เปิดขายจีน 1.87 ล้านบาท XPENG GX EREV วิ่งไฟฟ้า 430 กม. BEV วิ่งได้กว่า 750 กม./ชาร์จ CLTC





เปิดตัว Xpeng GX รถยนต์ SUV ขนาดใหญ่สุดหรู เคาะราคาพรีเซลล์ 1.87 ล้านบาท (มีทั้งรุ่น EV และ EREV) ในประเทศจีน
เมื่อวันที่ 15 เมษายน ที่ผ่านมา Xpeng Motors ได้ประกาศเปิดตัวและเปิดรับจองล่วงหน้า (Pre-sale) สำหรับ Xpeng GX รถยนต์ SUV ขนาดกลางถึงใหญ่ (Mid-to-large SUV) รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ โดยเปิดตัวมาด้วยกัน 2 รุ่นย่อย เคาะราคาพรีเซลล์เท่ากันที่ 399,800 หยวน (ประมาณ 1,877,460 บาท) *
อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน 1 CNY = 4.696 THB ทั้งนี้ ตัวรถจะมีขุมพลังให้เลือกทั้งแบบไฟฟ้า 100% (Pure EV) และแบบขยายระยะทาง (EREV)
สรุปจุดเด่นของ XPENG Ultra Flagship (2026)
- ทางเลือก 2 ขุมพลัง: เลือกได้ตามไลฟ์สไตล์ระหว่าง EREV (วิ่งไฟฟ้า 430 กม. วิ่งไกลสุด 1,585 กม./ถังน้ำมัน) สำหรับสายเดินทางไกลไร้กังวล หรือ BEV (วิ่งไกล 750 กม.) สำหรับสายไฟฟ้า 100%
- ชาร์จไวระดับ 5C: ในรุ่น BEV ชาร์จเพียง 12 นาที วิ่งได้ไกลถึง 525 กม. (เร็วที่สุดในรถระดับเดียวกัน)
- 800V Platform: สถาปัตยกรรมไฟฟ้าแรงดันสูงทั้งคัน ช่วยให้จัดการพลังงานได้ดีเยี่ยมและสูญเสียน้อยที่สุด
- Turing AI Chips: ติดตั้งชิปประมวลผลถึง 3 ตัว ให้กำลังประมวลผลสูงถึง 2,250 TOPS (แรงกว่ารถทั่วไปหลายเท่า)
- ระบบขับขี่อัตโนมัติ “Door-to-Door”: ขับขี่และจอดอัตโนมัติอัจฉริยะ ตั้งแต่ออกจากที่จอดรถต้นทางจนถึงปลายทาง
- AI Digital Projection: ไฟหน้าอัจฉริยะที่ฉายภาพสื่อสารบนพื้นถนนได้
- Double Zero Gravity: เบาะแถว 1 และแถว 2 ปรับนอนไร้แรงโน้มถ่วงได้ พร้อมระบบนวด 16 จุดและลำโพงฝังหัวหมอน
- ความบันเทิงจัดเต็ม: หน้าจอหลัง 21.4 นิ้ว (3K) และระบบเสียง AI 33 ลำโพง รอบทิศทาง 7.1.6.8 แชนแนล
- ตู้เย็น AI: เปิดได้สองด้านพร้อมระบบลมเย็นฆ่าเชื้อในตัว
- เลี้ยวล้อหลังอัจฉริยะ: แม้ตัวรถจะยาวกว่า 5.2 เมตร แต่มี รัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 5.4 เมตร (พอๆ กับรถเก๋งขนาดเล็ก) กลับรถง่ายมาก
- ช่วงล่างถุงลมคู่ (Dual-chamber): ปรับความนุ่มนวลและความสูงอัตโนมัติด้วย AI เพื่อความสมดุลระหว่างความนุ่มนวลและการยึดเกาะ
- 16,000-ton Die-casting: โครงสร้างตัวถังอลูมิเนียมฉีดขึ้นรูปชิ้นเดียวที่แข็งแกร่งที่สุด ลดจุดรอยต่อ เพิ่มความปลอดภัยสูงสุด
- ระบบสำรอง (Redundancy): ระบบเลี้ยวและเบรกมีระบบสำรองถึง 4 ชั้น มั่นใจได้ว่ารถจะไม่เสียการควบคุมแม้ระบบหลักขัดข้อง
- ลุยน้ำลึก 700 มม.: มาพร้อมเรดาร์ตรวจจับระดับน้ำและโหมดลุยน้ำฉุกเฉิน
มิติตัวถังและขนาดของ XPENG Ultra Flagship
- ความยาวตัวถัง: 5,265 มม.
- ความกว้างตัวถัง: 1,999 มม.
- ความสูงตัวถัง: 1,800 มม.
- ระยะฐานล้อ (Wheelbase): 3,115 มม.
- จำนวนที่นั่ง: 6 ที่นั่ง
- พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk): 109 ลิตร (เฉพาะรุ่น BEV)
- รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด: 5.4 เมตร (ทำงานร่วมกับระบบเลี้ยวล้อหลังอัจฉริยะ)
ด้วยตัวถังที่มีความยาวกว่า 5.2 เมตร และระยะฐานล้อที่กว้างกว่า 3.1 เมตร ทำให้รถรุ่นนี้มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางเป็นพิเศษ สามารถจัดวางเบาะนั่งแบบ Zero Gravity ได้อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมพื้นที่ทางเดินตรงกลางระหว่างเบาะแถวสองและสามที่กว้างถึง 180 มม.
สมรรถนะ รุ่น EREV 1585 และ BEV 750
Super Range Extender 1585 (4WD Ultra Flagship)
ระบบเครื่องยนต์ปั่นไฟและน้ำมัน (Range Extender System)
- เครื่องยนต์: 1.5T High-efficiency Turbocharged
- ถังน้ำมัน: ความจุ 60 ลิตร (รองรับน้ำมันเบนซิน 92 ขึ้นไป)
- อัตราสิ้นเปลือง (เมื่อแบตเตอรี่ต่ำ): 6.19 ลิตร / 100 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTC)
- เทคโนโลยีลดเสียง: มีระบบ ENC (Active Noise Cancellation) สำหรับเครื่องยนต์ปั่นไฟโดยเฉพาะ เพื่อความเงียบในห้องโดยสาร
ระบบขับเคลื่อนและสมรรถนะ (Drivetrain & Performance)
- รูปแบบการขับเคลื่อน: ขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยมอเตอร์คู่ (Dual Motor 4WD)
- มอเตอร์หน้า: AC Asynchronous มอเตอร์ (160 kW / 230 Nm)
- มอเตอร์หลัง: Permanent Magnet Synchronous มอเตอร์ (210 kW / 465 Nm)
- กำลังสูงสุดรวมระบบ: 370 kW (ประมาณ 503 แรงม้า)
- แรงบิดสูงสุดรวมระบบ: 695 นิวตันเมตร
- ความเร็วสูงสุด: 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง
แบตเตอรี่และระบบพลังงาน (Battery & Energy)
- ความจุแบตเตอรี่: 63.3 kWh
- ประเภทแบตเตอรี่: ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวแบบคงที่ (Liquid-cooled Constant Temperature)
- มาตรฐานความปลอดภัย: ป้องกันการแพร่กระจายความร้อน (No Thermal Spread) และมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68
- ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วน (CLTC): 430 กิโลเมตร
- ระยะทางวิ่งรวมสูงสุด (CLTC): 1,585 กิโลเมตร / ถังน้ำมัน
- ถังน้ำมัน 60 ลิตร
ระบบการชาร์จและการจ่ายไฟ (Charging & Power Out)
- การชาร์จกระแสตรง (DC Fast Charge): ชาร์จเพียง 12 นาที สามารถเพิ่มระยะทางวิ่งได้สูงสุด 301 กิโลเมตร (CLTC)
- การจ่ายไฟภายนอก (V2L): รองรับการจ่ายไฟจากรถสู่อุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกสูงสุด 6 กิโลวัตต์ (6 kW)
- การจ่ายไฟระหว่างรถ (V2V): รองรับการชาร์จไฟให้รถคันอื่นสูงสุด 6 กิโลวัตต์ (6 kW)
- ปลั๊กไฟในรถ (220V): ให้กำลังไฟสูงสุด 2.2 กิโลวัตต์ (2.2 kW)
Pure Electric 750 (4WD Ultra Flagship)
- ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อนสี่ล้อ (Dual Motor 4WD)
- มอเตอร์หน้า: AC Asynchronous (160 kW / 230 Nm)
- มอเตอร์หลัง: Permanent Magnet Synchronous (270 kW / 465 Nm)
- กำลังสูงสุดรวม: 430 kW (ประมาณ 585 แรงม้า)
- แรงบิดสูงสุดรวม: 695 นิวตันเมตร
- ความเร็วสูงสุด: 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง
- ระบบจัดการความร้อน AI: XP-HP3.5 ช่วยควบคุมอุณหภูมิชุดขับเคลื่อนให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดเวลา
- ความจุแบตเตอรี่ NMC 110 kWh
- ระยะทางวิ่งสูงสุด (CLTC): 750 กิโลเมตร
- อัตราการสิ้นเปลืองพลังงาน: ต่ำเพียง 16.3 kWh ต่อ 100 กิโลเมตร
- สถาปัตยกรรมไฟฟ้า: แพลตฟอร์มแรงดันสูง 800V เต็มระบบ (Full-domain 800V)
- เทคโนโลยี 5C Ultra-charging:
- ชาร์จด่วนเพียง 12 นาที เพิ่มระยะทางวิ่งได้ถึง 525 กิโลเมตร (CLTC)
- ชาร์จจาก 10% ถึง 80% ใช้เวลาเพียง 11.7 นาที
เทคโนโลยีแชสซีและระบบบังคับเลี้ยว (Smart AI Chassis)
- ระบบช่วงล่างถุงลมคู่ (Dual-chamber Air Suspension): ปรับความสูงและความแข็ง-อ่อนได้ละเอียดแม่นยำด้วยระบบไฟฟ้า
- ระบบเลี้ยวล้อหลังอัจฉริยะ (Rear-wheel Steering): ช่วยให้รถที่มีความยาวกว่า 5.2 เมตร มีรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 5.4 เมตร เทียบเท่ารถยนต์ขนาดเล็ก
- AI Bottom Fusion Control (X-VMC): ระบบสมองกลที่ผสานการทำงานของช่วงล่าง ระบบเบรก และมอเตอร์เข้าด้วยกันเพื่อเสถียรภาพสูงสุด
- ระบบเบรกผ่านสาย (Wire-controlled Hydraulic Brake): ตอบสนองรวดเร็วและนุ่มนวล
ระบบจัดการพลังงานและฟีเจอร์อัจฉริยะ (Super Power & AI)
- การจ่ายไฟภายนอก (V2L): จ่ายกระแสไฟสลับให้อุปกรณ์ภายนอกได้สูงถึง 6 kW
- แหล่งจ่ายไฟในห้องโดยสาร: ปลั๊ก 220V (2.2 kW) และพอร์ต USB Type-C 60W ถึง 6 ตำแหน่ง
- ชิปประมวลผล Turing AI: ติดตั้งมาถึง 3 ตัว มอบพลังการประมวลผล 2250 TOPS รองรับระบบช่วยขับขี่ “จากที่จอดรถถึงที่จอดรถ” (Door-to-Door)
- พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk): ขนาดใหญ่พิเศษถึง 109 ลิตร (เนื่องจากไม่มีเครื่องยนต์ปั่นไฟ)
ดีไซน์ภายนอก ความหรูหราสไตล์เรือยอชท์ผสานเทคโนโลยีอวกาศ
XPENG Ultra Flagship นำเสนอรูปลักษณ์ที่ดูภูมิฐานและล้ำสมัย โดยเน้นเส้นสายที่เรียบเนียนแบบอากาศพลศาสตร์ และการใช้เทคโนโลยีไฟส่องสว่างระดับสูงเพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร
แนวคิดการออกแบบ “Yacht-style Streamlined”
- รูปทรงตัวถัง: เน้นความโค้งมนและลื่นไหลเหมือนเรือยอชท์ระดับพรีเมียม (Yacht-style streamlined body) ช่วยลดแรงต้านอากาศและเพิ่มความเงียบภายในห้องโดยสาร
- กระจกข้างแบบไร้รอยต่อ: ใช้การออกแบบหน้าต่างข้างแบบไร้ระดับ (Stepless side windows) และการซ่อนขอบยางรีดน้ำ (Hidden Water-cut) เพื่อให้พื้นผิวตัวรถดูเป็นชิ้นเดียวกันทั้งหมด
- ฝากระโปรงหน้าทรงเปลือกหอย: ใช้ฝากระโปรงหน้าขนาดใหญ่พิเศษแบบ蚌式 (Super large clamshell hood) ที่คลุมไปถึงด้านข้างของตัวรถ เพิ่มความหรูหราและเรียบเนียน
เทคโนโลยีไฟส่องสว่างอัจฉริยะ (AI Lighting)
- ไฟหน้า AI Digital Projection: ไฟหน้าไม่ได้มีหน้าที่แค่ส่องสว่าง แต่สามารถฉายภาพหรือสัญลักษณ์ลงบนพื้นถนนได้ (AI Digital Projection Headlights) เพื่อสื่อสารกับผู้ใช้ถนนรายอื่น
- ไฟแถบยาวรอบคัน: ติดตั้งไฟ LED แบบคาดยาวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง (Universe Full-width Lights) ที่ให้แสงที่สม่ำเสมอและนุ่มนวล
- ไฟแสดงสถานะระบบขับขี่: มีไฟ “Zongheng Sihai” (縱橫四海) สำหรับแสดงสถานะการทำงานของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ เพื่อให้ผู้คนที่อยู่รอบรถรับรู้สถานะการขับขี่อัตโนมัติ
ประตูและระบบอำนวยความสะดวกอัจฉริยะ
- ประตูไฟฟ้า 4 บาน: ติดตั้งประตูอัจฉริยะ (Smart Electric Doors) ทั้ง 4 บาน ที่มาพร้อมเรดาร์คลื่นมิลลิเมตร (Millimeter-wave radar) เพื่อตรวจจับสิ่งกีดขวางป้องกันการกระแทก พร้อมระบบไฟฟ้าและ Soft-close
- บันไดข้างไฟฟ้า: บันไดข้าง (Electric Step) จะเลื่อนออกมารองรับการขึ้น-ลงรถอัตโนมัติเมื่อเปิดประตู
- ฝาท้ายไฟฟ้าแบบชิ้นเดียว: ท้ายรถติดตั้งประตูท้ายไฟฟ้าแบบ蚌式 (Integrated Clamshell Tailgate) ที่เปิดออกได้กว้างขวางและดูสวยงามไร้รอยต่อ
รายละเอียดความพรีเมียมและล้ออัลลอย
- Space Ceramic 24K Gold Logo: โลโก้แบรนด์ทำจากเซรามิกเกรดอวกาศเคลือบด้วยทองคำ 24K เพิ่มความเหนือระดับ
- ล้ออัลลอยขนาดใหญ่: มีให้เลือก 2 รูปแบบ คือ
- 21 นิ้ว: ลาย “Moon Blade” เน้นการไหลเวียนอากาศ (Low Drag)
- 22 นิ้ว: ลาย “Corona” (日冕) ที่ดูดุดันและสปอร์ตยิ่งขึ้น พร้อมยาง Michelin คุณภาพสูง
- ช่องเก็บของด้านหน้า (Frunk): ในรุ่น BEV จะมีพื้นที่เก็บของใต้ฝากระโปรงหน้าขนาดใหญ่ถึง 109 ลิตร
การออกแบบภายในและระบบความสบายระดับเรือธง
ภายในของ XPENG Ultra Flagship ออกแบบภายใต้แนวคิดความผ่อนคลายระดับสูงสุด ผสานวัสดุ Nappa Leather เข้ากับระบบความบันเทิงล้ำสมัย เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ตอบโจทย์ทั้งการพักผ่อนและการใช้งานทางธุรกิจ
ประสบการณ์เบาะนั่งระดับ First-Class (Seating Masterpiece)
เบาะนั่งถูกออกแบบมาให้มีความเป็นส่วนตัวและรองรับสรีระอย่างสมบูรณ์แบบทั้ง 3 แถว:
- แถวที่ 1 (Driver & Queen Passenger):
- เบาะ Nappa Leather ปรับไฟฟ้า 12 ทิศทางสำหรับผู้ขับขี่ และ 16 ทิศทางสำหรับผู้โดยสารหน้า
- Queen Passenger: มาพร้อมโหมด Zero Gravity (ไร้แรงโน้มถ่วง) ปรับเอนได้เพียงปุ่มเดียว พร้อมระบบอุ่นที่รองขา
- ระบบนวด 16 จุด, ระบบระบายอากาศ และลำโพงฝังหัวหมอนข้างละ 2 ตัว
- แถวที่ 2 (Ultra-VIP Second Row):
- เบาะด้านขวา (Executive Zero Gravity): ปรับไฟฟ้า 16 ทิศทาง พร้อมโหมด Zero Gravity และโต๊ะพับแม่เหล็กอเนกประสงค์
- เบาะด้านซ้าย (Aviation Style): ปรับไฟฟ้า 12 ทิศทาง พร้อมโต๊ะพับคุณภาพสูงสำหรับทำงาน
- ทั้งสองเบาะมีระบบนวด 16 จุด, ระบายอากาศ, อุ่นเบาะ และอุ่นที่รองขา พร้อมทางเดินกลางกว้างถึง 180 มม.
- แถวที่ 3 (Electric Folding Third Row):
- เบาะพับไฟฟ้าแบบ 3 ท่อน สามารถพับเรียบได้แบบ 5:5:10
- พนักพิงปรับเอนไฟฟ้าได้ตั้งแต่ 0-180 องศา และหมอนรองศีรษะปรับไฟฟ้า
ระบบความบันเทิงและเทคโนโลยีหน้าจอ (Digital First-class)
รวบรวมหน้าจอความละเอียดสูงเพื่อความบันเทิงที่ไร้ขีดจำกัด:
- จอความบันเทิงด้านหลัง: ขนาดใหญ่พิเศษ 21.4 นิ้ว ความละเอียด 3K พร้อมการรับรองลดแสงสีฟ้าจาก Rheinland
- จอกลางและแผงหน้าปัด: หน้าจอกลางแบบลอยตัว 17.3 นิ้ว และแผงหน้าปัด Digital Island 8.8 นิ้ว
- 88″ AR-HUD: ระบบแสดงผลเสมือนจริงบนกระจกหน้าขนาดใหญ่ถึง 88 นิ้ว ให้ข้อมูลการขับขี่และนำทางที่ชัดเจน
- ระบบเสียง AI Sound Max: ลำโพงระดับ HiFi ถึง 33 ตำแหน่ง ระบบเสียง 7.1.6.8 แชนแนล มอบมิติเสียงที่โอบล้อมทั่วทั้งห้องโดยสาร
ความสะดวกสบายและฟีเจอร์ AI อัจฉริยะ
- ตู้เย็น AI สองบานเปิด: ระบบทำความเย็นแบบไร้เชื้อ (Sterile Air Cooling) ปรับอุณหภูมิอัจฉริยะ
- กระจก AI Dimming: กระจกหน้าต่างที่สามารถปรับความเข้มเพื่อความเป็นส่วนตัวและกันความร้อน
- ระบบตัดเสียงรบกวน RNC: เทคโนโลยี Active Noise Cancellation ช่วยจัดการเสียงจากพื้นถนนเพื่อความเงียบสงบสูงสุด
- ระบบแอร์ central 2.0: ควบคุมอุณหภูมิแยก 3 โซน พร้อมโหมด “Forest Air” และระบบเลี่ยงการเป่าลมโดนตัวโดยตรง
- การสั่งงานด้วยเสียง: รองรับการรับฟังถึง 6 ตำแหน่งภายในรถ และ 4 ตำแหน่งภายนอกรถ พร้อมระบบจำแนกเสียงรายบุคคล
บรรยากาศและการตกแต่งภายใน
- ระบบไฟ Ambient Light: ออกแบบเป็นวงแหวนดาว (360° Star Ring) แบ่งเป็น 3 ชั้น ปรับเปลี่ยนสีได้ตามอารมณ์กว่า 256 สี
- วัสดุเพดาน: ใช้หนังบุนุ่มและวัสดุโปร่งแสงลายเส้นใยดาว เพิ่มความรู้สึกหรูหราเหมือนอยู่ท่ามกลางดวงดาว
- พวงมาลัย Steer-by-wire: พวงมาลัยไฟฟ้าที่ปรับระดับได้ด้วยระบบไฟฟ้า มอบการควบคุมที่เบามือและแม่นยำ
เทคโนโลยีความปลอดภัยและโครงสร้างอัจฉริยะ
XPENG Ultra Flagship ไม่เพียงแต่โดดเด่นเรื่องความหรูหรา แต่ยังเป็นรถที่รวมนวัตกรรมความปลอดภัยที่ล้ำหน้าที่สุดในปี 2026 โดยแบ่งออกเป็นระบบการป้องกันเชิงรับ (Passive) และเชิงรุก (Active)
โครงสร้างตัวถังและวัสดุ (Passive Safety)
ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงเพื่อสร้างกรงนิรภัยที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับผู้โดยสารทั้ง 6 ที่นั่ง:
- โครงสร้างอลูมิเนียมฉีดขึ้นรูป 16,000 ตัน: ใช้การฉีดขึ้นรูปอลูมิเนียมชิ้นเดียวขนาดใหญ่ (Integrated Die-casting) ทั้งส่วนหน้าและส่วนหลัง ช่วยลดจุดเชื่อมต่อและเพิ่มความแข็งแรงของตัวถังอย่างมหาศาล
- กรงนิรภัยวัสดุผสม (Steel-Aluminum Hybrid): ผสมผสานเหล็กกล้าความแข็งแรงสูงพิเศษและอลูมิเนียม พร้อมเสา A และเสา B ที่ทำจากเหล็กขึ้นรูปด้วยความร้อน (Hot-formed Steel)
- การป้องกันแบตเตอรี่: ติดตั้งคานป้องกันแบตเตอรี่ความแข็งแรงสูงและแผ่นป้องกันใต้ท้องรถเพื่อป้องกันการกระแทกจากด้านล่าง
- แหวนประตูเลเซอร์พิน: ใช้เทคโนโลยีการเชื่อมเลเซอร์แบบ Hot-formed Integrated เพื่อสร้างความแข็งแรงรอบบานประตู
ระบบถุงลมนิรภัยรอบคัน (Airbag System)
ติดตั้งถุงลมนิรภัยรวมสูงสุดถึง 11 จุด เพื่อปกป้องผู้โดยสารทุกตำแหน่ง:
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า: สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า
- ถุงลมนิรภัยด้านข้าง: สำหรับแถวที่ 1 และแถวที่ 2 (รวม 4 จุด)
- ถุงลมนิรภัยกลาง (Far-side Airbag): ป้องกันการกระแทกระหว่างผู้ขับขี่และผู้โดยสารหน้าเมื่อเกิดการชนด้านข้าง
- ม่านนิรภัยยาวพิเศษ: คลุมตั้งแต่แถวที่ 1 จนถึงแถวที่ 3 (2 ฝั่ง)
- ถุงลมนิรภัยที่เบาะ Zero Gravity: ติดตั้งที่เบาะรองนั่งเพื่อป้องกันการลื่นไถล (Submarining) เมื่อปรับเบาะเอนนอน
3. ระบบช่วยขับขี่และกล้องอัจฉริยะ (Active Safety & ADAS)
ขับเคลื่อนด้วยชิป Turing AI 3 ตัว พร้อมพลังประมวลผล 2250 TOPS:
- กล้องและเซนเซอร์รอบคัน: ระบบมองภาพ 540 องศา (Panoramic View + Chassis See-through) และกล้องมองหลังแบบสตรีมมิ่งป้องกันแสงสะท้อน
- ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ: รวมถึง AEB (เบรกอัตโนมัติ) และ AES (หักหลบฉุกเฉินอัตโนมัติ)
- ระบบแจ้งเตือนรอบทิศทาง: แจ้งเตือนการชนด้านหน้า/หลัง, แจ้งเตือนจุดอับสายตา (BSD), และแจ้งเตือนเมื่อเปิดประตู (DOW)
- ระบบจัดการภาวะฉุกเฉิน: ระบบช่วยทรงตัวเมื่อยางระเบิด (Burst Tire Stability) และระบบช่วยเมื่อผู้ขับขี่หมดสติ
- โหมดลุยน้ำ (Wading Mode): มาพร้อมเรดาร์ตรวจจับระดับน้ำ รองรับการลุยน้ำฉุกเฉินได้ลึกสูงสุดถึง 700 มม.
ระบบสำรองข้อมูลและความซ้ำซ้อน (Safety Redundancy)
เพื่อให้มั่นใจว่ารถจะยังคงควบคุมได้แม้ระบบหลักขัดข้อง XPENG จึงออกแบบระบบสำรองไว้ถึง 4-10 ชั้น:
- ระบบบังคับเลี้ยวและเบรก: มีระบบสำรองข้อมูลและพลังงานถึง 4 ชั้น (Quadruple Redundancy) สำหรับระบบ Steer-by-wire และระบบเบรก
- ระบบขับเคลื่อนและการสื่อสาร: มีระบบสำรองแบบคู่ (Dual Redundancy) ทั้งในส่วนของมอเตอร์และการรับส่งข้อมูลภายในรถ
- ระบบปลดล็อกประตู: มีกลไกการปลดล็อกประตูฉุกเฉินถึง 4 รูปแบบ รวมถึงกลไกแบบ Manual เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
เทคโนโลยี AI สำหรับความปลอดภัยในห้องโดยสาร
- DMS & OMS: ระบบตรวจจับสถานะผู้ขับขี่ (อาการเหนื่อยล้า) และระบบตรวจจับผู้โดยสารภายในรถ (ป้องกันเด็กหรือสัตว์เลี้ยงติดในรถ)
- พวงมาลัย HOD: พวงมาลัยแบบสัมผัส (Capacitive) ที่ตรวจจับการจับพวงมาลัยของผู้ขับขี่ได้อย่างแม่นยำ
- 24h AI Battery Doctor: ระบบเฝ้าสังเกตการณ์สุขภาพและความปลอดภัยของแบตเตอรี่ตลอด 24 ชั่วโมง



