Mazda CX-5 2026 ใหม่ ยกเลิกปุ่มแอร์-ปุ่มหมุน เปลี่ยนสู่จอสัมผัส 15.6 นิ้ว Mazda ย้ำ “ลดสิ่งรบกวนขณะขับขี่”

Mazda CX-5 2026 ใหม่ ยกเลิกปุ่มแอร์-ปุ่มหมุน เปลี่ยนสู่จอสัมผัส 15.6 นิ้ว Mazda ย้ำ “ลดสิ่งรบกวนขณะขับขี่”
Spread the love
Advertisement Advertisement

 

Mazda CX-5 2026 ยกเลิกปุ่มแอร์-ปุ่มหมุน เปลี่ยนสู่จอสัมผัส 15.6 นิ้ว Mazda ย้ำ “ไม่เพิ่มความวอกแวก”

สรุปประเด็น: CX-5 เจเนอเรชันใหม่ปี 2026 เตรียมย้ายการควบคุมระบบปรับอากาศเข้าไปในหน้าจอสัมผัส และตัดปุ่มหมุน Commander ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Mazda ออก โดยแบรนด์ยืนยันยังคงยึดแนวคิด “ลดสิ่งรบกวนขณะขับขี่” เหมือนเดิม

ทำไมการ “ตัดปุ่มจริง” ถึงเป็นข่าวใหญ่สำหรับ Mazda

Mazda เป็นหนึ่งในค่ายที่ยืนหยัดกับแนวคิด “ผู้ขับต้องโฟกัสถนน” มานาน โดยเฉพาะเรื่องอินโฟเทนเมนต์ที่ใช้ ปุ่มหมุน Commander (rotary controller) เป็นหลัก เพื่อลดการเอื้อมแตะหน้าจอและลดการละสายตา

แต่ CX-5 รุ่นใหม่ปี 2026 กำลังเดินไปอีกทาง: หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ + ควบคุมแอร์บนจอ ซึ่งสวนทางกับภาพจำเดิมของ Mazda และเป็นเหตุผลที่หลายคนจับตาว่า “ประสบการณ์ใช้งานจริง” จะดีขึ้นหรือแย่ลง

คำยืนยันจาก Mazda: เป้าหมายยังเหมือนเดิม คือ “ลดสิ่งรบกวนผู้ขับ”

Matthew Valbuena ผู้จัดการโครงการด้านเทคโนโลยีในรถและระบบ Human-Machine Interface (HMI) ของ Mazda ให้ข้อมูลกับ Motor1 ว่า แม้แนวทางจะแตกต่างจากอดีต แต่ ปรัชญาการขับขี่ของ Mazda ยังเหมือนเดิม นั่นคือการลดการรบกวนสมาธิผู้ขับ พร้อมให้การเชื่อมต่อและฟีเจอร์ที่ผู้ใช้ต้องการ “อย่างปลอดภัย”

ประเด็นสำคัญที่ Mazda พยายามสื่อคือ: การเปลี่ยนเป็นจอสัมผัสไม่ได้แปลว่าจะต้องวอกแวก หากการออกแบบ UI/UX ทำให้ผู้ขับเข้าถึงฟังก์ชันสำคัญได้ง่ายและสม่ำเสมอ

ไทม์ไลน์ “ปุ่มหมุน” ของ Mazda: จาก MZD Connect สู่ Mazda Connect

MZD Connect (ยุคเริ่มต้น 2014)

MZD Connect เปิดตัวครั้งแรกช่วงปี 2014 (พร้อม Mazda 3 เจเนอเรชันที่ 3) โดยวางคอนเซปต์ชัดว่าให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ลดปัจจัยที่ทำให้ผู้ขับเสียสมาธิ และออกแบบปุ่มหมุนให้ “คลำใช้งานได้” โดยไม่ต้องมอง

Mazda Connect (ยุค 2019)

ต่อมา Mazda Connect ที่มากับ Mazda 3 รุ่นปี 2019 ปรับแนวทางไปอีกขั้น: ตัดระบบสัมผัสออก และให้ควบคุมผ่านปุ่มหมุนเป็นหลัก เพื่อคุมการใช้งานให้เป็นระบบ

ความ “สับสน” ที่ผู้ใช้เจอจริง

ปัญหาคือ Mazda มีหลายแนวทางในหลายรุ่น/หลายตลาด เช่น บางรุ่นให้จอสัมผัสได้เฉพาะตอนรถจอด บางรุ่นปลดสัมผัสเฉพาะ Apple CarPlay/Android Auto เท่านั้น ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่า “แต่ละรุ่นใช้งานไม่เหมือนกัน”

CX-5 2026  จอ 15.6 นิ้วใหญ่สุดของ Mazda (ในออสเตรเลีย ณ ตอนนี้)

CX-5 ใหม่ที่จะเข้าตลาดออสเตรเลียช่วง กลางปี 2026 จะขยับขนาดหน้าจอจาก 10.25 นิ้ว เป็น 15.6 นิ้ว กลายเป็นหน้าจอใหญ่ที่สุดของ Mazda ในตลาดออสเตรเลีย “อย่างน้อยในระยะนี้”

Google Built-in: สหรัฐฯ ได้แน่ แต่ออสเตรเลียยังไม่คอนเฟิร์ม

ในตลาดสหรัฐฯ มีข้อมูลว่าจะมาพร้อม Google Built-in (เช่น Google Maps และ Google Assistant แบบฝังในระบบ) ส่วนฝั่งออสเตรเลียยังไม่ยืนยันว่าจะได้ฟีเจอร์นี้หรือไม่ ซึ่งเป็นจุดที่ต้องติดตาม เพราะส่งผลต่อ “ประสบการณ์ผู้ใช้” โดยตรง

ย้ายแอร์ขึ้นจอ Mazda แก้เกมด้วย “แถบควบคุมที่ตรึงไว้ด้านล่าง”

หนึ่งในจุดที่คนกังวลที่สุดคือ การเอาระบบปรับอากาศไปอยู่ในจอสัมผัส เพราะการปรับอุณหภูมิ/พัดลมเป็นสิ่งที่ผู้ขับใช้บ่อย และต้องการความเร็ว แนวทางของ CX-5 ใหม่คือ ยึดชุดควบคุมแอร์ไว้ด้านล่างของหน้าจอ ให้มองเห็นได้ตลอดเวลา ไม่ต้องสลับเมนูหลายชั้น เพื่อลดการเสียสมาธิจากการค้นหาปุ่ม

Advertisement Advertisement

ยังมีวิธีควบคุมอื่น ๆ

  • ปุ่มบนพวงมาลัย สำหรับบางฟังก์ชันหลัก
  • ระบบสั่งงานด้วยเสียง (Voice Assistant) เพื่อลดการกดจอระหว่างขับ

ทำไม Mazda ถึงตัด “ปุ่มหมุน Commander” ออก

Valbuena ให้เหตุผลหลัก ๆ ว่า การควบคุมแอปจำนวนมากในยุคปัจจุบันด้วยปุ่มหมุนเพียงจุดเดียว ทำให้ประสบการณ์ใช้งานซับซ้อน โดยเฉพาะเมื่อผู้ใช้ต้องการความยืดหยุ่นแบบสมาร์ตโฟน

คำอธิบายแบบเข้าใจง่าย: ผู้ใช้คุ้นกับสมาร์ตโฟน

Mazda มองว่า “ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่มีสมาร์ตโฟน” ดังนั้นระบบแบบจอสัมผัสจะทำให้ผู้ใช้เรียนรู้ได้เร็วกว่า และลดความรู้สึกว่าต้องอ่านคู่มือหนา ๆ เพื่อใช้งานครบ

เปรียบเทียบ iPod Classic vs iPod Touch

เขายกตัวอย่างว่า ระบบเดิมกับระบบใหม่ทำได้คล้ายกัน แต่ระบบแบบจอสัมผัสมีความยืดหยุ่นสูงกว่า เปรียบได้กับ iPod Touch ที่รองรับการใช้งานหลากหลายกว่า iPod Classic

ทิศทางเดียวกับแบรนด์ยุโรป: Audi และ BMW ก็ถอยจากปุ่มหมุน

การยกเลิกปุ่มหมุนไม่ใช่เรื่องใหม่ในอุตสาหกรรม:

  • Audi เคยมีปุ่มหมุน MMI และค่อย ๆ เฟดออกไป
  • BMW เริ่มลดบทบาท iDrive controller ในรถรุ่นใหม่หลายกลุ่ม และในฝั่งรถไฟฟ้า Neue Klasse ก็เดินหน้าไปทางจอ/ระบบใหม่มากขึ้น

สะท้อนว่าผู้ผลิตจำนวนมากกำลังเลือก “ความยืดหยุ่นของซอฟต์แวร์” และ “ความคุ้นมือของผู้ใช้สมาร์ตโฟน” มากขึ้น

แล้ว “ไม่รบกวนการขับ” จะทำได้จริงแค่ไหน? มุมมองเชิงใช้งานจริง

ประเด็นนี้จะขึ้นอยู่กับ 3 เรื่องหลัก

  • โครงสร้างเมนู (Information Architecture) — ฟังก์ชันที่ใช้บ่อยต้องเข้าถึงได้ใน 1–2 ขั้นตอน
  • การวางปุ่มคงที่ (Persistent Controls) — เช่น แถบแอร์ที่ตรึงไว้ ไม่หายไปตามหน้าเมนู
  • ความแม่นของ Voice Assistant — ถ้าสั่งงานด้วยเสียงได้จริง ผู้ขับจะ “แตะจอน้อยลง”

ดังนั้น CX-5 ใหม่อาจ “ใช้ง่ายขึ้น” สำหรับคนที่คุ้นกับการแตะจอ แต่ก็ต้องรอดูว่าในชีวิตจริงเวลาขับบนถนนขรุขระ/รถติด ผู้ใช้จะรู้สึกว่าปรับแอร์หรือสั่งงานได้เร็วเท่าปุ่มจริงหรือไม่

CX-6e มาแรงกว่า จอ 26 นิ้วแบบ “จอเดียวรวมทุกอย่าง”

แม้ CX-5 ใหม่จะใหญ่ขึ้นมาก แต่ Mazda ยังมีแผนรถไฟฟ้าที่สุดโต่งกว่าอย่าง CX-6e ที่พัฒนาและผลิตโดยกิจการร่วมทุน Changan Mazda ในจีน ซึ่งใช้จอขนาด 26 นิ้ว รวมจอเรือนไมล์ + อินโฟเทนเมนต์ + จอผู้โดยสารในแผงเดียว นี่เป็นสัญญาณว่า Mazda กำลังปรับตัวเข้าสู่ยุค “ซอฟต์แวร์นำ” ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มรถไฟฟ้า

สรุป: CX-5 2026 คือการเปลี่ยนยุคของ Mazda จาก “ปุ่มหมุนเพื่อความปลอดภัย” สู่ “จอสัมผัสเพื่อความยืดหยุ่น”

Mazda CX-5 รุ่นใหม่ปี 2026 เป็นหนึ่งในการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญที่สุดของแบรนด์ในรอบหลายปี เพราะตัดทั้ง ปุ่มหมุน Commander และ ปุ่มแอร์แบบกายภาพ ที่เป็นภาพจำของ Mazda มายาวนาน อย่างไรก็ตาม Mazda ยืนยันจุดยืนเดิมคือ ลดสิ่งรบกวนผู้ขับ เพียงแต่เปลี่ยนวิธีทำให้เข้ากับยุคที่ผู้ใช้ต้องการการเชื่อมต่อและแอปจำนวนมากแบบสมาร์ตโฟน

สิ่งที่ต้องจับตา: สุดท้าย “ความปลอดภัย” ในมุมใช้งานจริงจะขึ้นอยู่กับการออกแบบ UI/UX ว่าทำให้ผู้ขับเข้าถึงสิ่งจำเป็นได้เร็วพอหรือไม่

 

ปุ่ม MAZDA CX-5 รุ่นเก่า

ลุ้นขายไทยเร็วๆนี้ NEW MAZDA CX-5 เจนที่ 3 e-SKYACTIV G 2.5 M HYBRID มาสด้ารุ่นใหม่

ด่วน! จีนเตรียมบังคับรถใหม่ต้องมีปุ่มจริง ห้ามควบคุมทุกอย่างผ่านจอ เริ่ม 1 กรกฎาคม 2026

Carexpert

Advertisement Advertisement

คำนวณค่างวดรถ ผ่อนรถ ดาวน์ ดอกเบี้ยรถใหม่ ดอกเบี้ยรถมือสอง 2568-2569

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้