“ถ้าไม่เปลี่ยน เราไม่รอด” CEO : Toyota ส่งสัญญาณวิกฤต! รื้อระบบการผลิตครั้งใหญ่ท้าชนค่ายรถจีน

“ถ้าไม่เปลี่ยน เราไม่รอด” CEO : Toyota ส่งสัญญาณวิกฤต! รื้อระบบการผลิตครั้งใหญ่ท้าชนค่ายรถจีน
Spread the love
Advertisement Advertisement

“ถ้าไม่เปลี่ยน เราไม่รอด” CEO : Toyota ส่งสัญญาณวิกฤต! รื้อระบบการผลิตครั้งใหญ่ท้าชนค่ายรถจีน

แม้แต่ยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งของโลกอย่าง Toyota ก็เริ่มอยู่ไม่สุข เมื่อ Koji Sato ซีอีโอของ TOYOTA ที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่งในเดือนเมษายน ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนภัยระดับ “สีแดง” เกี่ยวกับอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์  โดยเขาย้ำชัดว่าหากพี่ใหญ่อย่าง Toyota ยังรู้สึกถึงความร้อนแรงของวิกฤต นั่นหมายความว่าพายุลูกใหญ่กำลังรออยู่ข้างหน้าสำหรับทุกคนครับ

เสียงเตือนจากเวทีซัพพลายเออร์: การต่อสู้เพื่อความอยู่รอด

ในงานสัมมนาซัพพลายเออร์ล่าสุดที่มีผู้บริหารจาก 484 บริษัทเข้าร่วม Sato ได้ส่งสารที่ชัดเจนและรุนแรงว่า “หากสิ่งต่างๆ ไม่เปลี่ยนไป เราจะไม่มีทางรอด”  เขาขอให้ทุกคนยอมรับในความรู้สึกถึงวิกฤตนี้ เพราะปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์กำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอดอย่างแท้จริง

“ศึกหนักรออยู่ข้างหน้า เราต้องร่วมมือกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเอาชนะ และการจะทำเช่นนั้นได้ เราจำเป็นต้องเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) ในทุกภาคส่วน” — Koji Sato

ทำไมยักษ์ใหญ่อย่าง Toyota ถึงสั่นคลอน?

ปัญหาที่ Toyota กำลังเผชิญไม่ใช่แค่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่เป็นมรสุมที่พัดเข้ามาพร้อมกันจากทุกทิศทาง

  • การรุกคืบของค่ายรถจีน: แบรนด์รถยนต์จีนกำลังแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งสร้างมาตรฐานใหม่ในเรื่อง “ต้นทุนการผลิต” ที่ต่ำจนคู่แข่งรายอื่นตามยาก
  • ยุคของซอฟต์แวร์: ซอฟต์แวร์ได้กลายเป็นหัวใจหลักของรถยนต์ยุคใหม่ ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่ค่ายรถดั้งเดิมต้องปรับตัว
  • ความผันผวนของโลก: ทั้งเรื่องกำแพงภาษีและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีความรุนแรงมากกว่าหลายทศวรรษที่รวมกันเสียอีก

กลยุทธ์ใหม่ “Smart Standard Activity”: ยอมเนี๊ยบน้อยลงเพื่อต้นทุนที่ต่ำกว่า

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือการที่ Toyota ยอมแตะต้อง “พระคัมภีร์” ของตัวเอง นั่นคือมาตรฐานคุณภาพที่เคยเข้มงวดสุดโต่ง ในอดีต Toyota จะคัดทิ้งชิ้นส่วนที่มีตำหนิเพียงเล็กน้อยแม้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเลยก็ตาม  แต่ตอนนี้พวกเขาได้เริ่มนำระบบ “Smart Standard Activity” มาใช้เพื่อลดขั้นตอนที่เกินความจำเป็นและลดต้นทุน

ตัวอย่างการปรับมาตรฐานความเนี๊ยบที่เคยเป็นมา:

Advertisement Advertisement
  • พรมหลังคา: ในอดีตจะถูกคัดทิ้งหากมีจุดสีดำเล็กน้อย แม้ผู้ใช้รถจะแทบมองไม่เห็น
  • พวงมาลัย: จะถูกปฏิเสธทันทีหากมีรอยย่นของเรซินที่แทบจะสังเกตไม่ได้ด้วยตาเปล่า
  • สายไฟ (Wire Harness): ซัพพลายเออร์ต้องทิ้งสายไฟถึง 10,000 ชุดต่อเดือน เพียงเพราะพลาสติกหุ้มมีสีเพี้ยนไปเล็กน้อย

“ลูกค้าทั่วไปไม่เห็นชิ้นส่วนเหล่านี้ด้วยซ้ำ” Shoji Nishihara ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของ Toyota กล่าว ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ Toyota ตัดสินใจผ่อนปรนข้อกำหนดสำหรับชิ้นส่วนที่มองไม่เห็น


ก้าวต่อไปภายใต้ CEO ใหม่ “Kenta Kon”

Kenta Kon (อดีต CFO ที่จะก้าวขึ้นมารับตำแหน่ง CEO ในวันที่ 1 เมษายน) ได้ย้ำเตือนซัพพลายเออร์เช่นกันว่า แม้ Toyota จะมียอดขายสูงถึง 11 ล้านคันต่อปีและมีกำไรมหาศาล แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าบริษัทอยู่ในจุดที่ “ปลอดภัยและมั่นคง”

ลำดับความสำคัญของ Kon คือการ “ลดจุดคุ้มทุน” (Break-even point) ของบริษัทลง เพื่อสร้างรากฐานการแข่งขันที่เคยอ่อนแอลงให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง

การขยับตัวของ Toyota ในครั้งนี้คือสัญญาณเตือนไปยังค่ายรถดั้งเดิมทั่วโลก ว่าการยึดติดกับความสำเร็จและมาตรฐานเดิมๆ อาจไม่เพียงพอในยุคที่คู่แข่งรายใหม่ขับเคลื่อนด้วยความเร็วและต้นทุนที่ต่ำกว่า การยอม “เฉือนเนื้อ” มาตรฐานบางอย่างเพื่อความอยู่รอด คือบทพิสูจน์ว่าในโลกธุรกิจ “ผู้ที่ปรับตัวได้ดีที่สุดเท่านั้นที่จะอยู่รอด” ครับ

TOYOTA เปิดตัว bZ7 EV ซีดาน D-SEGMENT ในจีน ราคา 718,000 – 961,000 บาท 600 – 710 กม./ชาร์จ CLTC

TOYOTA YARIS ATIV HEV ใหม่ 29.4 กม./ลิตร ราคา 729,000 – 779,000 บาท MY2026 ไฮบริดใหม่ โตโยต้า ยาริส เอทีฟ

รวมภาพคันจริง! Toyota Highlander EV 7 ที่นั่ง ในสหรัฐฯ 512 กม./ชาร์จ EPA

เจาะลึก All-New Toyota C-HR+ 607 กม./ชาร์จ WLTP ในยุโรป รถยนต์ไฟฟ้า 100% ประกันแบต 10 ปีหรือ 1 ล้านกม.

insiteev

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้