เปิดขายจีน 794,000 – 920,000 บาทในจีน iCAR V27 EREV วิ่งไฟฟ้า 210 กม. ใหม่

เปิดตัวอย่างเป็นทางการ! iCAR V27 รถยนต์ SUV ขุมพลัง EREV จัดเต็มชิป Snapdragon 8295P ในราคาเริ่มต้นราว 7.94 แสนบาท ในประเทศจีน
[รถใหม่เปิดตัว] เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา iCAR V27 ได้เปิดตัวและประกาศราคาขายอย่างเป็นทางการ โดยมีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 169,800 – 196,800 หยวน (ประมาณ 794,154 – 920,433 บาท) ตัวรถถูกวางตำแหน่งให้อยู่ในกลุ่ม SUV ขนาดกลางถึงใหญ่ (Mid-to-large SUV) มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ EREV (Range Extender) มีทั้งรุ่นมอเตอร์เดี่ยวและมอเตอร์คู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ ทุกรุ่นย่อยติดตั้งชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8295P เป็นมาตรฐาน และมาพร้อมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ Super Falcon 700+
ราคาจำหน่าย iCAR V27 ในจีน
| รุ่นย่อย | ราคา (หยวน) | ราคาโดยประมาณ (บาท)* |
|---|---|---|
| รุ่น 210km 2WD Falcon 500 (ขับเคลื่อน 2 ล้อ) | 169,800 | 794,154 |
| รุ่น 200km 4WD Falcon 500 (ขับเคลื่อน 4 ล้อ) | 182,800 | 854,955 |
| รุ่น 200km 4WD Falcon 700 (ขับเคลื่อน 4 ล้อ) | 196,800 | 920,433 |
* คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน 1 หยวน = 4.677 บาท
จุดเด่นและรายละเอียดของตัวรถ iCAR V27
การออกแบบภายนอก (Exterior Design)
iCAR V27 ยังคงรักษาเอกลักษณ์การออกแบบสไตล์ “กล่องสี่เหลี่ยม” ที่ดูดุดันและแข็งแกร่ง ด้านหน้าโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบแถบแคบที่จับคู่กับโคมไฟทรงเหลี่ยมและแถบไฟวงแหวน โดยใช้หลอดไฟ LED ทั้งระบบ พร้อมฟังก์ชันควบคุมไฟสูงอัจฉริยะ ตัวรถมีสีภายนอกให้เลือกมากถึง 7 สี ได้แก่ สีอูฐ, ดำ, เงิน, เทา, ขาว, น้ำเงิน และเหลือง
มิติตัวถังและสมรรถนะออฟโรด
ด้านข้างตัวรถเน้นเส้นสายที่ตรงและแข็งแกร่ง พร้อมสืบทอดดีไซน์เอกลักษณ์จากรุ่น iCAR V23 เช่น กระจกตาบอด (Blind window) ที่ท้ายรถ และ “โมดูลฟังก์ชัน” ที่รวมชิป NFC และกล้องไว้ที่ด้านข้างตัวรถ
- มิติตัวถัง (กว้าง x ยาว x สูง): 5,055 x 1,976 x 1,894 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ: 2,910 มิลลิเมตร
- ขนาดล้อ: ล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว
- มุมปะทะ / มุมจาก: 24.5 องศา
- ระยะห่างจากพื้น (Ground Clearance): 220 มิลลิเมตร
- ความลึกในการลุยน้ำสูงสุด: 600 มิลลิเมตร
ห้องโดยสารและเทคโนโลยี (Interior & Technology)
ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบในเลย์เอาต์ “Starship Cabin” มีสีภายในให้เลือก 3 สี คอนโซลหน้ามาพร้อมหน้าจอกลางขนาด 15.4 นิ้ว ความละเอียด 2.5K และหน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัลขนาด 8.88 นิ้ว
- ชิปประมวลผล: Qualcomm Snapdragon 8295P (ติดตั้งเป็นมาตรฐานทุกรุ่น) มีพลังการประมวลผล AI สูงถึง 30TOPS
- ระบบสั่งการด้วยเสียง: ผสานการทำงานกับ AI โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) + DeepSeek รองรับการจดจำเสียงแบบแยก 4 โซน
- การเชื่อมต่อ: รองรับ Apple CarPlay, HUAWEI HiCar, CarLink แบบไร้สาย และรองรับการเชื่อมต่อภาพจาก Nintendo Switch ผ่านสาย
- Smart Home: สามารถทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันเพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ในรถกับอุปกรณ์ Smart Home ภายในบ้าน เช่น ควบคุมตู้เย็นในรถ, เบาะเด็ก หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่บ้าน
สิ่งอำนวยความสะดวกสบาย (Comfort Features)
iCAR V27 มาพร้อมหลังคากระจกคู่สไตล์ “Starship Porthole” และเพดานหลังคา “Sky Island” ที่มีไฟสร้างบรรยากาศ (Ambient Light) แบบสะท้อนแสงรอบทิศทาง พร้อมจุดยึดขนาด 1/4 นิ้ว เพื่อรองรับการติดตั้งอุปกรณ์เสริม
อุปกรณ์มาตรฐานที่น่าสนใจ ได้แก่
- แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สายด้านหน้า
- กล่องคอนโซลกลางพร้อมระบบทำความเย็นและทำความร้อน
- ลำโพง 15 ตำแหน่ง (สามารถอัปเกรดเป็น 23 ตำแหน่งได้)
- พวงมาลัยพร้อมระบบทำความร้อน
- เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมระบบทำความร้อน, ระบายอากาศ และระบบบันทึกตำแหน่งฝั่งคนขับ
- เบาะแถวที่สองพร้อมระบบทำความร้อน
ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ (ADAS)
ระบบความปลอดภัยและช่วยขับขี่จัดเต็มในทุกรุ่นย่อย:
- รุ่นมาตรฐาน (Super Falcon 500): มาพร้อมเรดาร์ Millimeter-wave 3 ตัว + เซนเซอร์อัลตราโซนิก 12 ตัว + กล้อง 8 ล้านพิกเซล 2 ตัว + กล้อง 3 ล้านพิกเซล 9 ตัว ขับเคลื่อนด้วยชิป Horizon Journey 6M (พลังประมวลผล 128 TOPS)
- รุ่นท็อป (Super Falcon 700+): อัปเกรดเพิ่ม LiDAR 1 ตัว และใช้ชิป Horizon Journey 6P (พลังประมวลผลสูงถึง 560 TOPS) ซึ่งรองรับระบบขับขี่อัตโนมัติขั้นสูง เช่น การนำทางจากช่องจอดถึงช่องจอด (Parking-to-Parking), ระบบนำทางอัตโนมัติในเมือง (City NOA) และระบบนำทางอัตโนมัติบนทางหลวง (Highway NOA)
ขุมพลังและช่วงล่าง (Powertrain & Suspension)
iCAR V27 มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ EREV ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบทำหน้าที่ปั่นไฟ และมอเตอร์ไฟฟ้า
- เครื่องยนต์: ให้กำลังสูงสุด 156 แรงม้า PS
- รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD): มอเตอร์ไฟฟ้าล้อหลัง 251 แรงม้า PS
- รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD): เพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าล้อหน้า 203 แรงม้า PS (กำลังรวมสูงสุดทั้งระบบ 445 แรงม้า PS)
- แบตเตอรี่: ความจุ 34.3 kWh
- ระยะทางวิ่งล้วน (EV Mode): 200 กม. (รุ่น 4WD) / 210 กม. (รุ่น 2WD)
- ระยะทางวิ่งรวมสูงสุด (Combined Range): 1,200 กม. (รุ่น 4WD) / 1,230 กม. (รุ่น 2WD)
- ช่วงล่าง: ด้านหน้า MacPherson + ด้านหลัง Multi-link แบบ H-arm พร้อมระบบโช้คอัพแม่เหล็กไฟฟ้า MRC
ตอบโจทย์สายแคมป์ปิ้งและกิจกรรมเอาต์ดอร์
ตัวรถได้รับการออกแบบมาเพื่อการใช้งานอเนกประสงค์ โดยมีช่องต่ออุปกรณ์เสริม (Ecological Interfaces) มากถึง 17 จุด และ 51 รูปแบบ รองรับการดัดแปลงติดตั้งไฟ, ขาตั้ง และแหล่งจ่ายไฟต่างๆ ได้อย่างอิสระ
- หลังคารองรับน้ำหนักแบบภาพนิ่งได้ถึง 200 กก. สามารถติดตั้งเต็นท์หลังคาได้สบาย
- รองรับการลากจูงได้ 1.6 ตัน (สามารถลากรถบ้าน หรือ Trailer ได้)
- ภายในรถมีปลั๊กไฟ 220V และรองรับระบบ V2L จ่ายไฟออกสู่อุปกรณ์ภายนอกได้สูงสุด 6kW เปลี่ยนรถให้กลายเป็นสถานีจ่ายไฟเคลื่อนที่สำหรับการตั้งแคมป์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
FULL SPEC แบบละเอียด CHERY V27
มิติตัวถัง iCAR V27
- ความยาว: 5,055 มิลลิเมตร
- ความกว้าง: 1,976 มิลลิเมตร
- ความสูง: 1,894 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ (Wheelbase): 2,910 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้น (Ground Clearance): 220 มิลลิเมตร
- มุมปะทะและมุมจาก: 24.5 องศา
- ความลึกสูงสุดในการลุยน้ำ: 600 มิลลิเมตร
iCAR V27 (รถยนต์ไฟฟ้าแบบขยายระยะทาง – EREV)
-
เครื่องยนต์ (ทำหน้าที่ปั่นไฟ): เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 156 แรงม้า PS
-
มอเตอร์ไฟฟ้า:
- รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD): มอเตอร์ไฟฟ้าล้อหลัง กำลังสูงสุด 251 แรงม้า PS
- รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD): มอเตอร์หน้า 203 แรงม้า PS kW + มอเตอร์หลัง 203 แรงม้า PS
- พละกำลังรวมสูงสุด (สำหรับรุ่น 4WD): 445 แรงม้า PS (หมายเหตุ: ข้อมูลแรงบิดสูงสุดของ V27 ยังไม่มีการระบุไว้ในเอกสารเปิดตัว)
- แบตเตอรี่: ความจุ 34.3 kWh
- ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน (EV Mode): * วิ่งได้ 210 กิโลเมตร (รุ่น 2WD)
-
วิ่งได้ 200 กิโลเมตร (รุ่น 4WD)
-
-
ระยะทางวิ่งรวมสูงสุด (น้ำมันเต็มถัง + แบตเตอรี่เต็ม): * วิ่งได้ 1,230 กิโลเมตร (รุ่น 2WD)
-
วิ่งได้ 1,200 กิโลเมตร (รุ่น 4WD)
-
- ระบบการชาร์จ (AC / DC): รองรับการชาร์จทั้ง AC และ DC Fast Charge
- ข้อมูลอื่นๆ ที่น่าสนใจ: * ภายในรถมีปลั๊กไฟบ้านแบบ 220V ให้ใช้งาน
-
รองรับระบบ V2L จ่ายไฟออกสู่อุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้สูงถึง 6 kW (แรงพอที่จะใช้กับอุปกรณ์แคมป์ปิ้งหนักๆ เช่น เตาไฟฟ้า หรือเครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่ได้สบาย)
-
ระบบช่วงล่าง iCAR V27
- ระบบกันสะเทือนด้านหน้า: อิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut) พร้อมเสริมความแข็งแรงด้วยค้ำโช้ค (Strut Tower Bar)
- ระบบกันสะเทือนด้านหลัง: มัลติลิงก์แบบ H-arm (H-arm Multi-link)
- ระบบโช้คอัพ: ติดตั้งโช้คอัพแม่เหล็กไฟฟ้า MRC (Magnetic Ride Control) ซึ่งสามารถปรับความหนืดได้แบบเรียลไทม์เพื่อซับแรงสั่นสะเทือนตามสภาพถนน
- ระยะต่ำสุดจากพื้น (Ground Clearance): 220 มิลลิเมตร ข้ามอุปสรรคได้สบาย
- ขนาดล้อ: ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 21 นิ้ว
- ความสามารถในการลุยน้ำ: ลุยน้ำลึกได้สูงสุด 600 มิลลิเมตร
- การรองรับน้ำหนักและลากจูง: * โครงสร้างหลังคารองรับน้ำหนักแบบภาพนิ่งได้ถึง 200 กิโลกรัม (เหมาะสำหรับกางเต็นท์นอนบนหลังคา)
-
โครงสร้างแชสซีส์รองรับการลากจูงได้สูงสุด 1.6 ตัน (1,600 กิโลกรัม) สำหรับลากรถบ้านหรือเทรลเลอร์
-

การออกแบบภายนอก
- รูปลักษณ์ยังคงเอกลักษณ์การออกแบบสไตล์ “กล่องสี่เหลี่ยม” ที่ดูดุดัน แข็งแกร่ง ทรงตัวถังมีความตั้งตรงและบึกบึน
- เส้นสายด้านข้างตัวรถเน้นความตรงและเฉียบคม ให้ความรู้สึกแข็งแรงแบบรถออฟโรดขนานแท้
- กระจังหน้าเป็นแบบแถบแคบ
- โคมไฟหน้าเป็นทรงสี่เหลี่ยม เข้าคู่กับเส้นไฟวงแหวนแบบ LED
- ใช้ชุดไฟ LED ทั้งระบบ พร้อมฟังก์ชันควบคุมไฟสูงอัจฉริยะ
- สืบทอดดีไซน์ครอบครัวของ iCAR (แบบเดียวกับรุ่น V23) เช่น การใช้กระจกทึบ (Blind Window) บริเวณด้านท้ายรถ
- มี “โมดูลฟังก์ชันอเนกประสงค์” บริเวณด้านข้างตัวรถส่วนหน้า ซึ่งรวมตัวอ่าน NFC และกล้องรอบคันเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
- มาพร้อมล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 21 นิ้ว
- หลังคารถโดดเด่นด้วยดีไซน์กระจกคู่สไตล์ “Starship Porthole”
- ตัวรถมีช่องต่ออุปกรณ์เสริม (Ecological Interfaces) กระจายอยู่รอบคันถึง 17 จุด (รวมทั้งหมด 51 รูปแบบการเชื่อมต่อ)
- รองรับการดัดแปลงติดตั้งอุปกรณ์ภายนอกได้อย่างอิสระ เช่น การติดชุดไฟส่องสว่างเพิ่มเติม ขาตั้งสัมภาระ หรือจุดต่อแหล่งจ่ายไฟ
สีตัวถังภายนอก
-
มีสีให้เลือกจุใจถึง 7 สี ได้แก่ สีอูฐ (Camel) สีดำ สีเงิน สีเทา สีขาว สีน้ำเงิน และสีเหลือง

การออกแบบภายในห้องโดยสาร (Interior Design)
- ออกแบบเลย์เอาต์ห้องโดยสารในสไตล์ “ยานอวกาศ” (Starship Cabin)
- มีเฉดสีภายในห้องโดยสารให้เลือก 3 สี
- โดดเด่นด้วยหลังคากระจกคู่สไตล์ “Starship Porthole” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของแบรนด์
- บริเวณเพดานหลังคาออกแบบในสไตล์ “Sky Island” มาพร้อมไฟสร้างบรรยากาศ (Ambient Light) แบบสะท้อนแสงรอบทิศทาง
ระบบอำนวยความสะดวกและเบาะนั่ง (Comfort & Seating)
- เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า
- เบาะนั่งคู่หน้ามาพร้อมระบบทำความร้อน (Heated) และระบบระบายอากาศ (Ventilated)
- มีระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่ง (Memory Seat) สำหรับฝั่งผู้ขับขี่
- เบาะนั่งแถวที่ 2 มีระบบทำความร้อน
- พวงมาลัยมาพร้อมระบบทำความร้อน
- กล่องพักแขนคอนโซลกลาง สามารถปรับความเย็นและการทำความร้อนได้ (เสมือนตู้เย็นมินิ)
- มีแท่นชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย (Wireless Charging) ที่คอนโซลหน้า
ระบบบันเทิงและหน้าจอ (Entertainment & Displays)
- หน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 15.4 นิ้ว ความละเอียดคมชัดระดับ 2.5K
- หน้าจอเรือนไมล์สำหรับผู้ขับขี่แบบ LCD ขนาด 8.88 นิ้ว
- ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผลตัวท็อป Qualcomm Snapdragon 8295P เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย (มีพลังการประมวลผล AI สูงถึง 30 TOPS)
- มาตรฐานขั้นสุดของวงการยานยนต์: เป็นชิปประมวลผลสำหรับห้องโดยสาร (Digital Cockpit Platform) เจเนอเรชันที่ 4 จาก Qualcomm ซึ่งถือเป็นชิปตัวท็อปและทรงพลังที่สุดที่นิยมใช้ในรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมในปัจจุบัน (อัปเกรดประสิทธิภาพแบบก้าวกระโดดจากชิปรุ่นยอดฮิตอย่าง Snapdragon 8155)
- ติดตั้งเป็นมาตรฐานในทุกรุ่น: iCAR V27 ใจป้ำให้ชิปตัวท็อปนี้มาเป็น “อุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย” ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นไปจนถึงรุ่นท็อป
- พลังประมวลผล AI ขั้นสูง (NPU): มีความสามารถในการประมวลผลด้าน AI สูงถึง 30 TOPS ทำให้ตัวรถมีความฉลาดหลักแหลม เรียนรู้และตอบสนองต่อคำสั่งของผู้ใช้งานได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรมชาติ
- ประสิทธิภาพกราฟิกลื่นไหล (GPU): พลังการประมวลผลภาพกราฟิกที่สูงมาก ทำให้การแสดงผลบนหน้าจอกลางขนาด 15.4 นิ้ว ความละเอียด 2.5K และหน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล 8.88 นิ้ว มีความลื่นไหลระดับสมาร์ทโฟนเรือธง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดแผนที่ 3 มิติ ดูหนัง หรือสลับแอปพลิเคชันไปมาก็ไม่มีอาการหน่วง
- หัวใจหลักของระบบสั่งการด้วยเสียง: ด้วยพลังของชิป 8295P ทำให้ตัวรถสามารถประมวลผลระบบผู้ช่วยสั่งการด้วยเสียงร่วมกับ AI โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) และระบบ DeepSeek ได้อย่างสมบูรณ์แบบ รองรับการสั่งงานด้วยเสียงแบบแยกโซนอิสระ 4 ตำแหน่ง (ผู้โดยสารแต่ละเบาะสามารถสั่งงาน AI ของตัวเองได้พร้อมกัน)
- รองรับการเชื่อมต่อที่ซับซ้อน: ชิปตัวนี้ช่วยจัดการการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย (Apple CarPlay, HiCar, CarLink) การจัดการระบบ Smart Home ในรถ และการรับส่งสัญญาณภาพผ่านสายจากเครื่องเล่นเกมอย่าง Nintendo Switch ได้อย่างเสถียรและไร้รอยต่อ
- ระบบเสียงจัดเต็มด้วยลำโพง 15 ตำแหน่งเป็นมาตรฐาน (และสามารถเลือกอัปเกรดเป็นชุดลำโพง 23 ตำแหน่งได้)
- ระบบผู้ช่วยสั่งการด้วยเสียง ทำงานร่วมกับศูนย์กลาง AI โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) และ DeepSeek รองรับการสั่งงานด้วยเสียงแบบแยกอิสระ 4 โซนรอบคัน
- รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนแบบไร้สายครบครัน ทั้ง Apple CarPlay, HUAWEI HiCar และ CarLink
- รองรับการต่อสายส่งภาพขึ้นจอ (Wired Projection) สำหรับเครื่องเล่นเกมอย่าง Nintendo Switch
ฟังก์ชันอัจฉริยะและอื่นๆ (Smart Features & Others)
- บริเวณเพดานหลังคามีการเตรียมจุดยึดน็อตขนาดมาตรฐาน 1/4 นิ้ว เอาไว้ให้สำหรับติดตั้งหรือต่อขยายขายึดอุปกรณ์เสริมต่างๆ ภายในรถ
- ระบบนิเวศอัจฉริยะ (Ecological Dock) และแอปพลิเคชัน Smart Home สามารถเชื่อมต่อและสั่งการอุปกรณ์ต่างๆ ได้ เช่น สั่งงานตู้เย็นติดรถยนต์, ควบคุมเบาะนั่งเด็กอัจฉริยะ ไปจนถึงการสั่งการเครื่องใช้ไฟฟ้า Smart Home ที่บ้านจากบนรถได้เลย
โครงสร้างตัวถังและความปลอดภัย (Safety & Structure)
- โครงสร้างตัวถังนิรภัย (Cage-type Body): ออกแบบห้องโดยสารด้วยโครงสร้างแบบกรงนกที่เน้นปกป้องผู้โดยสารจากการชนทุกทิศทาง
- วัสดุเหล็กกล้าทนแรงดึงสูง (High-strength steel): โครงสร้างตัวถังมีการใช้เหล็กกล้าทนแรงดึงสูงในสัดส่วนที่มากกว่า 76% ของโครงสร้างทั้งหมด เพื่อความแข็งแกร่งและลดการยุบตัวของห้องโดยสาร
- มาตรฐานความปลอดภัย: ตัวรถถูกพัฒนาขึ้นโดยอิงตามมาตรฐานการทดสอบการชนระดับสูงสุด 5 ดาว ทั้งของจีน (C-NCAP) และมาตรฐานยุโรป (Euro NCAP)
ระบบถุงลมนิรภัย (Airbags)
-
ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง: iCAR V27 ติดตั้งถุงลมนิรภัยรอบคัน 7 ตำแหน่ง เป็น “อุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย” ซึ่งครอบคลุมการปกป้องผู้โดยสาร ดังนี้:
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า (2 ตำแหน่ง)
- ถุงลมนิรภัยด้านข้างเบาะคู่หน้า (2 ตำแหน่ง)
- ม่านถุงลมนิรภัยแนวยาวซ้าย-ขวา (2 ตำแหน่ง)
- ถุงลมนิรภัยป้องกันหัวเข่าผู้ขับขี่ (1 ตำแหน่ง)
ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety พื้นฐาน)
-
นอกเหนือจากระบบเซนเซอร์และเรดาร์ของระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) ชุดใหญ่แล้ว ตัวรถยังมีระบบความปลอดภัยพื้นฐานที่ทำงานร่วมกัน เช่น:
- ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
- ระบบเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (BSD)
- ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESP/ESC)
- ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) และระบบกระจายแรงเบรก (EBD)
เทคโนโลยีช่วยการขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) และความปลอดภัย
- ระบบมาตรฐาน (Super Falcon 500): ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล Horizon Journey 6M มีพลังประมวลผล 128 TOPS
- เซนเซอร์รุ่นมาตรฐาน: ติดตั้งเรดาร์ Millimeter wave จำนวน 3 ตัว เซนเซอร์อัลตราโซนิก 12 ตัว กล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล 2 ตัว และกล้องความละเอียด 3 ล้านพิกเซล 9 ตัว
- ระบบรุ่นท็อป (Super Falcon 700 Plus): อัปเกรดชิปเป็น Horizon Journey 6P ที่มีพลังประมวลผลมหาศาลถึง 560 TOPS
- เซนเซอร์รุ่นท็อป: เพิ่มเซนเซอร์ LiDAR จำนวน 1 ตัว ทำงานร่วมกับชุดเรดาร์และกล้องรอบคันอย่างเต็มรูปแบบ
- ความสามารถในการขับขี่อัตโนมัติขั้นสูง: รุ่นท็อปรองรับระบบนำทางอัจฉริยะแบบครบวงจร ทั้งการนำทางอัตโนมัติจากช่องจอดถึงช่องจอด (Parking to Parking) ระบบนำทางอัตโนมัติในเขตเมือง (City NOA) และระบบนำทางอัตโนมัติบนทางหลวง (Highway NOA)

ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ Super Falcon 700+
ฮาร์ดแวร์และชิปประมวลผล (Hardware & Computing Power)
- ชิปประมวลผลหลัก: ใช้ชิปตัวท็อปอย่าง Horizon Journey 6P (地平线征程6P)
- พลังการประมวลผล: สูงถึง 560 TOPS ซึ่งถือว่าทรงพลังมาก เพียงพอต่อการประมวลผลข้อมูลจากเซนเซอร์รอบคันแบบเรียลไทม์ และรองรับ AI ขั้นสูงได้อย่างลื่นไหล
ชุดเซนเซอร์รอบคัน (Sensors Setup) จัดเต็มด้วยเซนเซอร์รวมทั้งหมด 27 ตัว ทำงานผสานกันเพื่อสร้างภาพจำลองสภาพแวดล้อม 3 มิติรอบตัวรถ ประกอบด้วย:
- LiDAR (ไลดาร์): 1 ตัว (ช่วยสแกนพื้นที่และกะระยะห่างวัตถุแบบ 3 มิติได้อย่างแม่นยำสูง แม้ในที่มืดสนิทหรือสภาพอากาศเลวร้าย)
- เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร (Millimeter-wave Radar): 3 ตัว
- เซนเซอร์อัลตราโซนิก (Ultrasonic Radar): 12 ตัว (สำหรับกะระยะใกล้รอบคัน เช่น การจอดรถ)
- กล้องความละเอียดสูง 8 ล้านพิกเซล: 2 ตัว (มองภาพระยะไกลและเก็บรายละเอียดป้ายจราจร)
- กล้องความละเอียด 3 ล้านพิกเซล: 9 ตัว (มองภาพรอบทิศทาง เก็บรายละเอียดสภาพแวดล้อม)
ความสามารถในการขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous Driving Features) ด้วยฮาร์ดแวร์ที่จัดเต็ม ทำให้ Super Falcon 700+ สามารถรองรับการขับขี่กึ่งอัตโนมัติระดับสูงได้ครอบคลุมทุกเส้นทาง:
- ระบบนำทางอัตโนมัติจากช่องจอดถึงช่องจอด (Parking-to-Parking Navigation): ตัวรถสามารถขับเคลื่อนออกจากช่องจอดต้นทาง นำทางไปตามเส้นทาง และเข้าจอดในช่องจอดปลายทางได้เองอย่างชาญฉลาด
- ระบบช่วยนำทางอัตโนมัติในเขตเมือง (City NOA – Navigation on Autopilot): สามารถขับขี่อัตโนมัติบนถนนในเมืองที่มีความซับซ้อน จัดการกับทางแยก สัญญาณไฟจราจร คนเดินเท้า และการจราจรที่พลุกพล่านได้
- ระบบช่วยนำทางอัตโนมัติบนทางหลวง (Highway NOA): ขับขี่อัตโนมัติบนทางด่วนหรือมอเตอร์เวย์ สามารถรักษาระยะห่าง เปลี่ยนเลนเพื่อแซงรถช้า และใช้ทางออก (Exit) ได้ตามแผนที่นำทาง










