BYD Seal 07 EV แบต 69.07 kWh วิ่งไกล 705 กม. มอเตอร์เดี่ยว 326 แรงม้า พร้อม LiDAR ลุยตลาดซีดานไฟฟ้าขนาดกลาง เตรียมขายจีน


BYD Seal 07 EV แบต 69.07 kWh วิ่งไกล 705 กม. มอเตอร์เดี่ยว 326 แรงม้า พร้อม LiDAR ลุยตลาดซีดานไฟฟ้าขนาดกลาง เตรียมขายจีน
สรุปประเด็นสำคัญ: MIIT ยืนยัน “ตัวเลขหลัก” ก่อนเปิดตัว
รถยนต์ไฟฟ้า BYD Seal 07 EV ปรากฏในเอกสารยื่นขออนุญาตของ กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) ซึ่งเป็นการล็อกข้อมูลหลักด้าน “แบตเตอรี่–ระยะทาง–กำลังมอเตอร์–มิติตัวถัง” ก่อนเปิดตัวสู่ตลาดจริง โดย Seal 07 EV ถูกวางตำแหน่งเป็น รุ่นไฟฟ้าล้วนใหม่ (Pure EV) ในไลน์อัพตระกูล Seal ทำตลาดเคียงคู่กับ Seal 07 DM-i รุ่นปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ไม่ใช่การเปลี่ยนโฉมหรือรีดีไซน์จาก DM-i
สเปกจากเอกสาร MIIT แบต 69.07 kWh วิ่งไกล 705 กม. มอเตอร์เดี่ยว 240 kW
ตัวเลขที่ยืนยันแล้ว
- ความจุแบตเตอรี่: 69.07 kWh
- ระยะทางวิ่ง: 705 กม. (เอกสารไม่ได้ระบุรอบทดสอบที่ใช้คำนวณ)
- ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว (Single Motor)
- กำลังมอเตอร์สูงสุด: 240 kW
หากตีความแบบเชิงเทคนิค “แบต 69.07 kWh + วิ่ง 705 กม.” จะชี้ไปที่การจูนประสิทธิภาพพลังงาน (Efficiency)
ให้โดดเด่นเป็นพิเศษ เพราะตัวเลขระยะทางดูสูงมากเมื่อเทียบกับความจุแบตเตอรี่
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเอกสารไม่ได้ระบุว่าเป็นรอบทดสอบใด
(เช่น CLTC/WLTP หรือมาตรฐานอื่น) จึงควรอ่านเป็น “ตัวเลขที่ใช้ยื่นกฎระเบียบ” มากกว่าตัวเลขใช้งานจริงทันที
และต้องรอข้อมูลทางการจากแบรนด์เพื่อยืนยันบริบทการทดสอบ
ดีไซน์ภายนอก: ยึดทรง Seal 07 DM-i แต่มีจุดบ่งชี้ว่าเป็น EV ชัดเจน
Seal 07 EV ใช้แนวทางงานออกแบบใกล้เคียงกับ Seal 07 DM-i เป็นหลัก โดยด้านหน้ามาพร้อมชุดไฟหน้าแบบเรียวแคบ และลายเซ็นไฟที่คล้ายกัน รวมถึงยังคงใช้ มือจับประตูแบบซ่อน (Hidden Door Handles) ซึ่งเป็นดีไซน์ที่ช่วยภาพลักษณ์ความล้ำสมัยและมักถูกอ้างถึงในแง่แอโรไดนามิก
LiDAR บนหลังคา สัญญาณของ ADAS ขั้นสูง
จุดที่สะดุดตาในเอกสารคือการปรากฏของ LiDAR ติดตั้งบนหลังคา ซึ่งตีความได้ว่า Seal 07 EV จะรองรับระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ในระดับที่ “พึ่งพาชุดเซนเซอร์มากกว่าเดิม” และน่าจะผลักความสามารถด้านการรับรู้สภาพแวดล้อม (Perception) ให้เหนือกว่าการใช้กล้อง/เรดาร์อย่างเดียวในบางกรณี
ด้านท้าย ไฟท้ายพาดยาว + ตรา EV แยกตัวตนจาก DM-i
ชุดไฟท้ายของ Seal 07 EV ยังคงเป็นแบบ Full-width Taillight พาดยาวเต็มความกว้าง เช่นเดียวกับรุ่นปลั๊กอินไฮบริด แต่มีจุดแยกชัดเจนคือ ตรา “EV” ที่ติดด้านซ้ายของฝาท้าย เพื่อบอกว่าเป็นรุ่นไฟฟ้าล้วน ไม่ใช่ DM-i และจากเอกสารไม่ได้ชี้ว่ามีการปรับดีไซน์ภายนอกส่วนอื่นเพิ่มเติมอย่างมีนัยสำคัญ
มิติตัวถัง ซีดานขนาดกลางค่อนไปทางใหญ่ ฐานล้อ 2,900 มม.
| รายการ | BYD Seal 07 EV (จากเอกสาร MIIT) | Seal 07 DM-i (อ้างอิงจากข้อมูลเปรียบเทียบในข่าว) |
|---|---|---|
| ความยาว | 4,995 มม. | 4,995 มม. |
| ความกว้าง | 1,910 มม. | 1,900 มม. (แคบกว่า 10 มม.) |
| ความสูง | 1,495 มม. | 1,495 มม. |
| ระยะฐานล้อ | 2,900 มม. | 2,900 มม. |
เมื่อดูจากตัวเลข มิติตัวถังและฐานล้อใกล้เคียงกับ DM-i มาก
สื่อว่า BYD ใช้ “แพ็กเกจตัวถัง/สัดส่วนหลัก” ร่วมกัน แล้วแยกบุคลิกด้วยระบบขับเคลื่อน
ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยควบคุมต้นทุนการพัฒนา ลดความซับซ้อนสายการผลิต และทำให้ไลน์อัพขยายได้เร็ว
ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์เดี่ยว 240 kW วางบทบาท “แรงพอ + ประหยัดพลังงาน”
การยืนยันว่า Seal 07 EV ใช้ มอเตอร์เดี่ยว และให้กำลังสูงสุด 240 kW หรือ 326 PS ทำให้ภาพของรถรุ่นนี้ชัดขึ้นว่าเป็นซีดานไฟฟ้าขนาดกลางที่ “เน้นสมดุล” คือยังให้กำลังมากพอสำหรับการเร่งแซง/ใช้งานจริง แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบมอเตอร์คู่ที่เพิ่มน้ำหนักและต้นทุน ซึ่งอาจสัมพันธ์กับการทำตัวเลขระยะทางให้โดดเด่น
โดยทั่วไป รถที่เน้นระยะทางยาวมักพยายาม “คุมความสูญเสีย” ทุกจุด เช่น การจัดการพลังงาน ระบบขับเคลื่อน น้ำหนักรวม การไหลลม และการควบคุมความต้านทานต่าง ๆ ดังนั้นแนวทางมอเตอร์เดี่ยวอาจเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของการออกแบบเพื่อความมีประสิทธิภาพ (แต่ยังต้องรอรายละเอียดทางการเพิ่มเติม เช่น น้ำหนักรถ ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ และขนาดล้อ/ยาง)
Seal 07 EV แตกต่างจาก Seal 07 DM-i อย่างไร ไม่ใช่แค่ “คนละเครื่องยนต์” แต่คนละบทบาทตลาด
แม้รูปลักษณ์จะคล้ายกัน แต่การวางตำแหน่งของสองรุ่นต่างกันชัด:
- Seal 07 EV (ไฟฟ้าล้วน): ชูจุดขายเรื่อง “ความเป็น EV เต็มตัว” ระยะทางยาว ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วน และชุดเซนเซอร์ LiDAR เพื่อ ADAS
- Seal 07 DM-i (PHEV): โจทย์คือความยืดหยุ่น เติมน้ำมันได้ วิ่งไฟฟ้าได้ เหมาะกับผู้ใช้ที่ยังต้องพึ่งโครงสร้างพื้นฐานน้ำมัน/การเดินทางไกลที่ไม่อยากกังวลเรื่องจุดชาร์จ
กล่าวอีกแบบ: BYD พยายามครอบคลุมลูกค้าทั้ง “ทีม EV เต็มตัว” และ “ทีมยังอยากมีน้ำมันเป็นแบ็กอัพ” ภายใต้ดีไซน์เดียวกัน เพื่อให้ไลน์อัพ Seal แข่งขันได้กว้างที่สุด
ประเด็นที่ควรจับตาต่อ:รอบทดสอบระยะทาง, ราคาจริง, และแพ็กเกจระบบช่วยขับ
แม้เอกสาร MIIT ยืนยันตัวเลขแกนหลักแล้ว แต่ยังมี 3 เรื่องที่ต้องรอคำตอบจาก BYD:
- 705 กม. เป็นรอบทดสอบใด ตัวเลขระยะทางมีผลต่อ “การรับรู้ความคุ้มค่า” ของผู้บริโภคอย่างมาก หากเป็น CLTC ตัวเลขมักสูงกว่าการใช้งานจริง ขณะที่ WLTP จะใกล้ชีวิตจริงมากขึ้น การประกาศรอบทดสอบจึงเป็นตัวกำหนดความคาดหวัง
- ราคาจำหน่ายและรุ่นย่อย ระยะทางยาว + LiDAR อาจทำให้รถถูกวางเป็นรุ่นที่สูงขึ้นของไลน์อัพ ขณะเดียวกัน BYD มักเล่นเกมราคา-สเปกในเชิงรุก จึงต้องรอดูว่าตั้งราคาเพื่อ “ตีตลาด” หรือ “ยกระดับภาพลักษณ์”
- รายละเอียด ADAS ที่ใช้ LiDAR มี LiDAR ไม่เท่ากับฟังก์ชันจะเท่ากันทั้งหมด ต้องรอว่าให้ความสามารถระดับไหน เช่น Highway NOA, City NOA, จอดอัตโนมัติ, ฟังก์ชันเชิงคาดการณ์ ฯลฯ และใช้แพลตฟอร์มชิป/คอมพิวต์แบบใด
สรุป: Seal 07 EV คือหมากใหม่ของ BYD ในกลุ่มซีดานไฟฟ้าขนาดกลาง
เอกสาร MIIT ทำให้ภาพของ BYD Seal 07 EV ชัดขึ้นมาก: เป็นซีดานไฟฟ้าขนาดกลางตัวถังเกือบ 5 เมตร ฐานล้อ 2,900 มม. ใช้มอเตอร์เดี่ยวกำลัง 240 kW พร้อมแบต 69.07 kWh และตัวเลขระยะทาง 705 กม. (รอระบุรอบทดสอบ) ภายนอกใกล้เคียง Seal 07 DM-i แต่แยกตัวตนด้วยตรา EV และการติดตั้ง LiDAR บนหลังคาเพื่อระบบช่วยขับขั้นสูง
หากสรุปเป็นประโยคเดียว: Seal 07 EV คือการขยายไลน์อัพ Seal ให้ครบทั้ง EV และ PHEV ด้วย “แพ็กเกจตัวถังเดียวกัน แต่คนละระบบขับเคลื่อน” เพื่อครอบคลุมลูกค้ากว้างที่สุด และเป็นอีกโมเดลที่น่าจับตาในตลาดซีดานไฟฟ้าขนาดกลางที่แข่งขันรุนแรงขึ้นทุกปี

.
