NISSAN เลิกจ้าง 900 คนในยุโรป อาจเปิดทาร่วมพันธมิตรจีนในการผลิต

วิกฤตหรือปรับตัว? Nissan เดินหน้าหั่นต้นทุนในยุโรป จ่อเลิกจ้าง 900 ตำแหน่ง พร้อมลดสายการผลิตในอังกฤษ
Nissan (นิสสัน) บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการยานยนต์ญี่ปุ่น ยังคงเดินหน้าภารกิจลดต้นทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อกอบกู้สถานการณ์ทางการเงินของบริษัทให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดหลายอย่าง รวมถึงการปิดโรงงานเพื่อลดกำลังการผลิตส่วนเกิน ล่าสุดคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ได้เดินทางมาถึงภูมิภาค “ยุโรป” แล้ว
ผลกระทบต่อพนักงาน เลิกจ้าง 10% ทั่วยุโรป
รายงานล่าสุดจากสื่อการเงินชื่อดังอย่าง Financial Times ระบุว่า Nissan เตรียมปรับลดจำนวนพนักงานในทวีปยุโรปลงประมาณ 10% ซึ่งมาตรการนี้จะส่งผลให้พนักงานราว 900 ชีวิต ต้องตกงานในอนาคตอันใกล้นี้ แม้ว่ารายละเอียดเชิงลึกจะยังคงคลุมเครือ แต่มีข้อมูลยืนยันถึงความเปลี่ยนแปลงในหลายภาคส่วน ดังนี้:
- สเปน: คลังสินค้าและอะไหล่ (Parts Warehouse) ในเมืองบาร์เซโลนาจะถูกลดขนาดลง (Downsized)
- กลุ่มประเทศนอร์ดิก: มีการปรับโครงสร้างระบบปฏิบัติการด้านการจัดจำหน่ายใหม่ทั้งหมดเพื่อให้เกิดความกระชับและลดค่าใช้จ่าย
- สหราชอาณาจักร (UK): พนักงานออฟฟิศ (White-collar jobs) ในอังกฤษกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงและถูกพิจารณาให้อยู่ในข่ายของการเลิกจ้าง
ลดสายการผลิตในโรงงานซันเดอร์แลนด์ (Sunderland)
นอกจากผลกระทบด้านบุคลากรแล้ว ในฝั่งของการผลิตที่ โรงงานในเมืองซันเดอร์แลนด์ ประเทศอังกฤษ ก็หลีกเลี่ยงผลกระทบไม่พ้นเช่นกัน มีรายงานว่าโรงงานแห่งนี้จะถูกลดจำนวนสายการผลิตให้เหลือเพียง 1 สายการผลิตเท่านั้น
ทำไมถึงต้องลดสายการผลิต? การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนักในวงการอุตสาหกรรม เนื่องจากปัจจุบันโรงงานแห่งนี้เดินเครื่องผลิตอยู่เพียงแค่ 50% ของกำลังการผลิตสูงสุด (Capacity) ดังนั้นการเปิดใช้ถึงสองสายการผลิตจึงเป็นการสิ้นเปลืองต้นทุนและไม่สมเหตุสมผลในเชิงเศรษฐศาสตร์
ดึงค่ายรถจีนร่วมใช้โรงงาน? ทางออกเพื่อความอยู่รอด
สำหรับอนาคตของสายการผลิตที่สองที่ถูกระงับไปนั้นยังไม่มีความชัดเจน แต่มีรายงานที่น่าสนใจระบุว่า Nissan กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจากับค่ายรถยนต์จากประเทศจีน ซึ่งรวมถึงแบรนด์ Chery (เชอรี่) เพื่อให้เข้ามาเช่าใช้พื้นที่บางส่วนของโรงงานซันเดอร์แลนด์
ทาง Nissan เองก็ไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้นี้ โดยตัวแทนของบริษัทได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า พวกเขากำลัง “แสวงหาโอกาสร่วมกับบุคคลที่สาม (Third parties) เพื่อดึงศักยภาพการใช้พื้นที่ของโรงงานออกมาให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าสูงสุด”
“ความพยายามทั้งหมดนี้คือสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งยวด เพื่อปกป้องอนาคตของ Nissan ในยุโรป เพื่อรักษาตำแหน่งงานในระยะยาว และเพื่อให้มั่นใจว่าเราจะสามารถแข่งขันและทำกำไรในตลาดยุโรปต่อไปได้”
— แถลงการณ์จาก Nissan
เผชิญศึกหนัก: ยอดขายร่วง ขณะที่คู่แข่งจีนไล่บี้
สถานการณ์ที่บีบคั้นให้ Nissan ต้องเร่งลดต้นทุน สะท้อนให้เห็นชัดเจนจากตัวเลขยอดขายในสหราชอาณาจักร ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม – เมษายน) Nissan ทำยอดขายไปได้เพียง 28,389 คัน ซึ่งลดลงถึง 13.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือ ตัวเลขดังกล่าวแทบจะไม่ทิ้งห่างคู่แข่งหน้าใหม่จากประเทศจีนที่กำลังรุกคืบอย่างหนักในตลาดยุโรป:
| แบรนด์รถยนต์ | ยอดขายสะสม (4 เดือนแรกของปี) | สถานะเมื่อเทียบกับ Nissan |
|---|---|---|
| Nissan | 28,389 คัน | -3.3% (YoY) |
| BYD (บีวายดี) | 26,396 คัน | ตามหลังเพียง 1,993 คัน |
| Jaecoo (เจคู) | 22,789 คัน | ตามหลังเพียง 5,600 คัน |
บทสรุปของการปรับโครงสร้างในครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ดั้งเดิมกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ ทั้งจากสภาพเศรษฐกิจที่บีบรัด และการเข้ามาของคู่แข่งจากประเทศจีนที่ทำราคาและเทคโนโลยีได้อย่างดุดัน Nissan จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้อง “ยอมเจ็บ” เฉือนเนื้อตัวเองในวันนี้ เพื่อรักษาชีวิตขององค์กรให้อยู่รอดในระยะยาว.
