั้งเดิมออก
  • ใช้แทนด้วย: เกียร์แบบปุ่มกด (Electronic Gear Selector) ที่คอนโซลกลาง ช่วยให้พื้นที่ดูโปร่งและทันสมัยขึ้น

2. ฟีเจอร์การควบคุมการขับขี่

  • สิ่งที่เปลี่ยนไป: การเปลี่ยนเกียร์แบบ Manual ที่เคยทำผ่านคันเกียร์ (ในรุ่นอัตโนมัติ)
  • ใช้แทนด้วย: ระบบ Honda S+ Shift ซึ่งทำงานร่วมกับ Paddle Shift หลังพวงมาลัย โดยระบบจะใช้ซอฟต์แวร์จำลองจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ให้มีความรู้สึก “กระชาก” หรือมีแรงหน่วงคล้ายเกียร์ธรรมดาหรือเกียร์ DCT จริงๆ

3. ดีไซน์ภายนอก (ชุดแต่ง RS)

  • สิ่งที่เปลี่ยนไป: กันชนหน้าและกระจังหน้าแบบเดิม
  • ใช้แทนด้วย: กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ ที่ดูคมเข้มขึ้น โดยเฉพาะกระจังหน้าลายรังผึ้งที่มีช่องโตขึ้น (Hexagon Mesh) และช่องดักลมด้านข้างที่ดูสปอร์ตกว่าเดิม

4. สมรรถนะและการควบคุม (RS Tuning)

  • สิ่งที่เปลี่ยนไป: การเซ็ตติ้งช่วงล่างและระบบเบรกแบบมาตรฐาน
  • ใช้แทนด้วย: * ช่วงล่างปรับจูนพิเศษ (RS-specific suspension): เน้นความเฟิร์มและเข้าโค้งได้แม่นยำขึ้น
    • ระบบเบรก: อัปเกรดจานเบรกคู่หน้าให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับการขับขี่ที่รุนแรงขึ้น

      Advertisement Advertisement

5. ทางเลือกขุมพลัง (สำหรับตลาดญี่ปุ่น)

  • สิ่งที่เปลี่ยนไป: เน้นการทำตลาดที่แยกบุคลิกชัดเจน
  • สิ่งที่เพิ่มมา: * ถ้าชอบไฮบริดที่ขับสนุก = e:HEV RS (เกียร์ปุ่มกด + S+ Shift)
    • ถ้าชอบอารมณ์ดั้งเดิม = 1.5 VTEC Turbo RS (ยังมีคันเกียร์ธรรมดา 6 สปีดให้เลือก)

ไฮไลท์สำคัญ ระบบ Honda S+ Shift เทคโนโลยีจากอนาคต

สิ่งที่สร้างความฮือฮาที่สุดในรุ่นนี้คือการติดตั้งระบบ “Honda S+ Shift” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ถ่ายทอดมาจากรถต้นแบบอย่าง Honda Prelude Concept ระบบนี้จะจำลองรูปแบบการเปลี่ยนเกียร์ให้มีความรู้สึกคล้ายกับเกียร์ DCT (Dual Clutch Transmission)

  • วัตถุประสงค์: เน้นสร้างอารมณ์ร่วมในการขับขี่ (Driving Experience) ผ่านเสียงและการตอบสนองของรอบเครื่องยนต์
  • ข้อควรระวัง: จากผลการทดสอบเบื้องต้น ระบบนี้ไม่ได้ช่วยให้ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้เร็วขึ้น แต่เป็นการอัปเกรดเพื่อ “ความสนุก” และ “เสียงเครื่องยนต์ที่เร้าใจ” เป็นหลัก

การเลือกเกียร์เลยเปลี่ยนเป็น ปุ่มไฟฟ้า (Shift-by-wire) เช่น P / R / N / D → เป็นปุ่มแทนคันเกียร์

ภายในห้องโดยสาร ความทันสมัยที่มาพร้อม Google Built-in

ภายในของ Civic e:HEV RS มีการอัปเดตเทคโนโลยีให้ก้าวไปอีกขั้น เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่:

ฟีเจอร์ รายละเอียด
Infotainment หน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว พร้อมระบบ Google Built-in ในตัว
วัสดุเบาะนั่ง ผสมผสานระหว่าง Ultrasuede และ Prime Smooth ให้สัมผัสพรีเมียมและยึดเกาะตัวได้ดี
ระบบเกียร์ ยังคงใช้ระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบปุ่มกด (Push Button Selector)

จุดเด่นและความน่าเสียดายที่น่าสังเกต

แม้ว่าการกลับมาครั้งนี้จะดูดีขึ้นมาก แต่ก็ยังมีบางจุดที่นักวิจารณ์รถยนต์ตั้งข้อสังเกตไว้ดังนี้ครับ:

จุดเด่นที่น่าประทับใจ

  • ดีไซน์ภายนอก: ล้ออัลลอยสี Matte (ดำด้าน) เฉพาะรุ่น RS เพิ่มความดุดันและแตกต่างอย่างชัดเจน
  • การตอบสนอง: การมาของ Google Built-in ทำให้ระบบสั่งงานด้วยเสียงแม่นยำและรวดเร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อนอย่างมาก

จุดที่ยังน่าเสียดาย

  • ขาดระบบ Multi-view Camera พบว่ายังไม่มีปุ่มเรียกดูภาพรอบทิศทางที่ก้านไฟเลี้ยว/ปัดน้ำฝน
  • ฟังก์ชันความสบาย: ยังไม่มีระบบระบายอากาศเบาะ (Seat Ventilation) และพวงมาลัยอุ่น (Steering Heater) มาให้ แม้จะเป็นรุ่นท็อป

ขุมพลัง Full Hybrid: 2.0 e:HEV i-MMD (รุ่น RS)

ระบบไฮบริดที่ได้รับการยกระดับการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ เน้นการทำอัตราเร่งที่ตอบสนองได้ฉับไวและประหยัดน้ำมัน

  • เครื่องยนต์: เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร Atkinson Cycle (Direct Injection)
  • มอเตอร์ไฟฟ้า: 2 ตัว (AC Synchronous Permanent Magnet Electric Motor)
  • พละกำลังมอเตอร์สูงสุด: 184 แรงม้า ที่ 5,000 – 6,000 รอบ/นาที
  • แรงบิดมอเตอร์สูงสุด: 315 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 2,000 รอบ/นาที
  • แบตเตอรี่: Lithium-ion 72-Cell ติดตั้งใต้เบาะนั่งด้านหลัง
  • ระบบส่งกำลัง: E-CVT (ควบคุมด้วยปุ่มกดแบบ Electronic Gear Selector)
  • เทคโนโลยีไฮไลท์ (เฉพาะตลาดญี่ปุ่น): ระบบ Honda S+ Shift

ข่าวดีก็คือ ฮอนด้าไม่ได้ลดทอนการปรับแต่งช่วงล่างแบบสปอร์ตลงเลยการปรับแต่ง รุ่น RS ประกอบด้วยสปริงที่แข็งขึ้น โช้คอัพที่ปรับจูนใหม่ และพวงมาลัยที่ตอบสนองไวขึ้น เพื่อให้มีลักษณะการขับขี่ที่เน้นผู้ขับขี่มากขึ้น

สรุปภาพรวม

Honda Civic e:HEV RS (2026) คือการนำ DNA ความสปอร์ตของรถในตำนานอย่าง Prelude มาใส่ไว้ในรถซีดานยอดนิยม การเลือกเปิดตัวที่สนามแข่งซูซูกะเป็นการตอกย้ำว่า Civic รุ่นนี้ไม่ได้มีดีแค่ประหยัดน้ำมัน แต่ยังมุ่งเน้นการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ “สนุก” จนลืมภาพจำเดิมๆ ของรถ Hybrid ไปเลยทีเดียว

เทคโนโลยี S+ Shift คืออะไร?

S+ Shift (S Plus Shift) คือเทคโนโลยีระบบควบคุมการขับเคลื่อนสำหรับรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) ยุคใหม่ของค่าย Honda ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาความรู้สึกของการขับรถไฮบริดแบบเดิมๆ ที่รอบเครื่องยนต์มักจะทำงานแบบแบนราบและราบเรียบจนเกินไป โดยเทคโนโลยีนี้จะช่วยดึงอารมณ์ความสปอร์ตและความเร้าใจในการขับขี่ให้กลับมาใกล้เคียงกับรถยนต์สมรรถนะสูงที่ใช้เกียร์ธรรมดาหรือเกียร์ Dual-Clutch

เทคโนโลยีนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในรถสปอร์ตคูเป้อย่าง All-NEW Honda Prelude (รุ่นปี 2026) และกำลังจะถูกขยายไปสู่รถรุ่นยอดฮิตอื่นๆ อย่าง Civic e:HEV RS ครับ

หลักการทำงานและจุดเด่นสำคัญ

เนื่องจากรถระบบ e:HEV ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลักในการขับเคลื่อนและไม่มีชุดเกียร์กลไกแบบดั้งเดิม ระบบ S+ Shift จึงใช้ซอฟต์แวร์และการควบคุมฮาร์ดแวร์อย่างชาญฉลาดในการ “จำลอง” การเปลี่ยนเกียร์ขึ้นมา โดยมีจุดเด่นดังนี้

  • เกียร์จำลอง 8 สปีด (8-Speed Virtual Gearbox): ระบบจำลองอัตราทดเกียร์ขึ้นมา 8 จังหวะ เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่สามารถสับเปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลงเพื่อลากรอบเครื่องได้เองผ่าน Paddle Shift ที่ติดตั้งอยู่หลังพวงมาลัย

  • สร้างแรงดึงที่สมจริง (Step Shift Control): ในจังหวะที่คุณงัดเกียร์ขึ้น (Upshift) ระบบจะสั่งให้เจเนอเรเตอร์ดึงกระแสไฟฟ้าเพื่อกดรอบเครื่องยนต์ (RPM) ให้ตกลงอย่างรวดเร็ว และในจังหวะเชนจ์เกียร์ลง (Downshift) เจเนอเรเตอร์จะทำงานเสมือนมอเตอร์เพื่อดันรอบเครื่องให้ตวัดสูงขึ้น ผลลัพธ์คือตัวรถจะมีอาการหน่วงหรือเกิด “รอยต่อ” ของการเปลี่ยนเกียร์ที่ทำให้รู้สึกถึงแรงดึงอย่างชัดเจน

  • เบิ้ลเครื่องอัตโนมัติ (Rev-Matching): เวลาที่ลดเกียร์ลงเพื่อเตรียมเข้าโค้ง ระบบจะทำการกะพริบคันเร่งจำลอง (Blipping) ให้รอบเครื่องยนต์ตวัดขึ้นไปรอรับกับความเร็วอย่างแม่นยำแบบสไตล์รถแข่ง

  • เสียงเครื่องยนต์ที่เร้าใจ: S+ Shift จะทำงานร่วมกับระบบ Active Sound Control (ASC) ซึ่งความพิเศษคือระบบจะดึงเสียงคำรามจาก “เครื่องยนต์จริงๆ” ที่กำลังลากรอบอยู่ มาปรับโทนให้ดุดันและเป็นธรรมชาติ ควบคู่ไปกับหน้าปัดวัดรอบแบบกราฟิกที่กวาดขึ้นลงตามจังหวะเท้า

  • Sports Adaptive Control: ระบบประมวลผลอัจฉริยะที่คอยวิเคราะห์สภาวะการขับขี่ในขณะนั้น เพื่อปรับการส่งกำลังและจังหวะเกียร์จำลองให้ตอบสนองได้ตรงกับความต้องการของผู้ขับขี่มากที่สุด

ประโยชน์ของเทคโนโลยี S+ Shift

  • สนุกแบบสปอร์ต แต่ประหยัดแบบไฮบริด: ผู้ขับขี่จะได้รับอรรถรสในการขับที่สนุกสนานและมีส่วนร่วมกับรถมากขึ้น โดยที่ยังคงจุดเด่นด้านการประหยัดน้ำมันของระบบ e:HEV เอาไว้ได้อย่างครบถ้วน

  • ลดอาการเมารถ: การที่รอบเครื่องยนต์และเสียงของรถมีความสัมพันธ์กับความเร็วที่ไต่ขึ้นไปเป็นจังหวะ (แทนที่จะเป็นเสียงเครื่องยนต์ครางในรอบคงที่แบบเกียร์ e-CVT ทั่วไป) จะช่วยให้ความรู้สึกในการนั่งมีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งช่วยลดอาการเวียนหัวของผู้โดยสารได้

คุณสมบัติของ Honda S+ Shift กลไกทางวิศวกรรม ผลลัพธ์ต่อประสบการณ์การขับขี่
Upshift Control

มอเตอร์ปั่นไฟสร้างแรงต้าน ลดรอบเครื่องยนต์ฉับพลัน

สัมผัสถึงรอยต่อของเกียร์เสมือนเกียร์คลัตช์คู่ (DCT)

Downshift Control

มอเตอร์ปั่นไฟเร่งรอบเครื่องยนต์ขึ้นอย่างรวดเร็ว

จำลองการ Rev-matching/Blipping ได้เสียงและแรงดึงที่เร้าใจ

Cornering Hold Control

ล็อกเกียร์จำลองเมื่อเซนเซอร์ตรวจจับแรงจีด้านข้าง (Lateral G)

รักษารอบเครื่องในโค้ง ตอบสนองทันทีเมื่อกดคันเร่งออกโค้ง

Active Sound Control (ASC)

ปรับแต่งฮาร์โมนิกเสียงเครื่องยนต์ผ่านลำโพงตามจังหวะเกียร์

ให้เสียงคำรามที่สมจริง (Seventh-harmonic ที่ Red zone)

HMI Integration

แป้น Paddle Shift และจอมาตรวัดรอบดิจิทัลรูปแบบใหม่

ให้การควบคุมแบบแมนนวลสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย

การวิเคราะห์ภาพรวมระดับโลกและทิศทางในอนาคต (Global Strategy & Roadmap)

การเปิดตัวของ 2026 Civic e:HEV RS และเทคโนโลยี S+ Shift เป็นเพียงจิ๊กซอว์ชิ้นหนึ่งในแผนงานระดับมหภาคของฮอนด้าในช่วงปี 2025 ถึง 2035 การวิเคราะห์กลยุทธ์ของฮอนด้าแสดงให้เห็นถึงการบริหารความแตกต่างในแต่ละภูมิภาคเพื่อตอบสนองต่อเงื่อนไขทางกฎหมายและความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกัน

ไฮบริดในฐานะสะพานเชื่อมแห่งทศวรรษ (2025-2031)

แม้ว่าฮอนด้าจะมีการลงทุนมูลค่ามหาศาลในการพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้า (เช่น การเปิดตัวต้นแบบ Honda 0 Series และ Super-ONE Prototype) แต่ฝ่ายบริหารระดับสูงประเมินว่าอัตราการนำรถยนต์ EV ไปใช้งานจริงของผู้บริโภคทั่วโลกเกิดการชะลอตัว (Slowdown in adoption) ด้วยเหตุนี้ ยุทธศาสตร์ระยะยาวที่ปลอดภัยที่สุดของฮอนด้าคือการพึ่งพาระบบไฮบริด

ตามแผนงาน ฮอนด้ามีเป้าหมายที่จะเปิดตัวรถยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ถึง 13 รุ่นทั่วโลกในช่วงปี 2027 ถึง 2031 โดยจะใช้ระบบ e:HEV เจเนอเรชันถัดไปเป็นรากฐาน เทคโนโลยี S+ Shift ที่บรรจุอยู่ใน Civic e:HEV RS และสปอร์ตคูเป้ Prelude จะทำหน้าที่เป็น “โมเดลเรือธงด้านเทคโนโลยี” (Halo Technology) เพื่อพิสูจน์ให้ตลาดเห็นว่ารถยนต์ไฮบริดไม่ได้น่าเบื่อหรือถูกสร้างมาเพื่อความประหยัดเพียงอย่างเดียว หากฮอนด้าสามารถโน้มน้าวใจกลุ่มลูกค้าสายสปอร์ตได้สำเร็จ การถ่ายทอดเทคโนโลยี e:HEV ไปสู่รถยนต์กลุ่มผู้บริโภคกระแสหลัก (Mass Market) อย่าง CR-V, HR-V และ Accord ก็จะทำได้อย่างง่ายดายและได้รับการยอมรับมากขึ้น

HONDA

เตรียมเปิดตัว NEW HONDA CIVIC , HR-V , ACCORD งบปี 2027-2028 บนระบบไฮบริดใหม่ เน้นลงทุนไฮบริดมากขึ้น

 

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้