TOYOTA จะผลิต GR RAV4 ตัวแรง! หากลูกค้าต้องการมัน การผลิตเป็นไปได้ในทางเทคนิคแล้ว

อนาคตของสายซิ่ง! Toyota RAV4 อาจมีเวอร์ชัน “Full GR” เต็มตัว หากเสียงตอบรับจากลูกค้ามากพอ
แม้ว่า Toyota RAV4 เจเนอเรชันที่ 6 จะมาพร้อมกับรุ่น GR Sport ซึ่งถือเป็นเวอร์ชันที่เร้าใจที่สุดเท่าที่เคยมีมาของตระกูลนี้แล้วก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าเส้นทางความแรงอาจยังไม่สิ้นสุดเพียงเท่านี้ เมื่อหัวหน้าวิศวกรผู้พัฒนาเอสยูวีรุ่นนี้ได้ออกมาแย้มว่า พวกเขายังเปิดประตูรับความเป็นไปได้สำหรับการพัฒนาเวอร์ชันที่ “ดุดันและทรงพลังยิ่งกว่า” อย่างไรก็ตาม ปัจจัยชี้ขาดไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่อยู่ที่ว่า “จะมีเสียงเรียกร้องจากลูกค้ามากพอหรือไม่”
ขุมพลังที่อาจก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม
ในปัจจุบัน Toyota RAV4 รุ่น GR Sport ที่ใช้ระบบปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid) มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ มอบพละกำลังรวมสูงสุดถึง 324 แรงม้า (ในสเปกสหรัฐอเมริกา) ซึ่งตัวเลขนี้ถือว่าทรงพลังยิ่งกว่ารถสปอร์ตแฮทช์แบ็กตัวจี๊ดอย่าง GR Corolla ที่ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบ 3 สูบเสียอีก แต่ทว่าการเปลี่ยนไปใช้ขุมพลังรูปแบบอื่นอาจช่วยปลดล็อกศักยภาพของ SUV รุ่นนี้ให้ไปได้ไกลยิ่งขึ้น
คุณโยชิโนริ ฟุโตนางาเนะ (Yoshinori Futonagane) หัวหน้าวิศวกรของ RAV4 ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อยานยนต์ Drive ในประเทศออสเตรเลียว่า แม้ RAV4 GR Sport ในรูปแบบปัจจุบันจะ “ทรงพลังเพียงพอ” และ “เร็วมาก” อยู่แล้ว แต่การจะยกระดับขึ้นไปเป็นรถยนต์ตระกูล “GR” (Gazoo Racing) อย่างเต็มรูปแบบ นั้นไม่มีอุปสรรคในด้านวิศวกรรมเลย
เขาระบุอย่างชัดเจนว่า สิ่งเดียวที่ขวางกั้นระหว่าง RAV4 GR Sport รุ่นปัจจุบันกับการก้าวขึ้นเป็นรุ่น Full GR คือ “การรับรู้ของผู้บริหารเกี่ยวกับความต้องการของลูกค้า” ไม่ใช่ “ข้อจำกัดทางเทคนิค” แปลความหมายในมุมมองธุรกิจได้ว่า ทีมวิศวกรมีความพร้อมที่จะสร้างมันขึ้นมา แต่ทีมบริหารจำเป็นต้องเห็นความคุ้มค่าทางธุรกิจ (Business Case) และทิศทางตลาดที่ชัดเจนเสียก่อน
ความเป็นไปได้ของขุมพลัง 2.4 ลิตร เทอร์โบ
คุณฟุโตนางาเนะยังได้ยืนยันข้อมูลสำคัญที่ทำให้แฟนๆ ต้องตื่นเต้นว่า โครงสร้างพื้นฐานของ RAV4 นั้น “รองรับการติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมกล่าวเสริมว่า “หากผู้คนเริ่มส่งเสียงเรียกร้องและบอกว่า ‘เราต้องการเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร เทอร์โบ’ โปรเจกต์นี้ก็อาจถูกนำเข้าสู่วาระการพิจารณาของผู้บริหารอย่างแน่นอน”
เจาะลึกสเปกเครื่องยนต์ พละกำลัง 366 แรงม้าที่อาจซ่อนอยู่
เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร เทอร์โบ ที่ถูกกล่าวถึงนี้ ไม่ใช่ขุมพลังที่แปลกใหม่ แต่ได้รับการพิสูจน์สมรรถนะมาแล้ว โดยประจำการอยู่ใต้ฝากระโปรงของยนตรกรรมระดับพรีเมียมและรถสายลุยของค่ายมากมาย ได้แก่:
- Lexus NX และ Lexus RX
- Toyota Tacoma
- Toyota 4Runner
- Toyota Land Cruiser
ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งคือ ในรุ่นไฮเอนด์อย่าง Lexus RX500h F Sport Performance และ Toyota Crown i-Force Max Hybrid เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร เทอร์โบบล็อกนี้ ได้ถูกนำมาผสานการทำงานกับระบบไฮบริดแบบชาร์จไฟในตัว (Self-charging Hybrid) ซึ่งสามารถรีดพละกำลังรวมได้สูงสุดถึง 366 แรงม้า (273 กิโลวัตต์ / 371 PS) หากขุมพลังระดับนี้ถูกนำมาบรรจุลงใน RAV4 จริง จะทำให้มันกลายเป็นหนึ่งใน C-SUV สมรรถนะสูงที่น่าเกรงขามที่สุดในตลาด
การอัปเกรดสไตล์ “Gazoo Racing” ที่มากกว่าแค่ตัวเลขแรงม้า
แน่นอนว่าหากได้รับการประทับตรา “GR” อย่างเป็นทางการ สิ่งที่ลูกค้าจะได้รับย่อมไม่ใช่แค่ขุมพลังที่แรงขึ้นเท่านั้น แต่จะครอบคลุมถึงการยกระดับสมรรถนะโดยรวมทั้งหมดให้เข้ากับปรัชญามอเตอร์สปอร์ต:
- ชุดแต่งแอโรพาร์ทดีไซน์ดุดัน: การปรับปรุงอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) เพื่อเพิ่มแรงกด (Downforce) และการระบายความร้อนที่ดียิ่งขึ้น
- การปรับแต่งแชสซีส์ขั้นสุด: เพื่อการตอบสนองที่เฉียบคม ควบคุมได้ดั่งใจในทุกโค้ง
แม้ว่าในปัจจุบันรุ่น GR Sport จะมีการปูพื้นฐานช่วงล่างมาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการปรับลดระดับความสูง การเพิ่มจุดค้ำยันตัวถังเพื่อเพิ่มความสติฟฟ์ (Bracing) และการใช้ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ขึ้น แต่เวอร์ชัน “Full GR” จะถูกนำไปปรับแต่งเชิงลึกเพื่อให้พร้อมสำหรับลวดลายการขับขี่ที่หนักหน่วงยิ่งขึ้น
บทสรุป อนาคตอยู่ที่เสียงของคุณ
สุดท้ายแล้ว Toyota Gazoo Racing จะได้ร่ายมนตร์ใส่ RAV4 ด้วยการจับคู่กับเครื่องยนต์เทอร์โบอันทรงพลังหรือไม่นั้น อนาคตยังคงเป็นสิ่งที่ต้องรอติดตาม แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดในเวลานี้ก็คือ “อำนาจในการผลักดันโปรเจกต์นี้ให้เกิดขึ้นจริง อยู่ในมือของผู้บริโภค” หากมีความต้องการที่มากพอจนส่งเสียงไปถึงระดับบริหารจัดการ เราอาจได้สัมผัสกับที่สุดแห่ง SUV สายพันธุ์สปอร์ตคันนี้ในเร็วๆ นี้

